เชื้อโคโรนาไวรัสมีอิทธิฤทธิ์ทำลายภูมิคุ้มกันเหมือนเอชไอวี

วันที่ 15 เม.ย. 2563 เวลา 17:45 น.
เชื้อโคโรนาไวรัสมีอิทธิฤทธิ์ทำลายภูมิคุ้มกันเหมือนเอชไอวี
เชื้อโคโรนาไวรัสโจมตีเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ แทนที่จะถูกภูมิคุ้มกันฆ่า ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเสียหาย คล้ายกับที่พบในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

งานวิจัยของ Lu Lu จากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้และ Jang Shibo จากศูนย์โลหิตนิวยอร์ก ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Cellular & Molecular Immunology ได้นำเชื้อโคโรนาไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่มาใส่รวมกับเซลล์ภูมิคุ้มกัน หรือ T lymphocyte ที่ทำหน้าที่ตรวจจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย  

ปรากฏว่าระหว่างที่เซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าไปจับเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสแล้วเจาะรูเข้าไปในเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อฉีดสารเคมีเข้าไปในเซลล์นั้น สารเคมีกลับฆ่าทั้งเชื้อไวรัสและเซลล์ที่ติดเชื้อด้วยการฉีกออกเป็นชิ้นๆ  

แต่สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจก็คือ เซลล์ภูมิคุ้มกันกลับเป็นเหยื่อของเชื้อโคโรนาไวรัสเสียเองแทนที่จะเป็นตัวฆ่าไวรัส  

นักวิจัยพบโครงสร้างโปรตีนที่เป็นหนามของไวรัสที่กระตุ้นให้เกิดการเชื่อมผนังเซลล์ระหว่างเปลือกหุ้มไวรัสกับเยื่อหุ้มเซลล์ จากนั้นไวรัสก็บุกเข้าไปในเซลล์ภูมิคุ้มกันแล้วจับเป็นตัวประกัน เป็นการทำลายกลไกภูมิคุ้มกันของมนุษย์ 

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทำการทดลองแบบเดียวกันนี้กับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคซาร์สซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาด กลับไม่พบว่าไวรัสซาร์สโจมตีเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะไวรัสโรคซาร์สไม่มีกลไกการเชื่อมผนังเซลล์

ขณะที่แพทย์ประจำโรงพยาบาลรัฐที่รักษาผู้ป่วย Covid-19 ในกรุงปักกิ่งเผยว่า การค้นพบครั้งนี้เป็นการเพิ่มหลักฐานที่เป็นที่วิตกกังวลในวงการแพทย์ ว่าเชื้อโคโรนาไวรัสมีความสามารถในการจู่โจมภูมิคุ้มกันของมนุษย์โดยตรงเช่นเดียวกับเชื้อเอชไอวี

นอกจากนี้ ยังมีนักวิจัยจากสถาบันวิทยาภูมิคุ้มกันของกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนเตือนว่า ผู้ป่วย Covid-19 มีเซลล์ภูมิคุ้มกันลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งยิ่งมีเซลล์ภูมิคุ้มกันน้อยเท่าไร ความเสี่ยงเสียชีวิตยิ่งสูง

ข้อสังเกตนี้ยืนยันได้จากการชันสูตรผู้ป่วย Covid-19 กว่า 20 คน ที่พบว่าระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายแทบจะทั้งหมด ส่วนความเสียหายของอวัยวะภายในก็เทียบเท่ากับโรคซาร์สและเอชไอวีรวมกัน

อย่างไรก็ดี ทั้งเชื้อโคโรนาไวรัสและเชื้อเอชไอวีก็มีความต่างกันที่ชัดเจน คือ เอชไอวีสามารถขยายจำนวนในเซลล์ภูมิคุ้มกัน เพื่อเปลี่ยนเป็นโรงงานผลิตเซลล์ติดเชื้อ ส่วนเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อเข้าสู่เซลล์ภูมิคุ้มกันแล้ว ตัวมันเองและเซลล์ภูมิคุ้มกันจะตายไปพร้อมๆ กัน

งานวิจัยชิ้นนี้ก่อให้เกิดคำถามใหม่ตามมา อาทิ เชื้อโคโรนาไวรัสสามารถอยู่ในตัวผู้ป่วยได้หลายสัปดาห์ก่อนจะแสดงอาการ เชื้อนี้มีปฏิกิริยาอย่างไรกับเซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย ขณะที่ผู้ป่วยหนักบางรายมีภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาดไปโจมตีเซลล์ที่แข็งแรง

ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบเพิ่มเติม