posttoday

ไทยมีมาตรการคุมการระบาดเข้มงวดสุดอันดับ 4 ของอาเซียน

13 เมษายน 2563

การมีอันดับสูงในดัชนีนี้ไม่ได้แปลว่าการตอบสนองต่อการระบาดของประเทศนั้นดีกว่าประเทศที่อยู่ในระดับต่ำกว่า

สถาบัน Blavatnik School of Government ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้ทำการสำรวจระดับความเข้มงวดของประเทศต่างๆ ในการควบคุมการคระบาดของโควิด-19

ผลปรากฎว่าประเทศที่มีมาตรการเข้มงวดที่สุดในอาเซียนคือลาวในอันดับที่ 1 เวียดนาม อันดับที่ 1 ร่วม (คะแนน 100) และฟิลิปปินส์อันดับที่ 3 (ได้คะแนน 90.48)

ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 ตำแหน่งเดียวกับมาเลเซีย ได้คะแนน 85.71 เท่ากัน คะแนนของไทยกับมาเลเซียยังสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศเช่นสหรัฐ (66.67), สหราชอาณาจักร (71.43) และออสเตรเลีย (71.43)

ไม่น่าเชื่อว่าาสิงคโปร์จะมีความเข้มงวดอยู่ในระดับที่ 9 ได้คะแนนเพียง 61.9 จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลสิงคโปร์จะหันมาใช้มาตการที่เข้มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะทางสังคมอย่างเคร่งครัด

สาเหตุหนึ่งที่ลาวและเวียดนามมีอันดับสูงมากในอาเซียนก็เพราะใช้มาตรการปิดเมืองแต่เนิ่นๆ โดยลาวได้คะแนนดัชนีความเข้มงวดเท่ากับ 100 โดยเท่ากับกับเวียดนาม ลาวได้สั่งปิดโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนภาคบังคับเป็นการชั่วคราวทั่วประเทศเมื่อวันที่ 16 มีนาคม และสั่งปิดประเทศเมื่อวันที่ 29 มีนาคม

สำหรับประเทศที่มีมาตรการเข้มงวดที่สุดในโลกคือ อินเดีย, นิวซีแลนด์ และกาตาร์ ประเทศเหล่านี้ได้คะแนน 100 ส่วนประเทศที่มาตรการหละหลวมที่สุดคือนิคารากัวได้ไปเพียง 11.9 คะแนน

อย่างไรก็ตาม การมีอันดับสูงในดัชนีนี้ไม่ได้แปลว่าการตอบสนองต่อการระบาดของประเทศนั้นดีกว่าประเทศที่อยู่ในระดับต่ำกว่า เช่นจีนได้คะแนน 42.86 และไต้หวัน 38.1 ถือว่าอยู่ในระดับท้ายตารางคืออันดับที่ 119 และ 120 ตามลำดับ แต่ทั้งสองควบคุมการระบาดได้อย่างชะงัดโดยเฉพาะไต้หวันที่ควบคุมโรคได้ดีมากจนได้รับคำชมจากนานาประเทศ

ดัชนี้วัดจากตัวแปรเหล่านี้ คือ การมีคำสั่งปิดโรงเรียนและที่ทำงาน การห้ามเดินทาง การยกเลิกกิจกรรมสาธารณะ การหยุดการขนส่งสาธารณะ การเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ และข้อจำกัดด้านการเคลื่อนที่ รวมถึงมาตรการทางการเงินหรือการเงิน การลงทุนในวัคซีน กรอบการตรวจการติดเชื้อ และมาตรการติดตามการติดต่อกับผู้ติดเชื้อ

Photo by Mladen ANTONOV / AFP

 

ข่าวล่าสุด

ก้าวต่อไปของ ThaiBMA ภายใต้การนำของ “อริยา ติรณะประกิจ” เอ็มดีคนใหม่