ม็อบสหรัฐตัดหัว-รื้ออนุสาวรีย์"โคลัมบัส"โยนทิ้งน้ำ

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 18:50 น.
ม็อบสหรัฐตัดหัว-รื้ออนุสาวรีย์"โคลัมบัส"โยนทิ้งน้ำ
รูปปั้นโคลัมบัสและผู้นำยุคสงครามกลางเมืองหลายแห่งในสหรัฐ ถูกม็อบรื้อทำลาย บอกเป็นเครื่องหมายค้าทาสและกดขี่ชนพื้นเมืองอเมริกา

กระแสกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในหลายรัฐของสหรัฐ ได้ร่วมกันทำลายอนุสาวรีย์ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจคนสำคัญผู้คนพบทวีปอเมริกา โดยรายงานพบว่าอนุสาวรีย์ของโคลัมบัสซึ่งตั้งอยู่ในสวนสาธารณะกลางเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ตต์ ได้ถูกผู้ประท้วงตัดคอก่อนที่จะนำส่วนคอของรูปปั้นไปโยนทิ้งน้ำ

นาย มาร์ติน วอล์ช นายกเทศมนตรีเมืองบอสตัน เผยว่า รูปปั้นดังกล่าวถูกตั้งขึ้นเมื่อปี 1979 โดยที่ผ่านมาถูกทำลายหลายครั้ง ทั้งถูกพ่นสีสเปรย์ในปี 2015 รวมถึงเคยรูปปั้นดังกล่าวเคยถูกตัดหัวมาก่อน ซึ่งรูปปั้นที่เพิ่งถูกทำลายนี้เป็นรูปปั้นใหม่ที่มาแทนของเดิมเมื่อปี 1979 โดยหลังจากนี้ทางการเมืองบอสตัน อาจเตรียมรื้อถอนรูปปั้นนี้ออกก่อนเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ส่วนการบูรณะใหม่ยังคงไม่ชัดเจน

นายวอลช์ กล่าวว่า การรื้อทำลายรูปปั้นบุคคลในประวัติศาสตร์ทั้งในบอสตันและทั่วสหรัฐ สะท้อนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องทบทวนประวัติศาสตร์เพื่อเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ "เราจะไม่เอาผิดกับเหตุเหล่านี้แต่มันจะต้องหยุดเสียที"

ขณะเดียวกันรูปปั้นโคลัมบัสที่เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ก็ถูกกลุ่มผู้ประท้วงจุดไฟเผา ก่อนจะทำการโค่นและลากไปตามท้องถนนและโยนรูปปั้นลงในทะเลสาบบริเวณนั้นโดยผู้ประท้วงยังได้ติดป้ายที่บริเวณแท่นของอนุสาวรีย์ประนามว่า โคลัมบัสคือตัวแทนของการสังหารหมู่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

เช่นเดียวกับรูปปั้นโคลัมบัสที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาเมืองเซนต์ปอลเมืองเอกของรัฐมินเนโซต้า อันเป็นรัฐที่เกิดเหตุกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ก็ถูกกลุ่มผู้ประท้วงโค่นทำลายไม่ต่างกัน

ทั้งนี้ นอกจากรูปปั้นโคลัมบัสแล้ว ยังมีรายงานรูปปั้นของเจฟเฟอร์สัน เดวิส ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐอเมริกาสมัยยุคสงครามกลางเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพอร์ธสมัธ รัฐเวอร์จิเนียก็ถูกผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งโค่นลงเช่นกัน

สำหรับคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นนักสำรวจชาวอิตาลี ผู้มีชีวิตช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นที่รู้จักในฐานะนักสำรวจผู้ค้นพบ"โลกใหม่"ซึ่งเปิดทางให้บรรดาชาติมหาอำนาจยุโรปเข้าไปล่าอาณานิคมในทวีปอเมริกาซึ่งเป็นชนวนเหตุไปสู่การค้าทาสและกดขี่ชนพื้นเมือง

บทความแนะนำ