เกิดอะไรขึ้นกับ Bitcoin? จีนไฟดับหรือจับสัญญาณการปราบปราม

วันที่ 19 เม.ย. 2564 เวลา 10:06 น.
เกิดอะไรขึ้นกับ Bitcoin? จีนไฟดับหรือจับสัญญาณการปราบปราม
ราคา Bitcoin ดิ่งหนักเพราะสาเหตุอะไรกันแน่ บางคนบอกว่าเพราะเหมืองในจีนไฟดับ แต่มันอาจจะมีอะไรที่ลึกกว่านั้นก็ได้

บิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกลดลงมามีมูลค่าซื้อขายลดลงมากถึง 15% สู่ระดับ 51,541 ดอลลาร์ในวันอาทิตย์ จนมูลค่าที่ลดลงนี้ทบผลกำไรที่ได้มาช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกือบทั้งหมด

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มูลค่าของ Bitcoin ไปถึง 12,000 ดอลลาร์จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธ ส่วน Ether ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งเป็นเหรียญที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย ethereum blockchain ลดลง 10% เหลือ 2,101 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์บล็อกเชนที่มีผู้ติดตามกันอย่างแพร่หลายใน Twitter ชี้ให้เห็นว่า "อัตราแฮช" (Hash rate) ลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการหยุดทำงาน

ซึ่งอัตราแฮชหมายถึงดัชนีความผันผวนที่วัดความสามารถในการประมวลผลของเครือข่าย Bitcoin ทั้งหมดและจะกำหนดพลังงานที่ผู้ขุดต้องใช้ในการผลิต Bitcoin ใหม่ เมื่อ 2 วันก่อนรายงานนี้ Wu Talk ชี้ว่าไฟดับที่เกิดขึ้นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนอาจเป็นสาเหตุของอัตราแฮชที่ลดลง ซึ่งการหยุดจ่ายไฟเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของ "การตรวจสอบความปลอดภัยไฟดับอย่างครอบคลุม" ในซินเจียง และสำนักข่าวซินหัวระบุว่าสำนักงานกำกับดูแลความปลอดภัยเหมืองแห่งชาติได้รายงานอุบัติเหตุเหมืองถ่านหิน 3 ครั้งล่าสุดรวมถึงอุบัติเหตุในซินเจียงเมื่อวันที่ 10 เมษายนซึ่งทำให้มีผู้ติดในเหมืองอยู่ 21 คน

ทั้งนี้ จีนเป็นแหล่งขุด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเนื่องจากมีกระแสไฟฟ้าราคาถูก แต่กระแสไฟฟ้าเหล่านี้ผลิตจากถ่านหินซึ่งมีความเสี่ยงและยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาล ในอนาคตการตกลงลดกาใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าของจีนอาจกระทบต่อเหมือง Bitcoin แน่นอน

จากตัวเลขของ Dovey Wan ภูมิภาคซินเจียงและเสฉวนของจีนรวมกันแล้วมีอัตราแฮชการขุด Bitcoin มากกว่า 50% ของทั้งโลก และบริษัทคริปโตที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเป็นผู้ขุดรายหลักๆ ของโลก

Luke Sully ซีอีโอของ Ledgermatic ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลทรัพย์สินดิจิทัลกล่าวในอีเมลถึงรอยเตอร์ว่านักลงทุน "อาจขายเพราะข่าวไฟดับในจีนและไม่ใช่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกับเครือข่าย" และบอกว่า "ไฟฟ้าดับแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนพื้นฐาน แม้ว่าเครือข่าย Bitcoin จะกระจายตัวไม่ได้ศูนย์ แต่การขุดมันไม่ได้กระจายตัวไปด้วย" (ซึ่งหมายความว่ามันกระจุกตัวในจีน)

แต่ Edan Yago ผู้ร่วมก่อตั้งแพล็ตฟอร์ม Sovryn ซึ่งโปรโตคอลการเงินแบบกระจายอำนาจที่ใช้ Bitcoin กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วการลดอัตราแฮชจะไม่ทำให้ราคาลดลง การลดลงของอัตราแฮชจะทำให้ธุรกรรมช้าลง ซึ่งทำให้ยากต่อการเคลื่อนย้ายเหรียญเพื่อแลกเปลี่ยนเพื่อขาย การลดลงของราคาเมื่อเร็วๆ นี้อยู่ในขอบเขตของความผันผวนทั่วไป

อีกสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากเมื่อวันศุกร์ ธนาคารกลางของตุรกีสั่งห้ามทำการซื้อโดยใช้คริปโตเคอร์เรนซี่ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนโดยกล่าวว่าการไม่เปิดเผยตัวตนที่อยู่เบื้องหลังเงินดิจิทัลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่ "ไม่สามารถกู้คืนได้"

นอกจากนี้อินเดียจะเสนอกฎหมายที่ห้ามสกุลเงินดิจิทัลและปรับทุกคนที่ซื้อขายหรือถือครองทรัพย์สินดังกล่าว โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนมีนาคมโดยอ้างถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่ไม่ปรากฏชื่อซึ่งมีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับแผนดังกล่าว

ที่สำคัญก็คือรายงานออนไลน์หลายฉบับระบุถึงการคาดเดาว่ากระทรวงการคลังสหรัฐอาจปราบปรามการฟอกเงินที่ดำเนินการผ่านทรัพย์สินดิจิทัล

Photo by KAREN BLEIER / AFP