ถึงเวลาแมงเม่าเข้ากองไฟ? เฮดจ์ฟันด์ตลบหลัง GameStop

วันที่ 03 ก.พ. 2564 เวลา 09:35 น.
ถึงเวลาแมงเม่าเข้ากองไฟ? เฮดจ์ฟันด์ตลบหลัง GameStop
แต่ว่าใครเป็นคนปั่นการลงทุนที่นำโดยนักลงทุนรายย่อยสมาชิกในฟอรัมของ Reddit?

หลังจากกองทัพนักลงทุนรายย่อย หรือ "แมงเม่า" ที่ทรงพลังเข้าไปลงทุนใน GameStop จนทำให้นักลงทุนเฮดจ์ฟันด์หงายหลังกันไปตามๆ กัน ล่าสุด พวกเขายังไม่หยุดอยู่แค่นั้น มีรายงานว่ากองทัพนักลงทุนเหล่านี้หมายตาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเช่นแร่เงิน (Silver) จนก่อนหน้านี้ราคาแร่เงินพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปี ก่อนที่ราคาจะลดลง

คาดว่านักลงทุนเหล่านี้เป็นกลุ่มสมาชิกของโซเชียลมีเดีย Reddit ที่เป็นตัวการทำให้เกิดปรากฎการณ์ GameStop ก่อนหน้านี้ โดยก่อนที่ราคาแร่เงินจะพุ่งขึ้นมา มีผู้เขียนโพสต์ใน Reddit จำนวน 2 โพสต์ที่ทำให้กองทัพแมงเม่าแห่กันไปลงทุนในกองทุน iShares Silver Trust เพื่อทำการชอร์ตเซล

แต่เรื่องนี้มีกลิ่นแปลกๆ สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าผู้ใช้ Reddit บางคนคาดเดาว่าสมาชิกที่อยู่เบื้องหลังโพสต์ปั่นอาจเพียงแค่พยายามเล่นเกมในตลาด ส่วนคนอื่นๆ สงสัยว่าผู้โพสต์อาจเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการแทรกซึมของเฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาปั่นในฟอรัม WallStreetBets ซึ่งเป็นห้องสนทนานักลงทุนและเป็นแหล่งชุมนุมของ "แมงเม่า Reddit" ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์สะเทือนตลาดทุน

ข้อสงสัยยังมาจากรายงานของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่าผู้ดูแลฟอรัม WallStreetBets ได้ตรวจพบ "กิจกรรมบอท" จำนวนมากในช่วงเวลาเร็วๆ นี้ และผู้ดูแลฟอรัมกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลบโพสต์ที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์

จากความสงสัยเรื่องนี้ ไท่ หว่อง ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าโลหะของ BMO Capital Markets กล่าวกับ Bloomberg ว่าเขาคิดว่ากองทัพ Reddit นั่นเองที่ทำให้เกิดการลงทุนที่แรงผิดปกติ แต่เขาสงสัยเล็กน้อยว่าอาจมีผู้สมคบคิดวางแผนอะไรลึกๆ อยู่เบื้องหลัง และหากเป็นการวางแผนปั่นโดยเฮดจ์ฟันด์ (ซึ่งอาจจะฉวยโอาสนี้สวนกลับ Reddit ที่ถล่มพวกเขาจนเละ) ก็จะเป็นคำอธิบายที่เข้าทางว่าเฮดจ์ฟันด์เป็นพวกนักเก็งกำไรที่ชั่วร้าย

กระแสการลงทุนแร่เงินเริ่มเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากแร่เงินพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปีราคาก็ผ่อยคลายลงมา และเริ่มมีเสียงเตือนให้ระวังการลงทุนเพราะกระแสขาขึ้นอาจจะอยู่ไม่ยืด ซึ่งก็เป็นอย่านั้นจริงๆ เมื่อราคาแร่เงินลดลงกว่า 5% ในดัชนี Comex เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ส่วนราคาหุ้นของ GameStop ลดลงรวมแล้ว 31%

ส่งผลให้นายหน้าออนไลน์รวมถึงแอพซื้อขายหุ้น Robinhood ต้องออกข้อจำกัดในการซื้อขายเนื่องจากความกังวลในความผันผวนของตลาดทำให้เกิดเสียงโวยวายอย่างรุนแรงในหมู่นักลงทุนรายย่อย

เกวิน เว็นดต์ นักวิเคราะห์ทรัพยากรอาวุโสจาก MineLife Pty ชี้ว่ากระแสตีกลับนี้ไม่น่าแปลกใจเพราะราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากการขับเคลื่อนโดยโซเชียลมีเดียและทฤษฎีสมคบคิดนั้นมักจะไม่ยั่งยืน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนจากทั่วโลกแห่แหนกันมาลงทุนกับ GameStop อาทินักลงทุนชาวเกาหลีก็ได้แห่ซื้อหุ้นรวม 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนมกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 โดยเป็นการลงทุนใน GameStop ไปแล้วประมาณ 557 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยโกฮุน ควอน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Goldman Sachs ประจำภูมิภาคเอเชียกล่าวในบันทึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าหุ้นสหรัฐคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของนักลงทุนรายย่อยชาวเกาหลี ด้วยกำลังการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างหนักท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของหุ้นทั่วโลกในช่วงปลายปี 2020 แต่ความผันผวนอาจทำให้ 1 ใน 3 ของหุ้นในมือของพวกเขากลายเป็นสีแดง

ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลในกรุงโซลได้ออกมาเตือนกลุ่มนักลงทุนรายย่อยก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ระมัดระวังการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนโดยประมาท

รวมถึงหน่วยงานในสิงคโปร์ก็กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบถึงการซื้อขายที่ผิดปกติ และเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการซื้อขายทางโซเชียลมีเดียรวมถึงกลุ่มแชท

โดยเตือนประชาชนให้ระมัดระวังบุคคลที่อาจแสวงหาผลประโยชน์โดยการดำเนินกิจกรรมซื้อขายหุ้นอย่างไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SFA)

พร้อมเสริมว่าการกระทำใดๆ ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดลักษณะที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหรือราคาของหลักทรัพย์เป็นสิ่งต้องห้ามภายใต้ SFA

ด้านสมาชิกรัฐสภาสหรัฐก็ได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับนักลงทุนรายย่อย อาทิ บริษัทที่ให้บริการซื้อขายหุ้นโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม และการสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียซึ่งส่งผลให้มีปริมาณเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