posttoday
รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักที

รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักที

07 ธันวาคม 2563

คฤหาสน์โบราณนครมุมไบ ทุบสถิติซื้อขายแพงสุดของอินเดียเมื่อ 5 ปีก่อน จนทุกวันนี้เจ้าของยังเข้าบ้านไม่ได้

เมื่อ 5 ปีก่อนมหาเศรษฐีบริษัทผู้ผลิตยาชื่อดัง ไซรัส ปูนาวัลลา ของอินเดีย เจ้าของฉายา "ราชาวัคซีนแห่งอินเดีย" ได้ตกลงซื้อคฤหาสน์ลินคอล์น เฮาส์ (Lincoln House) บนพื้นที่กว่า 4,645 ตร.ม. ติดทะเลในนครมุมไบ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกในครอบครัว

การซื้อขายครั้งนี้กลายเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย ด้วยมูลค่า 7,500 ล้านรูปี หรือราว 113 ล้านเหรียญสหรัฐ

ลินคอล์น เฮาส์ ก่อนหน้านี้เรียกว่า วันกาเนอร์ เฮาส์ (Wankaner House) ตามชื่อของเจ้าของเดิมคือ เซอร์ อมรสิงหจี พาเนสิงหจี มหาราชาแห่งรัฐวันกาเนอร์ สร้างขึ้นเมื่อปี 1933 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังแห่งยุคคือคล็อด แบตลีย์ ชาวอังกฤษ

ลินคอล์น เฮาส์ มีขนาดที่ใหญ่โตมากเพราะมันคือวังมหาราชาดีๆ นี่เอง และมีสถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างสถาปัตยกรรมอินเดียยุคโมกุลกับสถาปัตยกรรมตะวันตก มันจึงสวยงามลงตัวและยังมีโลเคชั่นที่สุดยอดเพราะตั้งอยู่ริมทะเลและสวนขนาดใหญ่

หลังจากอินเดียได้รับเอกราชและยกเลิกระบบมหาราชา เจ้าของเดิมจึงขายวังให้กับรัฐบาลสหรัฐในปี 1957 โดยปล่อยเช่าเป็นเวลาถึง 999 ปี เพื่อใช้วังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลใหญ่สหรัฐในมุมไบ และเปลี่ยนชื่อเป็น ลินคอล์น เฮาส์ ตามชื่อ อับราฮัม ลินคอล์น ของประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐ จนกระทั่งในเดือนกันยายนรัฐบาลสหรัฐก็ขายลินคอล์น เฮาส์ให้ชาวอินเดียกลับคืนไป

ในตอนนั้นอะดาร์ ปูนาวัลลา บุตรชายของไซรัส ซึ่งเป็นตัวแทนซื้อขายครั้งนี้เผยเหตุผลว่า แม้ว่าคฤหาสน์นี้จะเห็นได้ดาษดื่นทั่วไปในลอนดอน แต่ที่อินเดียนั้นถือว่านับนิ้วได้เลย เมื่อสิ่งปลูกสร้างนำเข้าสู่ตลาดการซื้อขาย ทางครอบครัวจึงไม่รีรอที่จะทุ่มเงินเพื่อให้ได้มาครอบครอง

ไซรัส ปูนาวัลลาดูเหมือนจะถูกใจสถานที่แห่งนี้แทบทุกองค์ประกอบ ทั้งที่ตั้งที่อยู่ใกล้น้ำ มีวิวทิวทัศน์เป็นของตัวเอง และอยู่ในศูนย์กลางการเงินของประเทศ ขนาดก็ใหญ่เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัว

แต่จากวันนั้น (2015) จนถึงวันนี้ (2020) ไซรัส ปูนาวัลลากับครอบครัวก็ยังเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้ สาเหตุก็เพราะสัญญาเช่าที่เจ้าของเดิมให้ไว้กับรัฐบาลสหรัฐที่บอกว่าจะปล่อยให้เช่าถึง 999 ปี ดันเป็นกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลท้องถิ่นรัฐมหาราษฏระ (ที่ตั้งของนครมุมไบ) และรัฐบาลกลางของอินเดีย

