ไทยอันดับ 25 ประเทศที่ฟันกำไรจาก Bitcoin มากที่สุดในปี 2020

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 14:30 น.
ไทยอันดับ 25 ประเทศที่ฟันกำไรจาก Bitcoin มากที่สุดในปี 2020
เปิดโผ 25 อันดับประเทศที่ทำกำไรจาก Bitcoin มากที่สุดในโลกของปี 2020 ไทยอยู่อันดับ 25  

ปี 2020 ถือเป็นปีทองของ Bitcoin เนื่องจากนักลงทุนระดับสถาบันขนเงินดอลลาร์เข้ามาลงทุนก้อนโตจน Bitcoin ทะยานขึ้นสู่ออลไทม์ไฮ

เว็บไซต์ Chainalysis จัดอันดับ 25 ประเทศที่ทำกำไรจาก Bitcoin ได้มากที่สุดประจำปี 2020 โดยการวิเคราะห์ภูมิศาสตร์คริปโตเคอร์เรนซีโดยใช้ข้อมูลที่ทางเว็บไซต์รวบรวมไว้

Chainalysis คำนวณกระแสการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีแต่ละสกุลในฐานข้อมูลที่จัดเก็บในเครือข่าย Blockchain  และประมาณกำไรเป็นเหรียญสหรัฐที่ได้จากการหักลบมูลค่าของ Bitcoin ณ เวลาที่ถอนออกจากแพลตฟอร์มและมูลค่าตอนที่ซื้อมา จากนั้นจึงแจกแจงกำไรหรือขาดทุนเป็นรายประเทศ โดยไม่นับรวมกำไรที่ยังไม่ได้ถอนออก

ปรากฏว่าสหรัฐได้กำไรจากการซื้อขาย Bitcoin มากที่สุด 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยจีนที่ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าสหรัฐกว่า 3 เท่า ส่วนประเทศสไทยอยู่ในอันดับที่ 25 มูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

ภาพจาก Chainalysis

ที่น่าสนใจคือ กรณีของเวียดนาม ที่อันดับการลงทุนใน Bitcoin สูงกว่าอันดับเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ลดอัตราความยากจนจากกว่า 70% ลงมาเหลือต่ำกว่า 6% ในปี 2002 โดยอันดับจีดีพีของเวียดนามอยู่อันดับ 53 (262,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) จัดเวียดนามอยู่ในประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง

แต่ดัชนีการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี (Global Crypto Adoption Index) ของเวียดนามอยู่ในอันดับ 10 ซึ่งถือว่าสูง และในปีนี้การทำกำไรจากสกุลเงินดิจิทัลของเวียดนามอยู่ในอันดับ 13 ที่ 351 ล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้าประเทศที่มีอันดับเศรษฐกิจสูงกว่าอย่างออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย และเบลเยียม

และเมื่อมองกำไรที่เกิดขึ้นจริงทั้งปีพบว่า นักลงทุนเกือบทุกประเทศจะได้กำไรสูงสุดในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่ทำให้นักลงทุนจากสหรัฐทำกำไรนำหน้านักลงทุนจากประเทศอื่น เพราะได้อานิสงส์จากกิจกรรมใน Coinbase

กำไรเหล่านี้เกิดจากราคา Bitcoin ที่เริ่มทะยานขึ้นในช่วงกลางเดือน ต.ค. 2020 และพุ่งขึ้นต่อเนื่องช่วงกลางเดือน ธ.ค. ในช่วงเวลานั้นราคา Bitcoin พุ่งขึ้นจาก 11,471 เหรียญสหรัฐในวันที่ 14 ต.ค. ไปสู่ 29,111 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และยังขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 8 ม.ค.ปีนี้ ก่อนจะลงเรื่อยมาจนถึงต้นเดือน ก.พ. และกลับขึ้นมาอีกครั้งจนแตะระดับออลไทม์ไฮที่เกือบ 65,000 เหรียญสหรัฐในเดือน เม.ย.

Chainalysis ยังพบว่า นักลงทุนระยะยาวทั่วโลกขายสกุลเงินดิจิทัลในครอบครองให้นักลงทุนหน้าใหม่ในช่วงที่ราคาขาขึ้น ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก

Photo by Marco BELLO / AFP