posttoday

เปลี่ยนแปลงการปกครองทำไม? มอง2475จากสายตาฝรั่ง

24 มิถุนายน 2563

ทัศนะของผู้คนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันที่ 24 มิถุนายน 2475 นับวันจะยิ่งแตกแยกกันเหมือนการเมืองไทยในเวลานี้

ส่วนหนึ่งเพราะแต่ละฝ่ายใช้ "แว่น" ในการมองสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ยังไม่นับเจตนาที่จะใช้เหตุการณ์นี้เพื่อจุดประสงค์สวนตัวหรือเพื่ออุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละคน ทำให้มุมมองของเหตุการณ์บิดเบี้ยวไปด้วย 

ผู้เขียนจึงขอหยิบยืมมุมมองของฝรั่งจากหนังสือ Siam in Transition (ปี พ.ศ. 2482) เพื่อสรุปย่อเรื่องมูลเหตุของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น จากปากคำของคนนอก คนใน กลุ่มอำนาจใหม่ กลุ่มอำนาจเก่า และสื่อมวลชน โดยเรียบเรียงจาก Kenneth Perry Landon นักวิชาการชาวอเมริกัน

Landon มีพื้นเพการศึกษาด้านเทววิทยา เขาเดินทางมายังสยามในฐานะผู้เผยแพร่ศาสนาเมื่อปี พ.ศ. 2470 เขาเรียนภาษาไทยเพื่อเตรียมสอนศาสนานานถึง 3 ปี กระนั้นครั้งแรกที่เขาเทศนามีชายชราชาวสยามคนหนึ่งมาชมเขาว่ารู้สึกดีใจที่ได้ยินคำสอนใหม่ว่า "พระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงกางเกง" (แทนที่จะเป็นกางเขน)  

หลังจากนั้น Landon และภรรยาที่ครรภ์แก่รวมถึงลูกชายที่เกิดในสยามก็ตะลอนไปปักษ์ใต้เพื่อทำงานศาสนา ทำให้เขาคุ้นเคยกับคนไทยและประเทศสยามอย่างมาก แม้ภาษาไทยของเขาจะปัญหาในครั้งแรกแต่มันคงไม่มีปัญหาในการสัมภาษณ์และอ่านงานเขียนของชาวสยามบางคนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 

Siam in Transition (สยามในการเปลี่ยนผ่าน) เป็นหนังสือเล่มแรกของ Landon และเขาบอกว่ามันเกือบจะทำให้เขาตายเลยทีเดียว แต่มันมีคุณค่ามหาศาลต่อการทำความเข้าในสยามในเวลานั้น 

ต่อไปนี้คือแง่มุมการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากบุคคลฝ่ายต่างๆ 

๏ จากหนังสือการเมืองการปกครองของกรุงสยาม ของหลวงวิจิตรวาทการ จากมุมมองของผู้ก่อการ

1. รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวใช้งานเจ้านายมากกว่าสามัญชน จากเดิมที่ในรัชกาลก่อนใช้งานขุนนางและสามัญชนมาก อีกทั้งเจ้านายยังเกือบจะอยู่เหนือกฎหมาย ขณะที่สามัญชนอยู่ภายใต้กฎหมายโดยเบ็ดเสร็จ

2. รัฐบาลไม่มีความโปร่งใส ไม่ชี้แจงต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย เช่นกรณีที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินเสด็จไปทรงทอดพระเนตรสถานการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในสยาม แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน ตรงกันข้ามมีการใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับการถ่ายภาพยนต์งานสังสรรค์

3. รัฐบาลไม่แจ้งข่าวต่อสื่อมวลชน ปล่อยให้สื่อคาดเดากันเองว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ จนต้องรายงานข่าว ซุบซิบ พิมพ์หนังสือแบบกล้าๆ กลัวๆ ทั้งยังมีการเซ็นเซอร์อย่างกว้างขวาง

4. มีการปลดข้าราชการชั้นผู้น้อยพร้อมกับมีการเก็บภาษีระบบใหม่ คนตกงานหางานไม่ได้ คนมีงานก็ถูกเก็บ ภาษีเพิ่ม

