สหรัฐคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้นให้ไทย

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 11:08 น.
สหรัฐคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์-ปราสาทเขาโล้นให้ไทย
เพจของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตันรายงานข่าวภารกิจทับหลังคืนสู่มาตุภูมิ

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 สำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Homeland Security Investigation – HSI) ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้จัดพิธีส่งมอบทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้นคืนให้แก่รัฐบาลไทย โดยมีนาย David A. Prince หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษ HSI นครลอสแอนเจลิส นาย Tatum King หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษ HIS ซานฟรานซิสโก นางสาว Stephanie Hinds รักษาการอัยการสหรัฐฯ ประจำรัฐแคลิฟอร์เนียเขตภาคเหนือ นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน นายมังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส นายพิษณุ โสภณ กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก และนายฟาบิโอ จินดา กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ทับหลังปราสาทหนองหงส์เป็นทับหลังจำหลักลายพระยมทรงกระบือ ในขณะที่ทับหลังปราสาทเขาโล้นเป็นทับหลังจำหลักลายพระอินทร์เหนือเกียรติมุข ทับหลังทั้งสองทำจากหินทราย และเป็นศิลปะสมัยลพบุรี (ศิลปะเขมรโบราณในไทย) มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 มีหลักฐานภาพถ่ายว่าทับหลังทั้งสองเคยประดิษฐานอยู่เหนือกรอบประตูปราสาทของปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และปราสาทเขาโล้น จ. สระแก้ว ตามลำดับ และคาดว่าน่าจะถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยในช่วงปี 2508 ซึ่งเป็นช่วงสงครามเวียดนาม

Photo by HSI

การส่งมอบโบราณวัตถุที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรม คืนให้แก่รัฐบาลไทยและประชาชนไทยในครั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมการทำงานกว่า 3 ปี ของหน่วยงานที่สำคัญของฝ่ายสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Homeland Security Investigation – HSI) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ตลอดจนการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานไทยและผู้เขี่ยวชาญด้านโบราณคดีของไทย จนประสบความสำเร็จในที่สุด การทำงานร่วมกันดังกล่าวของฝ่ายไทยและสหรัฐฯ เป็นสิ่งแสดงถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพอันดีและยาวนานระหว่างไทยและสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ HSI รายงานว่าการสอบสวนเป็นเวลาสามปีโดย Homeland Security Investigations (HSI) นำไปสู่การยุติคดีในสหรัฐเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ซึ่งเมืองและมณฑลซานฟรานซิสโกยินยอมให้ริบทับหลังไทยสองชิ้นที่ตั้งอยู่และจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย เมืองซานฟรานซิสโก (Asian Art Museum)

Photo by HSI

ทับหลังไทยเป็นโบราณวัตถุที่แกะสลักด้วยมือ น้ำหนัก 1,500 ปอนด์ 2 ชิ้นซึ่งตามเอกสารของศาลระบุว่าเดิมเป็นส่วนหนึ่งของวัดทางศาสนาโบราณในประเทศไทยและเป็นตัวอย่างที่สำคัญของทับหลังประดับและศิลปวัตถุตามประเพณีของศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทับหลังที่สำคัญทางศาสนาเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าส่งออกจากประเทศไทยโดยละเมิดกฎหมายไทยเมื่อ 50 ปีก่อนและต่อมาได้บริจาคให้ซานฟรานซิสโกและนำไปจัดแสดงที่ Asian Art Museum

ในปี 2017 ตัวแทนพิเศษของ HSI ได้ทราบเกี่ยวกับการส่งออกโบราณวัตถุเหล่านี้อย่างผิดกฎหมายจากประเทศไทยซึ่งทำให้สามารถริบได้ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลาง สหรัฐอเมริกาและเมืองและเทศมณฑลซานฟรานซิสโกได้ทำข้อตกลงยุติคดีซึ่งซานฟรานซิสโกยินยอมให้มีการริบทับหลังของไทยที่ส่งมายังสหรัฐ

“ผลสำเร็จของการสืบสวนครั้งนี้ช่วยฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยเพื่อการชื่นชมและการศึกษาของคนรุ่นนี้และคนรุ่นต่อไปในอนาคต” เททัม คิง (Tatum King) เจ้าหน้าที่พิเศษที่รับผิดชอบ HSI San Francisco กล่าว “การขโมยและการค้าวัตถุทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานพอ ๆ กับการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมนั่นเอง การส่งคืนโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศจะช่วยส่งเสริมความปรารถนาดีกับรัฐบาลและพลเมืองต่างชาติ พร้อมกับปกป้องประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของโลกและความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมในอดีต ด้วยพันธมิตรของเราที่สำนักงานอัยการสหรัฐประจำเขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไทยยังคงเป็นหนึ่งในความเคารพและความชื่นชมซึ่งกันและกัน”