หรือต้นตอเชื้อโคโรนาไวรัสจะเริ่มที่สหรัฐ

วันที่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 21:45 น.
หรือต้นตอเชื้อโคโรนาไวรัสจะเริ่มที่สหรัฐ
โรคระบาดปริศนาที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบในสหรัฐเมื่อกลางปีที่แล้ว รวมทั้งห้องแล็บวิจัยเชื้อโรคของกองทัพที่ถูกสั่งปิดกลางคันในเวลาไล่เลี่ยกัน อาจเป็นต้นตอของเชื้อโคโรนาไวรัส

จนถึงตอนนี้ก็โลกก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วต้นตอของเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้คนทั่วโลกติดเชื้อไปแล้วเกือบ 6 ล้านคนมาจากไหน เริ่มระบาดมาตั้งแต่เมื่อใด

ทว่าก่อนที่จะพบ Covid-19 ระบาดในเมืองอู่ฮั่นของจีน ได้เกิดโรคระบาดปริศนาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่ทำให้มีอาการปอดอักเสบขึ้นในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐ หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่าโรคระบาดนี้เป็นที่มาของโรค Covid-19 หรือไม่

กรมอนามัยเขตแฟร์แฟ็กซ์ในรัฐเวอร์จิเนียระบุว่า โรคระบาดปริศนาเริ่มระบาดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ในบ้านพักผู้สูงอายุกรีนสปริง รีไทร์เม้นท์ คอมมูนิตี้ (Greenspring Retirement Community) ในเมืองสปริงฟิลด์ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 63 ราย เสียชีวิต 3 ราย

ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอาการตั้งแต่ไอ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตัว หายใจติดขัดหรือมีเสียงวี๊ด เสียงแหบ รวมถึงอาการปอดอักเสบ

จะว่าไปก็คล้ายๆ กับโรค Covid-19 อยู่เหมือนกัน

ผลการทดสอบตัวอย่างจากผู้ป่วย 17 รายจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐพบแบคทีเรียหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในจมูกและลำคอ แต่ไม่ใช่ต้นตอของโรคปริศนานี้ และมีอีกหลายตัวอย่างที่พบการติดเชื้อไรโนไวรัส (rhinovirus) ไวรัสทางเดินหายใจที่ทำให้เกิดโรคหวัด

แต่ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าต้นตอของโรคระบาดในบ้านพักผู้สูงอายุคือเชื้อโรคใด

แม้ว่าการติดเชื้อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจในบ้านพักผู้สูงอายุจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่ เบนจามิน ชวาร์ตซ์ จากกรมอนามัยเขตแฟร์แฟ็กซ์เผยว่า เคสที่เมืองสปริงฟิลด์เป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากปกติแล้วโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจจะระบาดในช่วงฤดูหนาวและฤดูไข้หวัด

แต่โรคปริศนาในเมืองสปริงฟิลด์กลับระบาดในช่วงฤดูร้อน และยังระบาดขึ้นใกล้เคียงกับการปิดสถาบันวิจัยโรคติดต่อกองทัพบกสหรัฐฟอร์ทเดทริก (USAMRIID) ในรัฐแมริแลนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักผู้สูงอายุเพียง 50 กิโลเมตร

แล้วโรคระบาดปริศนากับห้องวิจัยนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ห้องปฏิบัติการฟอร์ทเดทริกของกองทัพสหรัฐที่ว่านี้ ทำการศึกษาเชื้อโรคที่มีอันตรายระดับสูง อาทิ เชื้ออีโบลา ไวรัสโรคไข้กระต่าย กาฬโรค และไข้สมองอักเสบ ซึ่งล้วนเป็นเชื้อโรคที่มีแน้วโน้มเป็นอันตรายกับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

แต่เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) สั่งปิดห้องปฏิบัติการฟอร์ทเดทริกชั่วคราว เนื่องจากฝ่าฝืนระเบียบการรักษาความปลอดภัย เพราะมีบุคคลคนหนึ่งเปิดประตูห้องฆ่าเชื้อระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังกำจัดของเสียชีวภาพ รวมทั้งมีระบบป้องกันการปนเปื้อนจากน้ำเสียไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ดี แม้ว่า แครี แวนเดอร์ ลินเดน โฆษกห้องปฏิบัติการฟอร์ทเดทริกจะเน้นว่าไม่มีเชื้อโรคหรือวัตถุติดเชื้อหลุดลอดออกมาจากห้องปฏิบัติการ แต่ก็ห้ามไม่ให้หลายคน รวมทั้งสำนักข่าวต่างๆ ตั้งข้อสงสัยว่าไวรัสที่ทำให้เกิดโรคระบาดในเมืองสปริงฟิลด์หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการของกองทัพ

และเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาก็เกิดการล่ารายชื่อเรียกร้องไปยังเว็บไซต์ของทำเนียบขาวให้ทางการสหรัฐเปิดเผยเหตุผลการปิดห้องปฏิบัติการฟอร์ทเดทริกที่แท้จริง และชี้แจงว่ามีเชื้อไวรัสอันตรายหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการหรือไม่

ที่น่าสนใจคือ คำร้องนี้ยังระบุว่าข่าวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการปิดห้องปฏิบัติการฟอร์ทเดทริกถูกลบในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่ระบาด ดูเหมือนจงใจทำลายหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

จุดนี้ยิ่งเพิ่มความคลางแคลงใจว่าห้องปฏิบัติการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเชื้อโคโรนาไวรัสด้วย เนื่องจากหนึ่งในรายชื่อเชื้อโรคที่ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ศึกษา มีเชื้อโคโรนาไวรัสที่เกี่ยวข้องกับโรคซาร์ส (SARS-CoV) อยู่ด้วย

อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังหลุดปากออกมาว่า สหรัฐเริ่มพัฒนาวัคซีนก่อนพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศและก่อนที่จีนจะเผยแพร่พันธุกรรมของไวรัส

ทำให้น่าคิดว่าหากสหรัฐจะพัฒนาวัคซีนได้อย่างไรทั้งที่ยังไม่ได้รับพันธุกรรมของเชื้อโคโรนาไวรัส นอกจากจะพัฒนาไวรัสขึ้นมาเอง หรือพบเชื้อโคโรนาไวรัสในประเทศก่อนจีน