ฟอร์บส์ยกย่อง 7 ผู้นำหญิงโลก รับมือโควิด-19 ยอดเยี่ยม

วันที่ 15 เม.ย. 2563 เวลา 12:05 น.
ฟอร์บส์ยกย่อง 7 ผู้นำหญิงโลก รับมือโควิด-19 ยอดเยี่ยม
นิตยสารฟอร์บส์ยกย่อง 7 ผู้นำหญิง ออกมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 13 เมษายน เว็บไซต์นิตยสารฟอร์บส์ได้เผยรายงานเรื่อง "สิ่งที่เหมือนกันของประเทศที่รับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ดีที่สุด..คือผู้นำหญิง" หรือ What Do Countries With The Best Coronavirus Reponses Have In Common? Women Leaders โดยเป็นการยกย่องผู้นำหญิงจาก 7 ประเทศ ที่สามารถออกมาตรการรองรับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7 ผู้นำหญิงจาก7ประเทศ ประกอบด้วย นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกฯเยอรมนี นางจาร์ซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) นายกฯนิวซีแลนด์ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน (Tsai ing wen) ผู้นำไต้หวัน นางคาทริน ยาคอบส์ดอตตีร์ (Katrin Jakobsdóttir)นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ นางซานนา มาริน (Sanna Marin)นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ นางเออร์นา ซูลบาร์ก(Erna Solberg) นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ และนางเมตเต เฟรเดอริกเซน(Mette Frederiksen)นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก

ฟอร์บส์อธิบายถึงความต่างอันโด่ดเด่นในการรับมือสถานการ์ณระบาดของผู้นำหญิงแต่ละชาติโดยบอกว่า สำหรับนางแมร์เคิล นายกเยอรมนี ได้กล่าวแถลงผ่านโทรทัศน์ด้วยคำพูดอันจริงใจ สุขุม ถึงสถานการณ์ระบาดที่คาดว่าอาจมีประชาชนกว่า 70% ติดเชื้อ จากประโยควรรคทองที่เธอกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องจริงจัง ที่เราทุกคนต้องรับมือกับมันอย่างจริงจังเช่นกัน” รวมไปถึงการที่เยอรมนีสามารถประชาชนทั้งประเทศที่เข้าข่ายติดเชื้อ เข้ารับการตรวจคัดกรองเชื้อได้อย่างทันท่วงที จึงส่งผลให้เยอรมนีแม้จะมียอดติดเชื้อสูง แต่อัตราการเสียชีวิตคือว่าน้อยกว่าชาติเพื่อนบ้านในกลุ่มอียูด้วยกัน

ส่วนนางจาร์ซินดา อาร์เดิร์น นายกหญิงแห่งนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้มาตรการปิดประเทศขั้นสูงสุดเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อสกัดการระบาดเท่านั้น นายกหญิงผู้นี้ยังมีวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายและได้โดยตรง จากการที่เธอไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าตอบข้อซักถามในช่วงก่อนที่มาตรการปิดประเทศจะถูกบังคับใช้

ด้านประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันซึ่งแม้ไต้หวันจะเป็นชาติที่ไม่ได้เป็นสมาชิกWHO เนื่องจากจีนใช้อิทธิพลทางการเมืองกีดกัน แต่ไต้หวันก็สามารถใช้มาตรการอันเด็ดขาดในการสั่งปรับเพื่อลงโทษประชาชนที่ฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมโรค รวมถึงสกัดการเดินทางระหว่างจีนกับไต้หวันตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาด สืบเนื่องจากไต้หวันเคยได้รับบทเรียนจากคราวโรคซาร์ส จึงทำให้ล่าสุดไต้หวันไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 36 วัน

ขณะที่ผู้นำประเทศกลุ่มนอร์ดิกอย่าง นางเออร์นา ซูลบาร์ก แห่งนอร์เวย์ และนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ซึ่งนอกจากจะให้ข้อมูลกับประชาชนทั่วไปแล้ว ผู้นำทั้งสองชาติยังได้ใช้การสื่อสารโดยตรงกับเด็กๆด้วยการเปิดให้เยาวชนในประเทศตอบคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา เพื่อสร้างความเข้าใจเช่นเดียวในลักษณะเช่นเดียวกับการให้ข้อมูลกับผู้ใหญ่