พิธีสาบานตนย้ำสังคมอเมริกันแตกแยกเกินเยียวยา

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 11:15 น.
พิธีสาบานตนย้ำสังคมอเมริกันแตกแยกเกินเยียวยา
ชาวอเมริกันยังคงไม่ยอมกัน แม้ทรัมป์จะยอมถอยออกจากทำเนียบขาวแล้วก็ตาม

พิธีสาบานตนของไบเดนเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมานี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าสังคมอเมริกันกำลังแตกแยกและมีการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด จากกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีคนใหม่อย่างโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต และกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พรรครีพับลิกัน

แม้ว่าพิธีสาบานตนวานนี้จะเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อยโดยไม่ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันทุกคนจะเห็นด้วยกับการที่ไบเดนได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่แต่อย่างใด

ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอาจเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ภาพสดพิธีสาบานตนบนเฟซบุ๊กของสำนักข่าว Fox News ซึ่งมีจำนวนการกดถูกใจ 6,600 ครั้ง ขณะที่มีการกดสัญลักษณ์โกรธแสดงความไม่พอใจถึง 13,000 ครั้ง หรือเกือบเท่าตัวของผู้ที่กดถูกใจเลยทีเดียว

รวมถึงมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านไบเดน อาทิ "ดูเหมือนเป็นงานศพมากกว่าพิธีสาบานตน งานศพของรัฐธรรมนูญอเมริกัน และจุดจบของประชาธิปไตย และจุดเริ่มต้นของเผด็จการ" "ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นี่ไม่ใช่ประธานาธิบดีของฉัน เป็นแค่คดีอาญาที่ผิดกฎหมาย" "ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็รักทรัมป์ เขาคือประธานาธิบดีที่ดีที่สุดตลอดกาล" และ "ช่างเป็นวันที่น่าเศร้าอย่างไม่น่าเชื่อบนโลกใบนี้ คำพูดที่พูดออกจากปากอาชญากรช่างน่าอับอาย" เป็นต้น

ชาวอเมริกันยังคงถกเถียงกันในประเด็นเห็นต่างทางการเมืองขณะที่ฝ่ายหนึ่งมองว่าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่หัวรุนแรงและโกหก อีกฝ่ายก็มองว่าไบเดนเชื่อถือไม่ได้และยังทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงแม้ว่าทรัมป์จะยอมถอยออกจากทำเนียบขาวแล้วก็ตาม

รวมถึงก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม ยังเกิดเหตุจลาจลโดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์รวมตัวกันเดินขบวนและบุกรุกอาคารรัฐสภาเพื่อพยายามระงับการนับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งซึ่งลงมติให้ไบเดนเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

กลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมอาวุธครบมือก่อให้เกิดจลาจลรุนแรงชนิดที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 รายรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศว่าประเทศที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตยไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว