สหรัฐจี้กองทัพเมียนมาปล่อยตัวอองซานซูจี
ต่างประเทศเริ่มกดดันกองทัพเมียนมาให้ปล่อยตัวอองซานซูจึโดยด่วน
สหรัฐเคลื่อนไหวหลังกรณีอองซานซูจีถูกกองทัพเมียนควบคุมตัว โดยเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า "สหรัฐคัดค้านความพยายามใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงผลของการเลือกตั้งเมื่อเร็วๆ นี้หรือขัดขวางการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยของเมียนมา และจะดำเนินการกับผู้ที่รับผิดชอบหากขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข"
"เราขอเรียกร้องให้ทหารและทุกฝ่ายยึดมั่นในบรรทัดฐานประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมและปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวในวันนี้" เธอกล่าวเสริม
ด้านออสเตรเลียก็เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาปล่อยตัวผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งทันทีโดยระวุว่ากองทัพเมียนมากำลังพยายามยึดอำนาจ
โดยมาริส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราของเรียกร้องมห้ทหารเคารพหลักนิติธรรมเพื่อยุติข้อพิพาทผ่านกลไกที่ชอบด้วยกฎหมาย และปล่อยตัวผู้นำรวมถึงคนอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทันที"
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายังไม่มีแผนที่จะส่งตัวประชาชนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศเมียนมาราว 3,500 คนเดินทางกลับประเทศ แต่กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก
เช่นเดียวกับกระทรวงต่างประเทศของสิงคโปร์ที่ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและทำงานเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นบวกและสันติ
กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียก็ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราสังเกตการณ์สถานการณ์ในเมียนมาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง อินเดียมีความแน่วแน่ในการสนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยในเมียนมามาโดยตลอด เราเชื่อว่าหลักนิติธรรมและกระบวนการประชาธิปไตยจะต้องได้รับการสนับสนุน"
มาเลเซียก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมาแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างสันติ โดยแถลงว่า "มาเลเซียสนับสนุนการหารือร่วมกันระหว่างผู้นำเมียนมาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อประชาชนและรัฐเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยากลำบากในปัจจุบัน"
ด้านอินโดนีเซียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน
บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็ได้กล่าวบนทวิตเตอร์ว่า "ผมขอประณามการรัฐประหารและการจับตัวพลเรือนโดยมิชอบด้วยกฎหมายรวมถึงออง ซาน ซูจีในเมียนมา การลงคะแนนเสียงของประชาชนต้องได้รับความเคารพและผู้นำต้องได้รับการปล่อยตัว"
รวมถึงกระทรวงต่างประเทศจีนก็ได้แถลงว่า "จีนซึ่งเป็นพันธมิตรของเมียนมาหวังว่าฝ่ายต่างๆ ในเมียนมาจะแก้ไขความแตกต่างของตนอย่างเหมาะสมภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อปกป้องเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม"


