เมื่อปัญญาชนของชาติกลายเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้โลก
พวกเขาเคยถูกมองว่าเป็นนักวิชาการที่เก่งแต่เรื่องเรียน แต่วันนี้ "เด็กเนิร์ด" กลายมาเป็นผู้กอบกู้โลก (ตอนที่ 1)
ตอนนี้มีคนดังกลุ่มใหม่กำลังเกิดขึ้นทั่วยุโรปในขณะที่โควิด-19 กำลังอาละวาดไปทั่วทวีป พวกเขาไม่ใช่นักแสดงหรือนักร้องหรือนักการเมือง แต่พวกเขาเป็นนักระบาดวิทยาและนักไวรัสวิทยาที่กลายเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงติดปากประชาชนไปทั่วทุกครัวเรือน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่เหมือนคนไร้ตัวตน
ในขณะที่พยาบาลและแพทย์ปฏิบัติรักษาผู้ป่วยในแนวหน้า นักระบาดวิทยาและนักไวรัสวิทยาที่แต่ไหนแต่ไรใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องบรรยายและห้องปฏิบัติการ ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดในยุคที่มีความไม่แน่นอนอย่างที่สุด รวมถึงยุคที่นโยบายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และข่าวปลอมที่ระบาดไปทั่ว
ก่อนหน้านี้ ในประเทศที่พัฒนาแล้วนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญมักถูกสังคมโจมตีมาเป็นเวลายาวนานเพราะความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและค่านิยมใหม่ทางวัฒนธรรม
แต่ในตอนนี้ประเทศที่เคยมองนักวิชาการในด้านลบต้องตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังและขยับไปไหนไม่ได้เพราะการระบาดของไวรัส ทำให้ประชาชนที่กระหายความจริง ต้องกลับมาพึ่งพานักวิชาการโดยหวังว่าจะได้คำตอบของปัญหา และในที่สุดนักวิชาการก็กลายเป็นวีรบุรุษของชาติไป
นักวิทยาศาสตร์ คือวีรบุรุษที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด-19 พวกเขาไม่ค่อยมีสีสันในแบบผู้นำทางการเมือง แต่พวกเขามีความเชี่ยวชาญที่ลึกซึ้งและแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์
ในอิตาลีประเทศที่ถูกไวรัสทำลายมากกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก ดร. มัสซิโม กัลลี (Massimo Galli) ผู้อำนวยการแผนกโรคติดเชื้อที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยลุยจิซัคโก ในเมืองมิลาน กลายเป็นคนดังขึ้นมา ทุกวันนี้เขาต้องเปลี่ยนชุดกาวน์ในห้องแล็บมาเป็นชุดสูทและยอมรับว่าตอนนี้เขาออกสื่อมาเกินไปแล้ว แต่ก็ต้องทำเพื่อที่สังคมจะได้ทราบความจริงอย่างตรงไปตรงมา
ดังนั้น ศาสตราจารย์ผู้มีความรู้สูงผู้มีความเชี่ยวชาญจึงกลายเป็นบุคคลที่มีใบหน้าที่คุ้นเคยตามรายการทีวีของอิตาลีในตอนนี้ โดยช่วยอัปเดตข้อมูลที่จริงจังเกี่ยวกับศัตรูที่มนุษย์ไม่คุ้นเคยมาก่อน
เขาเรียกแนวทางการเว้นระยะห่างในสังคมว่าเป็น “สุดยอดของการต่อสู้ที่เหนือสิ่งอื่นใด” ในการเอาชนะโควิด-19
เขายังกังวลเกี่ยวกับการเสี่ยงที่แฝงตัวของไวรัสในสถาบันครอบครัวของอิตาลีซึ่งมีคนวัยต่างๆ อาศัยร่วมกัน และยิ่งไปกว่านั้นเขายังเตือนว่าการติดต่อในครอบครัวจะเป็นตัวการระบาดอันดับ 1 ในประเทศ คำเตือนนี้เป็นคำเตือนที่ดุดัน เพราะอิตาลีเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก
ระหว่างการออกอากาศทางทีวีรายการต่างๆ เขาจะรีบกลับเข้าไปที่ห้องทดลองเพื่อช่วยเพื่อนร่วมงานของเขาในการค้นคว้า
ในกรีซซึ่งยังเอาตัวรอดได้จากระบาดครั้งใหญ่ ทุกคนเห็นดีเห็นงามกับศาสตราจารย์โซติริออส ซิโอดราส (Sotirios Tsiodras) ชายผู้มีผมสีเทาร่างสูงโปร่งที่ออกมาแถลงกับคนในชาติทุกๆ 6 โมงเย็น
การแถลงของเขาเรียบๆ เน้นการอ่านจากข้อความที่เตรียมไว้ขณะที่เขาอัปเดตจากตัวเลขล่าสุดของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโรงพยาบาลหรือผู้ตายให้กับเพื่อนร่วมชาติได้ฟัง บางครั้งเขาก็ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว เช่น การใช้สารฟอกขาว 4 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรสามารถนำมาพ่นบนพื้นผิวเพื่อฆ่าเชื้อ นอกจากนี้เขายังเร่งแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาด เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบผลข้างเคียงของการใช้ยาไอบูโพรเฟนต่อผู้ป่วยไวรัส
ศาสตราจารย์โซติริออส ซิโอดราส เป็นหัวหน้ารับมือการระบาดของรัฐบาลกรีก เขาเป็นคนเคร่งศาสนาระดับหนึ่ง เป็นพ่อของลูกวัย 7 ขวบ สำเร็จการศึกษาด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ MIT และที่อื่นๆ ดังนั้นซิโอดราสจึงไม่ใช่แค่ไม้ประดับ แต่เป็นตัวจริงเสียงจริง
เขาเป็นคนตรงไปตรงมา และผลักดันกรีซให้ใช้แนวทางเชิงรุกที่สุดในยุโรปซึ่งปรากฎว่าได้ผลดี เพราะกรีซมีผู้เสียชีวิตเพียง 68 รายนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาด ในทางตรงกันข้ามกับเบลเยียมซึ่งมีประชากรใกล้เคียงกันที่ราว 10 ล้านคนมีผู้เสียชีวิต 1,283 คน
เธโอ อานักนอสโตปูลอส (Theo Anagnostopoulos) ผู้ก่อตั้ง SciCo ผู้ให้คำปรึกษาด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ศาสตราจารย์โซติริออส ซิโอดราสผสมผสานคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้เขาเป็นที่ดึงดูดใจของสาธารณชน เขาดูเป็นคนธรรมดา แต่มีความเชี่ยวชาญที่พิสูจน์แล้วเป็นของจริง และมีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์
“เขาเป็นคนธรรมดาๆ เหมือนพวกเรา เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพและเอาใจใส่ แต่เขาก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดอย่างปฏิเสธไม่ได้” อานักนอสโตปูลอส กล่าว
(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)
แปลและเรียบเรียงจาก The Rising Heroes of the Coronavirus Era? Nations’ Top Nerds