ThePrint รายงานว่ากระทรวงกลาโหมของรัฐบาลกลางอินเดียอ้างว่าที่ดินของคฤหาสน์นี้เป็นที่ดินฝ่ายกลาโหมของรัฐบาลกลาง ส่วนรัฐมหาราษฏระกล่าวว่าเป็นเจ้าของเดิมของคฤหาสน์นี้ที่แท้จริง โดยอ้างกฎหมายปี 1935 ที่ระบุว่าที่ดินที่ปล่อยให้เช่าเป็นที่ดินในครอบครองของรัฐนั้นๆ แถมยังบอกว่ารัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎหมาย และต้องแบ่งรายได้จากการขายคฤาสน์ให้รัฐมหาราษฏระ 50% ด้วย

อะดาร์ ปูนาวัลลาบอกกับ ThePrint เขาก็ไม่รู้หมือนกันว่าทำไมเรื่องถึงยังไม่เคลียร์สักที และมีรายงานว่าคนในครอบครัวปูนาวัลลาไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินดียตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว แต่ก็ยังเคลียร์ไม่ได้

ว่ากันที่เจ้าของบ้านคือ ปูนาวัลลา เขาเป็นเจ้าของบริษัท Serum Institute of India ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่รายหนึ่งของโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ องค์กร ผลิตภัณฑ์ และทุกสิ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้เรียกได้ว่าเป็นลูกที่เขาคลอดเองโดยแท้ เพราะตระกูลของเขาแต่เดิมเป็นเจ้าของสนามแข่งม้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจอย่างแรกของเขาคือ ผลิตรถสปอร์ต

อย่างไรก็ดี ปูนาวัลลา มองว่าต้องใช้เงินทุนมากมายกว่าที่คิดและกลุ่มลูกค้าก็เล็กมาก เขาจึงเปลี่ยนมามองหาสินค้าที่คนส่วนใหญ่ต้องการ

วันหนึ่งขณะที่เขากำลังคุยกับสัตวแพทย์ในฟาร์มม้าของเขา เป็นจังหวะที่ม้าแก่ในฟาร์มกลุ่มหนึ่งกำลังถูกส่งไปให้สถาบันของรัฐเพื่อผลิตเซรุ่มพอดี เขาจึงเริ่มคิดทำกระบวนการผลิตเซรุ่มจากม้าในฟาร์มของตัวเอง และก็กลายเป็นที่มาของบริษัทผลิตวัคซีนที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ และเป็นผู้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อป้องกันและรักษาโรคร้ายระดับโลก

ปัจจุบัน ปูนาวัลลาวัยราวๆ 78 - 79 ปีมีทรัพย์สินรวมกันมูลค่าถึง 11,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถึงจะซื้อขายด้วยมูลค่าสูงที่สุด แต่คฤหาสน์ลินคอล์นก็ยังไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุด เพราะตำแหน่งนั้นเป็นของ "แอนทิเลีย" ตึกระฟ้าสูง 27 ชั้น หรือเทียบเท่าตึกทั่วไปที่มีความสูง 60 ชั้นทางตอนใต้ของนครมุมไบ ของ มูเกซ อัมบานี อภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของประเทศ

อัมบานี ทุ่มทุนสร้างแอนทิเลีย สูงถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ กับเวลาก่อสร้างอีก 7 ปี แล้วเสร็จเมื่อปี 2010 ปัจจุบันเมื่อรวมราคาที่ดินที่สูงขึ้น กับค่าตกแต่งและดูแล คาดว่าราคารวมน่าจะสูงมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยต้องจ้างพนักงานดูแลสถานที่รวม 600 คน

ภาพ Abracadabra123

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์ศักยภาพเทคโนโลยี “AI for All” ในงาน Global Telecom AIoT Summit 2026

ทรู โชว์ศักยภาพเทคโนโลยี “AI for All” ในงาน Global Telecom AIoT Summit 2026