posttoday
ฮีโร่ก็มีบาดแผล เบื้องหลังวีรบุรุษปัญญาชนแห่งยุคโควิด

ฮีโร่ก็มีบาดแผล เบื้องหลังวีรบุรุษปัญญาชนแห่งยุคโควิด

07 เมษายน 2563

พวกเขาเคยถูกมองว่าเป็นนักวิชาการที่เก่งแต่เรื่องเรียน แต่วันนี้ "เด็กเนิร์ด" กลายมาเป็นผู้กอบกู้โลก (ตอนที่ 2)

ต่อจากเรื่อง เมื่อปัญญาชนของชาติกลายเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้โลก

ดร. คริสเตียน ดรอสเทน (Christian Drosten) กลายเป็นเสาหลักแห่งเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ในประเทศเยอรมนี ซึ่งได้รับผลกระทบจากไวรัสอย่างหนักแม้จะมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างต่ำ ดร. ดรอสเทน เป็นที่เคารพกันมานานในฐานะผู้ความรู้ลึกซึ้งและเต็มใจที่จะแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมงาน เขาไม่เคยคิดที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง จนเพื่อนร่วมงานบอกว่าเขาเป็นวีรบุรุษโดยบังเอิญ

เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ ดร. ดรอสเทนหัวหน้านักไวรัสวิทยาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Charité ในกรุงเบอร์ลิน ได้กลายเป็นแขกคนหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในรายการทอล์กโชว์ทางโทรทัศน์และเป็นดาวเด่นของรายการพอดคาสต์รายวัน ในรายการเขาจะประเมินสถานการณ์ตามความเป็นจริงที่ประเทศกำลังประสบอยู่โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไวรัสซาร์สซึ่งเขาได้ศึกษามานานหลายปี

นายกรัฐมนตรีอัลเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) และ เยนส์ สพาห์น (Jens Spahn) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ ดร. ดรอสเทนให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการเมืองเพื่อรับมือต่อวิกฤตการณ์ แต่เขารีบบอกกับสื่อว่า “ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์”

“ผมยินดีที่จะอธิบายสิ่งที่ผมรู้” เขากล่าว “ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์จะต้องสื่อสารกับทุกคนอย่างโปร่งใสเพื่อให้เราทุกคนสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ แต่ผมก็ซื่อตรงในสิ่งที่ผมไม่รู้ด้วย”

ฮีโร่ก็มีบาดแผล เบื้องหลังวีรบุรุษปัญญาชนแห่งยุคโควิด

ในบางประเทศนักวิทยาศาสตร์บางคนกบายเป็นวีรชนและกลายเป็นตัวร้ายในเวลาเดียวกัน ในสหรัฐ ดร. แอนโทนี่ เอส. เฟาชี (Dr. Anthony S. Fauci) นักวิทยาภูมิคุ้มกันผู้มีชื่อเสียงซึ่งเป็นหัวหน้าของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ ตอนนี้สถานะของเขากลายเป็นเซเลบริตี้ไปแล้ว

แต่ ดร. เฟาชีซึ่งเป็นทีมงานของทรัมป์ที่ผลักดันมาตรการเว้นระยะห่างในสังคมอย่างหนักหน่วงที่สุดกลับถูกโจมตีจากกลุ่มขวาจัด โดยกล่าวหาว่าเขาพยายามที่จะบ่อนทำลายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขาถูกขู่เอาชีวิตจนกระทั่งกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขต้องมีมาตรการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับดร. เฟาชี

เช่นเดียวกับฮีโร่จากสาขาอาชีพอื่นๆ ที่ถูกดึงตัวมากอบกู้สังคมในช่วงวิกฤตจนต้องเผชิญกับภยันตรายต่างๆ นักวิทยาศาสตร์บางคนก็มีความเสี่ยงเช่นกันจากการล้มป่วยขณะปฏิบัติหน้าที่

ฮีโร่ก็มีบาดแผล เบื้องหลังวีรบุรุษปัญญาชนแห่งยุคโควิด

ในสเปนซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในยุโรปรองจากอิตาลี ดร. เฟร์นันโด ซิมง (Dr. Fernando Simón) กลายเป็นฮีโร่ทางวิทยาศาสตร์ที่ประชาชนรักใคร่ เขาเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฉุกเฉินด้านสุขภาพของสเปน

เขาแถลงข้อมูลล่าสุดและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้ตะลึง และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับประชาชนที่มีความวิตกกังวล ซึ่งพากันมานถามคำถามกับเขาทางออนไลน์และเขาได้ให้แนะนำต่างๆ รวมถึงเรื่องที่ว่าประชาชนควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านหรือไม่ (เขาแนะนำว่า ไม่จำเป็น)

