จากลูกชาวไร่สตรอว์เบอร์รี่สู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 15:20 น.
จากลูกชาวไร่สตรอว์เบอร์รี่สู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี
โยชิฮิเดะ ซุงะ (Yoshihide Suga) นักการเมืองที่เก็บเนื้อเก็บตัวจากสายตาประชาชนมาตลอด กำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 58 ของญี่ปุ่นต่อจากชินโซ อาเบะ ที่ลาออกไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

1. โยชิฮิเดะ ซุงะ มีพื้นเพมาจากคนธรรมดาสามัญ เขาเกิดในครอบครัวชาวไร่สตรอว์เบอร์รี่ พื้นที่ชนชทของจังหวัดอะคิตะ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงทางตะวันตกเฉียงเหนือ

2. เมื่อเรียนจบภาคบังคับ เขาเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยโฮเซ (Hosei University) เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีค่าเทอมถูกที่สุด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะเขามาจากครอบครัวที่ยากจน

3. ระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัยเขาทำงานที่โรงงานกระดาษลังเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าเทอมด้วยตัวเองและต้องเรียนภาคค่ำ ซึ่งมหาวิทยาลัยโฮเซมีชื่อเสียงด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ และซุงะเลือกเรียนนิติศาสตร์

4. หลังจากเรียนจบแล้ว เขาก็เริ่มทำงานในวงการการเมืองแทบจะในทันที เคยทำงานเป็นเลขานุการของบิดาของนักการเมืองอาวุโสของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เป็นเวลาสิบเอ็ดปี 

5. แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลาออกเมื่อปีพ.ศ. 2529 เพื่อมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว และได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาเมืองโยโกฮาม่าในเดือนเมษายน พ.ศ. 2530

6. ซุงะเขาหาเสียงด้วยวิธีการเดินไปเคาะประตูบ้านประชาชนเพื่อหาเสียงแบบตัวต่อตัว รวมแล้วต้องเยี่ยมประชาชนมากกว่า 30,000 ครัวเรือน ต้องเสียรองเท้าไปกับการเดินหาเสียงถึง 6 คู่ 

7. นอกจะเดินหาเสียงด้วยสองเท้าของตัวเองแล้ว เขายังเขาเป็นผู้ริเริ่มการกล่าวสุนทรพจน์หาเสียงหน้าสถานีรถไฟที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งปัจจุบันผู้สมัครรับเลือกตั้งทางการเมืองของญี่ปุ่นนิยมใช้วิธีกันจนกลายเป็นภาพคุ้นตา

8. หลังจากเล่นการเมืองท้องถิ่นมาได้ 10 ปี ซุงะก็ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นในการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2539 โดยเป็นตัวแทนของเขตที่ 2 ของจังหวัดคานางาวะ

9. ซุงะเป็นนักการเมืองที่ผลักดันนโยบายใหม่ ๆ อยู่เสมอ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานโยบาย "การบริจาคเพื่อบ้านเกิดของญี่ปุ่น" ซึ่งอนุญาตให้ผู้เสียภาษีสามารถลดหย่อนภาษีได้โดยการบริจาคเงินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น

10. ซุงะทำงานใกล้ชิดกับ ชินโซ อาเบะ ในช่วงปี 2543 และ 2553 และสนับสนุนให้อาเบะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานพรรค LDP ในปี 2555 จนในที่สุดอาเบะก็เป็นนายกรัฐมนตรรีในปี 2555

11. ซุงะผลักดันให้อาเบะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งห้ามมิให้ญี่ปุ่นใช้ทหารในการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองคนอื่น ๆ ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรนรมูญอันอื้อฉาว

12. ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายก ซุงะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยและที่ปรึกษาให้กับอาเบะ และมีบทบาทในการบริหารจัดการในรัฐบาล เขามีบทบาทสำคัญในการริเริ่มของรัฐบาลในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างชาติและลดอัตราค่าโทรศัพท์มือถือ

13. เขาโด่งดังทั้งในและต่างประเทศเมื่อเขาเป็นผู้ประกาศชื่อรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ (รัชสมัยเรวะ) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ทำให้เขาเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของประชาชนมากขึ้น และหลังจากนั้นเขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญของรัฐบาล เช่น การรับมือกับการระบาดของโควิด-19

14. แม้ว่าเขาจะเป็นการเมืองที่เก็บเนื้อเก็บตัวและไม่ค่อยโดดเด่นมาก่อน แต่หลังจากที่เขาทำหน้าที่ผู้ประกาศรัชสมัยใหม่จนเป็นที่คุ้นเคยของคนทั่วไป ทำให้สมาชิกพรรค LDP มองว่าเขาเป็นบุคคลที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำพรรคมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนที่อาเบะ ซึ่งจะสืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

15. ปัจจุบันโยชิฮิเดะ ซุงะ อายุ 71 ปี (เกิด 6 ธันวาคม 2491) มีลูกชาย 3 คน สุขภาพยังฟิตปั๋ง ซุงะมีกิจวัตรการออกกำลังกายประจำวัน ได้แก่ การเดิน 40 นาทีทุกเช้า และซิตอัพ 100  ครั้งทุกคืน เขาเริ่มกิจวัตรนี้หลังจากแพทย์แนะนำให้ลดน้ำหนักและลดน้ำหนักได้ถึง 14 กก. ใน 4 เดือน

16. ในวันที่ 16 กันยายน 2563 โยชิฮิเดะ ซุงะ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น หลังชนะการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไปอย่างขาดรอย

Photo by Eugene Hoshiko / POOL / AFP

 

บทความแนะนำ