ตายเยอะกว่าโคโรนา โรคระบาดที่สหรัฐไม่อยากให้โลกรู้

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 21:12 น.
ตายเยอะกว่าโคโรนา โรคระบาดที่สหรัฐไม่อยากให้โลกรู้
ในขณะที่ชาวโลกกำลังตื่นตระหนกกับโคโรนาไวรัสจากจีน โรคระบาดร้ายแรงโรคหนึ่งที่กำลังระบาดในสหรัฐกลับไม่มีการพูดถึง

ในขณะที่ทั่วโลกพุ่งความสนใจไปที่การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสซึ่งมีต้นตอมาจากประเทศจีน โรคไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐที่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 19 ล้านคน ในจำนวนนี้ต้องเข้าโรงพยาบาล 180,000 คน คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปถึง 10,000 คน และมีแนวโน้มจะกลายเป็นโรคระบาดที่อันตรายที่สุดในรอบทศวรรษ กลับไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แม้แต่ชาวอเมริกันเองก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีความเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากกว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) โรคไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ปัญหาของสหรัฐประเทศเดียวเท่านั้น ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลราว 3-5 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิตมากถึง 650,000 คนต่อปี

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) ระบุว่าปีนี้โรคไข้หวัดใหญ่มาเยือนสหรัฐเร็วกว่าปกติ คือเริ่มระบาดมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว และอาจอยู่ไปจนถึงเดือน พ.ค.นี้ ทั้งที่ปกติจะระบาดในช่วงปีใหม่  และขณะนี้ได้แพร่ระบาดไปทั่วทุกรัฐแล้ว

ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คน และมีอาการไข้และไอเหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัส แต่ที่ต่างกันคือ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัส ขณะที่ไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วราว 10,000 คนนับตั้งแต่ระบาด โดยสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐ คาดว่าไข้หวัดใหญ่ฤดูกาล 2019-2020 อาจจะร้ายแรงเท่ากับฤดูกาล 2017-2018 ซึ่งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี

นอกจากนี้ ไข้หวัดใหญ่ฤดูกาลนี้ยังทำสถิติคร่าชีวิตเด็กอเมริกันถึง 68 คน นับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมาเมื่อ 17 ปีที่แล้ว เนื่องจากเชื้อที่ระบาดปีนี้เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บีที่เด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐลงความเห็นตรงกันว่าสำหรับชาวอเมริกันแล้ว ไข้หวัดใหญ่น่ากลัวกว่าเชื้อโคโรนาไวรัส

เชื้อไข้หวัดไหญ่รับมือได้ยาก เนื่องจากเชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกปี บางครั้งเชื้อมีความรุนแรงกว่าการระบาดครั้งที่ผ่านๆ มา ส่งผลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อและความรุนแรงของอาการ

เมลิสซา โนแลน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิทยาลัยสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนาเผยว่า บางครั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ก็เกิดการกลายพันธุ์กลายเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่ร่างกายมนุษย์ไม่เคยเจอมาก่อน

อย่างไรก็ดี แม้ไข้หวัดใหญ่จะร้ายแรงกว่าเชื้อโคโรนาไวรัส แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ และน่าจะรวมทั้งผู้คนทั่วโลก กลับไม่ค่อยให้ความสำคัญหรือตื่นตัวกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่

ในขณะที่ชาวโลกตื่นตัวกับเชื้อโคโรนา ไม่ว่าจะเป็นการสั่งกักตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเพื่อดูอาการ การยกเลิกเที่ยวบินไปยังเมืองอู่ฮั่น แต่กลับไม่มีการต่อแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ เช่นที่ผู้คนในเอเชียหลายประเทศตอนนี้ทำนับตั้งแต่มีการรายงานข่าวการติดเชื้อโคโรนาไวรัส

จริงอยู่ว่าหลังเชื้อไข้หวัดใหญ่ระบาด บางโรงรียนในสหรัฐมีการยกเลิกชั้นเรียน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้ชีวิตกันตามปกติทั้งๆ ที่ภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่อาจร้ายแรงไม่ต่างจากเชื้อโคโรนาไวรัส อาทิ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ กระตุ้นหอบหืด และหัวใจวาย

มาร์โก ซาวอย ประธานภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชนของคณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเทมเปิลเผยถึงสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับโคโรนาไวรัสมากกว่าไข้หวัดใหญ่เพราะเชื่อว่าหน่วยงานทางการแพทย์ควบคุมเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

ขณะที่โคโรนาไวรัสที่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นของจีนเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มนุษย์ยังไม่คุ้นเคย ยังไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาด ความอันตรายร้ายแรง การควบคุม จะผลิตวัคซีนป้องกันได้เมื่อไร

หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ ความไม่รู้ทำให้เกิดความกลัว

ทั้งนี้ แม้ทางการสหรัฐจะเตรียมวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ถึง 173 ล้านโดส ซึ่งเกินความต้องการสำหรับชาวอเมริกันทั่วประเทศ แต่จากข้อมูลของ CDC กลับพบว่าในช่วงฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ระบาดเมื่อปี 2018-2019 ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเพียง 45.3% และเด็ก 62.6% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีน

ผลการวิจัยโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐเมื่อปี 2017 พบว่า ชาวอเมริกันส่วนหนึ่งไม่ยอมฉีดวัคซีน เนื่องจากเชื่อว่าวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ หรือกังวลว่าฉีดแล้วจะไม่ปลอดภัย แม้จะมีผลการวิจัยจาก CDC ยืนยันว่าวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 60%

แม้ว่าสหรัฐจะมีความพร้อมและความสามารถในการรับมือโรคระบาดเป็นอันดับหนึ่งของโลก (ไทย อันดับ 6) จากการจัดทำดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพโลก ซึ่งจัดทำโดย The Economist Intelligence Unit ของนิตยสาร The Economist ร่วมกับทีมนักวิจัยโครงการ Nuclear Threat Initiative มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์

ทว่าระบบสาธารณสุขของสหรัฐกลับอยู่ในอันดับท้ายๆ เมื่อเทียบกับประเทศร่ำรวยด้วยกัน แม้ว่าในปี 2016 อัตราการทำประกันสุขภาพของชาวอเมริกันจะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ชาวอเมริกันที่เข้าไม่ถึงประกันสุขภาพกลับมีจำนวนมากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศร่ำรวยอื่นๆ

ข้อมูลของ CDC พบว่ายังมีชาวอเมริกัน 4.8% ไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่จำเป็นเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง

ข้อเท็จจริงข้างต้นอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ไข้หวัดใหญ่แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ และมีอัตราการติดเชื้อเสียเสียชีวิตค่อนข้างสูง

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต