ฉีดวัคซีนช้าเกินไป ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่เลือนราง

วันที่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 11:17 น.
ฉีดวัคซีนช้าเกินไป ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่เลือนราง
โลกอาจต้องอยู่กับโควิด-19 ตลอดไป ผู้เชี่ยวชาญชี้จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่สามารถกลับมาแพร่ระบาดได้ทุกเมื่อ

The New York Times ระบุว่าในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความหวังว่าวันหนึ่งโลกจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ แต่หนึ่งปีต่อมา ไวร้สเกิดแพร่ระบาดหนักเป็นระลอกที่ 2 ในอินเดียและอีกหลายประเทศตั้งแต่ในเอเชียไปจนถึงละตินอเมริกา จนผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไป ไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วและสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น แต่การฉีดวัคซีนนั้นอาจช้าเกินกว่าที่จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

นั่นหมายความว่าหากไวรัสยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลกมันจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่สามารถกลับมาแพร่ระบาดได้ตลอดเวลา

ดร.เดวิด เฮย์แมน ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อจากรวิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอน อดีตสมาชิกหน่วยข่าวกรองระบาดวิทยาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่าไวรัสค่อยๆ กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ในสถานที่ที่ผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากโดยมีการควบคุมและป้องกันโรคน้อยหรือไม่ป้องกันเลย เช่น การสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่าง

ในขณะที่การแพร่ระบาดในอินเดียกำลังได้รับความสนใจมากที่สุด ดร.เฮย์แมนกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสเป็นวงกว้างจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะยังคงอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก

ดร.เฮย์แมนยังกล่าวว่าการเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอาจลดความรุนแรงและความอันตรายของการแพร่ระบาด แต่ถึงกระนั้นก็ควรเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง "เป็นธรรมชาติของการติดเชื้อที่เราเคยพบไม่ว่าจะเป็นวัณโรคหรือเอชไอวี พวกมันกลายเป็นโรคประจำถิ่นและเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน เรียนรู้วิธีการประเมินความเสี่ยงและวิธีการป้องกัน"

อย่างไรก็ตามวัคซีนต้านโควิด-19 ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและแจกจ่ายไปทั่วโลกแต่ก็ยังไม่เพียงพอและไม่เท่าเทียม ในขณะที่ประเทศร่ำรวยสามารถกักตุนวัคซีน ประเทศที่ยากจนกว่าต้องเผชิญกับปัญหาในการจัดสรรวัคซีนครั้งใหญ่

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโลกกำลังได้รับการฉีดวัคซีนช้าเกินไปซึ่งมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ฉีดวัคซีนเกินครึ่งหนึ่งของประชากร ขณะที่อินเดียซึ่งกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดขั้นวิกฤตมีประชากรไม่ถึง 10% ที่ได้รับการฉีดวัคซีน และอีกหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนไปได้เพียง 1%

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่ามีไม่กี่ประเทศที่สามารถควบคุมไวรัสได้โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศหมู่เกาะอย่างเช่นนิวซีแลนด์ซึ่งสามารถยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์และเปิดพรมแดนได้แล้ว

ดร.ไมเคิล เบเกอร์ นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยโอทาโกซึ่งช่วยวางแผนการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสในนิวซีแลนด์กล่าวว่านิวซีแลนด์มีแนวโน้มที่จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชากร แต่หนทางก็ยังอีกยาวไกลเนื่องจากขณะนี้มีประชากรเพียง 4.4% เท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีน

ดร.ไมเคิล เมอร์สัน ศาสตราจารย์ด้านสุขภาพระดับโลกที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก และอดีตผู้อำนวยการโครงการโลกด้านเอดส์ขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่าโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นแต่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต มันอาจเหมือนโรคประจำถิ่นอื่นๆ ที่เราเคยเห็นอย่างเช่นโรคหวัด

Photo by Michael DANTAS / AFP