
รัฐแจกยาฮอร์โมนข้ามเพศฟรี 10 มิ.ย.นี้ “นพ.วีระพันธ์” จี้ถามคุ้มงบหรือไม่?
รัฐแจกยาฮอร์โมนข้ามเพศฟรี 10 มิ.ย.นี้ 8 รายการ ผ่าน 50 หน่วยบริการ ด้าน นพ.วีระพันธ์ จี้ถามคุ้มไหม ชี้ รพ.ยังวิกฤตงบ-ขาดยาจำเป็น ย้ำฮอร์โมนไม่ใช่ยาช่วยชีวิต ควรใช้ภาษีให้ถูกจุด
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมแจกยาฮอร์โมนข้ามเพศเพื่อการยืนยันเพศสภาพฟรี 8 รายการ ภายใต้สิทธิบัตรทอง เริ่มวันที่ 10 มิ.ย. ในหน่วยบริการ 50 แห่ง
- นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของนโยบาย เนื่องจาก สปสช. กำลังเผชิญปัญหางบประมาณ
- นพ.วีระพันธ์ ชี้ว่ายาฮอร์โมนไม่ใช่ยารักษาโรคที่คุกคามชีวิต และควรจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณไปใช้กับผู้ป่วยที่จำเป็นกว่า
วันนี้ (7 มิ.ย.2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม เตรียมเปิดสิทธิประโยชน์ “ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนข้ามเพศ และดึงกลุ่มผู้รับบริการเข้าสู่ระบบสุขภาพอย่างปลอดภัย ครอบคลุมทั้งยาฮอร์โมน การตรวจแล็บ ดูแล Transgender ให้สุขภาพดีแบบองค์รวม คาดเร็วสุดเริ่มกระจายยาได้ไม่เกินวันที่ 10 มิ.ย.2569 ไปยังหน่วยบริการรวม 50 แห่ง
ปัจจุบัน ชุดบริการสำหรับการข้ามเพศ ได้ถูกบรรจุไว้ในสิทธิประโยชน์ในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินการจัดซื้อยาฮอร์โมนแล้ว ซึ่งยา “ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ” ทั้ง 8 รายการ ถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย
1.กลุ่มยาฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งชนิดเม็ดและชนิดทา
2.กลุ่มยาฮอร์โมนเพศชาย ชนิดฉีด
3.กลุ่มยาบล็อกฮอร์โมนเพศชาย ชนิดเม็ด
4.กลุ่มยาฉีดกดฮอร์โมนส่วนกลาง
นอกจากสิทธิประโยชน์บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพแล้ว ยังให้การครอบคลุมไปถึงการตรวจสุขภาพ การให้คำแนะนำสุขภาพจิต การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพทั่วไป ระดับฮอร์โมน การทำงานของตับ การทำงานของไต และระบบเผาผลาญของร่างกาย เป็นต้น
สำหรับหน่วยบริการทั้งหมด ทั้งคลินิกเอกชนของภาคประชาสังคม ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ของกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลรัฐบาลบางแห่ง ขอให้ติดตามการประชาสัมพันธ์ของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และจากหน่วยงานราชการทึ่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การให้ยาฮอร์โมนมีผลข้างเคียงต่อสภาพร่างกาย และจิตใจในภาพรวม จนอาจเป็นปัญหาสุขภาพในอนาคตได้ ก่อนได้รับฮอร์โมน จะต้องได้รับคำปรึกษาอย่างรอบด้าน และได้รับการดูแลต่อเนื่องโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ด้าน นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย กรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก “Veerapun Suvannamai” ระบุว่า ยินดีกับ transgender ทุกคนที่ได้รับสิทธิ์ใหม่ แต่ผมขอตั้งคำถามถึง สปสช. ในฐานะหมอและวุฒิสมาชิกครับ
รัฐประกาศเพิ่มยาฮอร์โมนข้ามเพศ 8 รายการ เข้าสิทธิบัตรทอง คาดเริ่มกระจายยาได้ภายใน 3 วันนี้ (10 มิ.ย.) ใน 50 หน่วยบริการทั่วประเทศ
ผมเข้าใจในสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศ และไม่ได้ปฏิเสธว่าเขาเหล่านั้นไม่ควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพ
แต่ในฐานะแพทย์ที่เห็นระบบสาธารณสุขไทยจากข้างในมานาน ขอถามตรง ๆ ว่า…
ตอนนี้ สปสช. มีเงินพอไหม?
เรารวยขนาดนั้นเลยหรือครับ?
ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติงบประมาณ คลินิกชุมชนอบอุ่นหลายแห่งขาดทุน และยุติการให้บริการ โรงพยาบาลชุมชนขาดยาพื้นฐาน ผู้ป่วยมะเร็งบางรายยังเข้าไม่ถึงยาที่จำเป็น ผู้ป่วยที่ต้องล้างไตยังรอคิวอยู่
สิทธิในการมีสุขภาพทีดีเป็นสิทธิ์ของทุกคน แต่เมื่องบประมาณมีจำกัด เราต้องพูดเรื่องลำดับความสำคัญอย่างตรงไปตรงมาครับ
การข้ามเพศเป็นเรื่องส่วนตัวที่เข้าใจได้ แต่ยาฮอร์โมนข้ามเพศไม่ใช่ยาที่รักษาโรคที่คุกคามชีวิต พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด คือ “ไม่ให้ฟรีก็ไม่ตาย”
คนอยากใช้ก็น่าจะซื้อใช้เองได้ ขณะที่เงินภาษีของคนทั้งประเทศนั้นมีไม่มากพอสำหรับทุกอย่าง
คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ควรหรือไม่ควร” แต่คือ “ถึงเวลาแล้วหรือยัง ประเทศเรารวยขนาดนั้นแล้วหรือ? และสุดท้ายใครได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งนี้บ้าง?“
นโยบายสาธารณสุขที่ดี ต้องตอบได้ว่า สิ่งที่เลือกทำคุ้มค่ากว่าสิ่งที่ต้องสละไปจริงหรือเปล่า
หากท่านผู้กุมเงินอยู่ในมือ คือ สปสช. คิดได้แล้ว จะประกาศยกเลิก ก็คงไม่มีใครคิดตำหนิ แต่ตรงข้ามน่าจะได้รับคำสรรเสริญจากคนที่มีสติปัญญาทั้งประเทศนะครับ
ท่านผู้อ่านคิดเห็นอย่างไร?







