สหรัฐเตือนไทยเป็นประเทศสีแดง เสี่ยงโควิดสูง

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 10:55 น.
สหรัฐเตือนไทยเป็นประเทศสีแดง เสี่ยงโควิดสูง
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดคำแนะนำการเดินทางในช่วงโควิด-19 แต่ละประเทศใหม่อีกครั้ง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้กำหนดคำแนะนำการเดินทางในช่วงโควิด-19 แต่ละประเทศและเขตแดนใหม่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยจัดเป็นประเทศความเสี่ยงสูง

โดยการจัดระดับในครั้งนี้มี 110 ประเทศและเขตแดนที่ได้รับการผ่อนคลายคำแนะนำการเดินทาง เช่น สิงคโปร์ได้มาอยู่ในระดับที่ปลอดภัยที่สุด และญี่ปุ่นได้รับการแก้ไขคำแนะนำก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

CDC กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เนื่องจากมีการแก้ไขเกณฑ์ใหม่โดยประเทศเสี่ยงสูงที่สุดเปลี่ยนจากผู้ติดเชื้อ 100 รายต่อประชากร 100,000 ราย เป็น 500 รายต่อประชากร 100,000 ราย เนื่องจากการระบาดของโรคมีการควบคุมที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ CDC ได้จัดระดับตามความเสี่ยงของการแพร่ระบาด 5 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 4 ประเทศสีแดงเข้ม (ความเสี่ยงสูงมาก) ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้ หรือฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้ครบก่อนหากต้องการเดินทาง อาทิ ประเทศบราซิล ชิลี สวีเดน ซาอุดิอาระเบีย เนปาล และเกาหลีเหนือ เป็นต้น

ระดับที่ 3 ประเทศสีแดง (ความเสี่ยงสูง) ให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้ครบก่อนเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่จำเป็น อาทิ ประเทศออสเตรีย ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย มาเลเซีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สเปน แอฟริกาใต้ สเปน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ญี่ปุ่น รวมถึงไทย

ระดับที่ 2 ประเทศสีส้ม (ความเสี่ยงปานกลาง) ประชาชนควรฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนก่อนเดินทาง สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและมีความเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อควรเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็น อาทิ ประเทศกัมพูชา ฟินแลนด์ เคนยา และยูกันดา เป็นต้น

ระดับที่ 1 ประเทศสีเหลือง (ความเสี่ยงต่ำ) สามารถเดินทางได้แต่ควรฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง อาทิ ประเทศออสเตรเลีย บรูไน จีน อิสราเอล โมร็อกโก นิวซีแลนด์ ไต้หวัน เวียดนาม สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไนจีเรีย เป็นต้น

และระดับสุดท้ายประเทศที่ไม่ทราบแน่ชัด ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้ แต่หากต้องการเดินทางควรฉีดวัคซีนให้ครบ อาทิ ประเทศอัฟกานิสถาน ไอร์แลนด์ โมนาโก ซานมารีโน ซูดาน และแทนซาเนีย เป็นต้น

Photo by Joseph Prezioso / AFP