posttoday
วิกฤต SME ไทยภายใต้ "กับดัก Platform" การเติบโตกลายเป็นทางตัน

วิกฤต SME ไทยภายใต้ "กับดัก Platform" การเติบโตกลายเป็นทางตัน

21 มิถุนายน 2569

SME ไทยกำลังติดกับดักครั้งใหญ่ในยุคดิจิทัล! เมื่อการไม่อยู่บนแพลตฟอร์มหมายถึงไม่มีลูกค้า แต่การเข้าไปขายบนแพลตฟอร์มกลับต้องจ่ายค่า GP จนกำไรแทบไม่เหลือ "ดร.การดี เลียวไพโรจน์" เตือนหากรัฐยังคงศึกษาปัญหาโดยไม่มีมาตรการเร่งด่วน อาจเห็นผู้ประกอบการไทยทยอยปิดกิจการเพิ่มขึ้น และสูญเสียฐานรากเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอย่างไม่อาจกู้คืน

KEY

POINTS

  • SME ไทยกำลังติดกับดักครั้งใหญ่ในยุคดิจิทัล! เมื่อการไม่อยู่บนแพลตฟอร์มหมายถึงไม่มีลูกค้า
  • แต่การขายบนแพลตฟอร์มกลับต้องจ่ายค่า GP จนกำไรแทบไม่เหลือ
  • "ดร.การดี เลียวไพโรจน์" เตือนหากรัฐยังคงศึกษาปัญหาโดยไม่มีมาตรการเร่งด่วน อาจเห็นผู้ประกอบการไทยทยอยปิดกิจการเพิ่มขึ้น 

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่ดูเหมือนจะเอื้อต่อการค้าขาย ผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญกับ "กับดัก" ครั้งใหญ่ที่กัดกินลมหายใจไปทีละน้อย

จากการที่ต้องแบกรับภาระ "ค่า GP" ที่สูงลิ่วของบรรดาแพลตฟอร์มต่างๆ จนนำไปสู่สถานการณ์ที่ว่า "หน้าร้านก็ขายไม่ได้ ไปอยู่บน Platform ก็ยิ่งเจ๊ง"

ปัญหาที่ว่าไม่ใช่เรื่องค่าธรรมเนียมเท่านั้นค่ะ แต่คือการสูญสิ้นความสามารถในการแข่งขัน และเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะการปิดกิจการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

SME ไทยในปัจจุบันตกอยู่ในสภาวะ "จำยอม" ต้องนำสินค้าไปวางขายบนแพลตฟอร์มเพื่อการมองเห็น (Visibility) แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ

  • ค่า GP ที่กัดกินกำไร เมื่อหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแล้ว แทบไม่เหลือส่วนต่างในการบริหารจัดการร้าน หรือบางรายต้องแบกรับการขาดทุนสะสมเพื่อรักษาตัวเลขยอดขาย
  • ภาวะหน้าร้านเงียบเหงา พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปพึ่งพาแพลตฟอร์มมากขึ้น แต่เมื่อไปอยู่บนนั้น SME กลับถูกบีบให้ต้องทำโปรโมชั่นที่เข้าเนื้อตัวเองซ้ำซ้อน

อ้อได้โทรสอบถามไปยังหน่วยงานของภาครัฐเมื่อเดือนที่แล้ว คำตอบคือ ยังศึกษากันอยู่…

คำตอบจากภาครัฐที่ว่า "ยังศึกษากันอยู่" เป็นสิ่งที่ SME รับไม่ได้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เราเห็นความย้อนแย้งที่ชัดเจน กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจเด็ดขาดในการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่เนื้อหมูไปจนถึงสินค้าเกษตร แต่เมื่อถึงคราวที่ "ค่าบริการดิจิทัล" ซึ่งเป็นต้นทุนที่ทำร้ายผู้ประกอบการรายย่อย กลับไม่มีการใช้กฎหมายบังคับ เพื่อควบคุมอย่างจริงจัง

สิ่งที่น่ากังวลคือช่องว่างของกฎหมาย การจำกัดขอบงานของตัวเอง

ETDA ถูกมอบหมายให้เป็นศูนย์กลางทั้งที่ในทางปฏิบัติไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่แท้จริงในการสั่งการหรือควบคุมกลไกราคาของแพลตฟอร์ม ได้แต่จดแจ้ง หรือแค่ "ขอความร่วมมือ"

กขค. (คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า) แม้จะมีกลไกทางกฎหมาย แต่กระบวนการดำเนินงานกลับเป็นเพียง "Soft Law" ที่ใช้เวลาพิจารณายาวนานหลายเดือน ในขณะที่ SME ต้องการทางออกที่รวดเร็วทันที เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแบบรายวัน

วิกฤต SME ไทยภายใต้ "กับดัก Platform" การเติบโตกลายเป็นทางตัน

อ้อเห็นว่าควรถึงเวลา "กฎหมาย" ต้องทำงาน หรืออย่างน้อยมี "ปุ่มฉุกเฉิน" ทางกฎหมายได้แล้วค่ะ

เราไม่สามารถฝากอนาคต SME ไว้กับการรอคอยกระบวนการศึกษาที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้ ภาครัฐต้องเปลี่ยนท่าทีจากการ "เฝ้ามอง" มาเป็นการ "จัดการ" นั่นคือ

  1. กำหนด Hard Law ควบคุมค่า GP โดยรัฐบาลควรจัดหมวดหมู่ "ค่าบริการแพลตฟอร์ม" เป็นบริการที่ต้องควบคุมราคาและเพดาน GP เหมือนกับสินค้าควบคุมอื่นๆ เพื่อไม่ให้แพลตฟอร์มเอาเปรียบผู้ประกอบการเกินควร
  2. ให้อำนาจหน่วยงานที่บังคับใช้ได้จริง ต้องชัดเจนว่าหน่วยงานไหนมีอำนาจสั่งการ (เช่น กระทรวงพาณิชย์) ไม่ใช่ผลักภาระไปให้หน่วยงานที่ไม่บังคับใช้กฎหมายได้
  3. สร้างความเป็นธรรมในกลไกตลาดสมัยใหม่ การใช้คูปองที่ทำให้ผู้บริโภคเสพติด แต่ผู้ค้าขาดทุน เร่งกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจเหนือตลาดของแพลตฟอร์มให้รวดเร็ว ไม่ใช่แค่การไกล่เกลี่ย
  4. สร้างความร่วมมือแพลทฟอร์มและสมาคม / สภา sme

บทสรุปนะคะ...

หากภาครัฐยังคงเพิกเฉยหรือปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเพียงประเด็นทางวิชาการที่ "ศึกษากันต่อไป" เราอาจต้องสูญเสีย SME ไทยไปอีกจำนวนมหาศาล ซึ่งหมายถึงการว่างงานและการสูญเสียฐานรากทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ

วันนี้ SME ไม่ได้ต้องการแค่การเยียวยา แต่ต้องการ "กติกาที่ยุติธรรม" เพื่อให้พวกเขาอยู่รอดและเติบโตได้ด้วยตัวเอง.

ข่าวล่าสุด

"พาณิชย์" เผยส่งออกไทยยังแข็งแกร่ง เร่งเปิดตลาดใหม่-ดัน FTA รับมือความไม่แน่นอนโลก

"พาณิชย์" เผยส่งออกไทยยังแข็งแกร่ง เร่งเปิดตลาดใหม่-ดัน FTA รับมือความไม่แน่นอนโลก