๏ ผู้เขียนสัมภาษณ์เชื้อพระวงศ์ท่านหนึ่งให้เหตุผลว่า

1. นักเรียนในพระนครบางกลุ่มอ่านหนังสือต่างประเทศเรื่องการโค่นล้มระบอบราชาธิปไตย แล้วเข้าใจผิดๆ ว่าระบบราชาธิปไตยนั้นชั่วร้าย ประเทศอื่นๆ เขาเปลี่ยนแปลงแล้ว สยามควรจะเปลี่ยนด้วย

2. นักเรียนสยามในฝรั่งเศสและเยอรมนีใช้มุมมองของชาวยุโรปที่เห็นว่าราชาธิปไตยนั้นกดขี่ประชาชน แล้วคิดว่าสังคมสยามเป็นแบบเดียวกัน อีกทั้งพวกเขายังอยู่ในยุคที่ยุโรป "โค่นล้ม" พระมหากษัตริย์ จึงรวมกลุ่มคน ที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน

3. ข้าราชการทหารและพลเรือนที่มีหนี้สินรุงรัง อยากจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยรู้มาว่ามีนโยบายการคลังแบบขาดดุล เน้นยืมเงินก้อนใหญ่ จึงอยากจะเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นกู้ยืม ทั้ง 3 กลุ่มนี้มีหลวงประดิษฐ์ฯ (ปรีดี พนมยงค์) เข้ากันได้ทุกกลุ่ม จนถือเป็นแกนหลักในการวมกลุ่มเข้าด้วยกัน

๏ ต่อไปนี้เป็นสรุปจากหนังสือพิมพ์ Bangkok Times วันที่ 8 กรกฎาคม 2475 หรือ 15 วันหลังการอภิวัฒน์

1. ไม่มีหลักฐานว่ามวลชนมีส่วนร่วมกับการยึดอำนาจ ไม่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงจากระดับล่าง เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนผู้บริหารประเทศเท่านั้น ผู้ก่อการเข้ามาทำหน้าที่แทนเจ้านาย ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้ดู แต่ไม่มีการกวาดล้างเจ้านายอย่างรุนแรง เพราะผู้ก่อการรู้ว่าประชาชนยังรักในหลวง ภายนอกรัฐบาลใหม่เป็นประชาธิปไตย แต่ในทางปฏิบัติเป็นฟาสชิสต์แบบอ่อนๆ

2. ฝ่ายที่มีส่วนร่วมมากที่สุดคือชนชนชั้นคนทำงานรับเงินเดือน ผลจากการส่งเสริมการศึกษาทำให้คนสยามได้สร้างชนชั้นที่มีการศึกษา แต่ไม่มีการสร้างงานให้ชนชั้นนี้ กอปรกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกจนมีการไล่คนออกจากราชการพอดี มีข้าราชการทีมีการศึกษาคนหนึ่งบอกกับผู้เขียนว่ามีเงื่อนไขให้ชนชั้นนี้เรียกร้องการมีส่วนร่วมในการปกครอง ขึ้นอยู่โอกาสเท่านั้นที่จะเอื้อหรือไม่

3. แนวคิดประชาธิปไตยเติบโตขึ้นมากจากการเข้าถึงความรู้แบบตะวันตก และจากการแพร่แนวคิดโดยแกนนำคณะราษฎรจากฝรั่งเศสและเยอรมนี คนของคณะราษฎรแพร่กระจายไปทั่วทุกกระทรวงกรม เมื่อมีสัญญาณให้เปลี่ยนความจงรักภักดีจากพระมหากษัตริย์มาเป็นคณะราษฎร จึงมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีข้อกังขา

จากหนังสือเรื่อง Siam in Transition: A Brief Survey of Cultural Trends in the Five Years Since the Revolution of 1932 โดย Kenneth Perry Landon (University of Chicago Press, 1939) 

เนื้อหาและถ่ายภาพหมุดคณะราษฏรโดย กรกิจ ดิษฐาน

 

ข่าวล่าสุด

บีทีเอสผนึกภาครัฐและเอกชนพาน้องลุยเกาะไหง ปั้นเยาวชนดำน้ำอนุรักษ์ทะเลไทย รุ่น 11