แต่แล้ว ดร. ซิมง ต้องติดเชื้อไวรัสเสียเองไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม ทำให้ประชาชนแห่แหนกันส่งข้อความเป็นห่วงเป็นใยและหวังให้เขาหายป่วยไวๆ

ฮีโร่ก็มีบาดแผล เบื้องหลังวีรบุรุษปัญญาชนแห่งยุคโควิด

ในสหราชอาณาจักร นีล เฟอร์กูสัน (Neil Ferguson) นักคณิตศาสตร์และนักระบาดวิทยาชั้นนำ กลายเป็นที่รู้จักของสาธารณชนในวงกว้างมากขึ้นในชั่วข้ามคืน จากผลงานการทำจำลองการแพร่กระจายของการระบาด

ผลงานของเขากระตุ้นให้รัฐบาลอังกฤษเพิ่มมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมโรคเข้มงวดมากขึ้น จากเดิมที่รัฐบาลใช้วิธีการที่ผ่อนคลายด้วยการทำให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติเพื่อให้ติดเชื้อมากพอกระทั่งสร้างภูมิคุ้มกันหรือที่เรียกว่า "เฮิร์ด อิมมิวนิตี้"

ฮีโร่ในชุดกาวน์เหล่านี้ไม่คุ้นเคยกับการได้รับความสนใจกับจากคนในชาติที่จดจ่อกับทุกคำพูดและการกระทำของพวกเขา แถมยังต้องมาพบกับเสียงวิจารณ์ที่โหดร้ายในบางเรื่อง

เช่น ศาสตราจารย์โซติริออส ซิโอดราส แห่งกรีซซึ่งเป็นคนเคร่งศาสนา จนถูกบางคนวิจารณ์หลังมีการปล่อยคลิปที่ถ่ายภาพของเขาขณะที่ยืนอยู่ในโบสถ์ที่เหมือนจะวางเปล่าแม้ว่ารัฐบาลกรีกเรียกร้องให้มีการระงับกิจกรรมทางศาสนา แต่ศาสนจักรกรีกออร์โธดอกซ์กรีกไม่สมัครใจปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะทางสังคม

ฮีโร่ก็มีบาดแผล เบื้องหลังวีรบุรุษปัญญาชนแห่งยุคโควิด

ดร. ดรอสเทน แห่งเยอรมนีถูกวิพากษ์วิจารณ์เมื่อเขาท้าทายคำสั่งปิดโรงเรียนและศูนย์รับเลี้ยงเด็ก แต่เขาเปลี่ยนความคิดเมื่อได้รับข้อความติติง รวมถึงจากเพื่อนร่วมงานที่แชร์ข้อมูลใหม่กับเขา

แม้จะหลุดกรอบไปบ้าง แต่ฮีโร่เหล่านี้มีความดีความชอบต่อสังคม เพราะพวกเขามอบความชัดเจนให้กับประชาชนในช่วงเวลาที่สับสน

เมื่อเดือนที่แล้ว เช่นเดียวกับทรัมป์และผู้นำคนอื่นๆ ที่ถกเถียงกันหนักมากถึงความจำเป็นในการปิดประเทศเพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจจะรุนแรงมาก แต่ศาสตราจารย์ซิโอดราสบอกกันตรงๆ ว่าจำเป็นต้องทำ

ในวันนั้น หลังจากให้ข้อมูลอัปเดตตามปกติเขาก็ปิดสคริปต์ ก้มมองอย่างประหม่าด้วยมือที่ประสานกัน เขาบอกกับประชาชนร่วมชาติว่า

“มีคนรู้จักเขียนถึงผมว่าเรากำลังวุ่นวายมากเกินไปกับการช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ไร้ความสามารถจากความเจ็บป่วยเรื้อรัง” เขากล่าว “ปาฏิหาริย์ของวิทยาศาสตร์การแพทย์ในปี 2020 เป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อคนที่เป็นแม่ของเรา เป็นพ่อของเรา เป็นปู่ย่าตายายของพวกเรา”

ในตอนนั้นเองที่เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ

“เราไม่มีวันเกิดมาเป็นคน หรือมีตัวตนขึ้นมา หากปราศจากพวกเขา”

แปลและเรียบเรียงจาก The Rising Heroes of the Coronavirus Era? Nations’ Top Nerds

ข่าวล่าสุด

รองปลัดฯ เซมเบ้ แฉโกงสอบท้องถิ่น จ่อเพิกถอนบรรจุกว่า 5,000 ราย

รองปลัดฯ เซมเบ้ แฉโกงสอบท้องถิ่น จ่อเพิกถอนบรรจุกว่า 5,000 ราย