จับตาสงครามคว่ำบาตร จีนกับพันธมิตรสหรัฐคนละหมัด

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 19:54 น.
จับตาสงครามคว่ำบาตร จีนกับพันธมิตรสหรัฐคนละหมัด
การคว่ำบาตรจีนโดยสหรัฐและพัธมิตรและการตอบโต้ของจีนเกิดขึ้นแบบรายวันในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ต่อไปนี้คือไทม์ไลน์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

• วันที่ 9 กรกฎาคม รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่หลายคนจากจีนรวมถึงสมาชิกอาวุโสของพรรคคอมมิวนิสต์ในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง หนึ่งในนั้นรวมถึง เฉินเฉวียนกั๋ว สมาชิกกรมการเมืองจีน จูไห่หลุนอดีตรองเลขาธิการพรรคในภูมิภาคซินเจียง หวางหมิงซาน ผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงสาธารณะซินเจียง และ หัวหลิวจวิน อดีตเลขาธิการพรรคของกรมการเมือง

• วันที่ 10 กรกฎาคม รัฐบาลจีนประกาศจะตอบโต้การคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน โดยจ้าวลี่เจียน โฆษกของกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า"การกระทำของสหรัฐแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างจริงจังละเมิดบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างจริงจัง และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ"

• วันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานข่าวว่า Amazon สั่งให้พนักงานลบแเอพ TikTok ออกจากการโทรศัพท์มือถือของพนักงาน เนื่องจากมีคว่ามเสี่ยงเรื่องความเป็นมั่นคง อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Amazon แก้ข่าว่าอีเมลสั่งการดังกล่าวถูกส่งไปด้วยความผิดพลาด และยังไม่มีการสั่งให้พนักงานเลิกใช้ TikTok

• วันที่ 11 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า ณ จุดนี้อาจจะไม่มีข้อตกลงทางการค้าระยะที่สองกับจีนเพราะความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งนั้นเสื่อมลงมากเกินไป โดยเขากล่าวว่า “ความสัมพันธ์กับจีนได้เกิดการกระทบกระทั่งอย่างรุนแรง”

• วันที่ 11 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตือนชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางไปยังประเทศจีนว่าพวกเขาอาจถูกจับกุมโดยทางการจีนใช้อำนาจโดยพลการหรืออาจถูกส่งตัวกลับประทเศ ในข้อหา “ส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีน”

• วันที่ 13 กรกฎาคม รัฐบาลจีนประกาศคว่ำบาตรสมาชิกรัฐสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน 3 คน คือมาร์โก รูบิโอ, เท็ด ครูซ และคริส สมิธ รวมถึงนักการทูตสหรัฐ 1 คนคือ แซม บราวน์ แบ็ค เพื่อตอบโต้กับการที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนจากข้อกล่าวเรื่องการปฏิบัติต่อชาวซินเจียงโดยละเมิดสิทธิมนุษยชน หัวชุนอิ๋ง โฆษกหญิงกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า “เราขอให้สหรัฐถอนการตัดสินใจที่ผิดพลาดทันทีและหยุดคำพูดและการกระทำใดๆ ที่แทรกแซงกิจการภายในของจีนและเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของจีน”

• วันที่ 13 กรกฎาคม ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับแอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียชื่อดังของจีนอย่าง TikTok และ WeChat ฐานทำสงครามสารสนเทศกับสหรัฐ โดยอาจถึงขั้นแบน 2 แอปดังกล่าวในประเทศ และก่อนหน้านี้อินเดียได้สั่งแบนแอพของจีนไปแล้ว เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องพรมแดน

• วันที่ 13 กรกฎาคม ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปได้ตกลงที่จะพิจารณาจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ที่สามารถใช้สำหรับการปราบปรามทางการเมืองไปยังฮ่องกง เพื่อตอบสนองต่อการที่จีนใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง นอกจากนี้ สมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศจะทบทวนข้อตกลงการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงรวมถึงข้อตกลงเรื่องวีซ่าด้วย

• วันที่ 13 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการโทรคมนาคมเกาหลีใต้ (KCC) กล่าวว่าได้ทำการสอบสวน TikTok เนื่องจากข้อสงสัยว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมระดับสากลได้ส่งข้อมูลผู้ใช้ไปยังรัฐบาลจีน และยังกล่าวหาว่า TikTok ไม่ได้รับความยินยอมจากตัวแทนทางกฎหมายของผู้ใช้ในเกาหลีที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี

• วันที่ 14 กรกฎาคม จีนประกาศจะคว่ำบาตรบริษัท Lockheed Martin เนื่องจากการมีส่วนร่วมในการขายอาวุธ ล่าสุดให้กับไต้หวัน โดย Lockheed Martin  ผู้ผลิตอาวุธในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้รับเหมาหลักในการอัพเกรดขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้นดินของไต้หวันซึ่งรัฐบาลสหรัฐอนุมัติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มูลค่า 620 ล้านเหรียญสหรัฐ

• วันที่ 14 กรกฎาคม รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแบน Huawei Technologies Co. จากการจัดหาอุปกรณ์สำหรับเครือข่าย 5G ในสหราชอาณาจักร โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2020 หลังจากที่เกิดความกังวลว่าอุปกรณ์ของ Huawei อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ด้านทางการจีนเตือนนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ว่าสหราชอาณาจักรจะพบกับการตอบโต้หากปฏิบัติต่อจีนเหมือนเป็นศัตรู

Photos by Brendan Smialowski and Fred DUFOUR / AFP