posttoday
ธปท. ศึกษา Thai Baht Stablecoin เร่งเฮียริ่งปีนี้ หนุน Green Finance

ธปท. ศึกษา Thai Baht Stablecoin เร่งเฮียริ่งปีนี้ หนุน Green Finance

26 มิถุนายน 2569

ธปท. ศึกษา Thai Baht Stablecoin เตรียมเฮียริ่งปี 69 หนุนการเงินสีเขียว ย้ำความยั่งยืนคือทางรอดไม่ใช่ทางเลือก รุกเฟส 2 ช่วยธุรกิจปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

KEY

POINTS

  • ธปท. กำลังศึกษาและเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกใช้ Thai Baht Stablecoin
  • คาดว่าจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนภายในปี 2569 โดยจะอนุญาตให้สถาบันการเงินเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้เพื่อสนับสนุนการเงินสีเขียว (Green Finance) และการลดการปล่อยคาร์บอน
  • ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ชี้ปัจจุบันยังไม่มีแนวคิดปรับขึ้นดอกเบี้ย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน "Capital With Purpose 2026 : Unlocking ESG Value Through Green Finance" หัวข้อ “Sustainability as Competitiveness : Reinventing Growth for Thailand” ว่า ในอดีตภาคธุรกิจมุ่งเน้นการสร้างกำไรสูงสุดเพื่อผู้ถือหุ้น (Shareholder Capitalism) แต่ในโลกปัจจุบัน บริบทได้เปลี่ยนไปสู่ Stakeholder Capitalism หรือการให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย 

 

โดยเน้นย้ำว่าบริษัทที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาวต้องสร้าง "คุณค่าร่วม" (Shared Value) ที่ให้ความสำคัญทั้งผลกำไร สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกัน หากมุ่งเน้นเพียงกำไรระยะสั้นโดยไม่สนผลกระทบวงกว้าง จะทำให้ธุรกิจเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่สามารถยืนระยะได้ในอนาคต

 

ความยั่งยืนคือ "ทางรอด" ไม่ใช่ "ทางเลือก"

 

ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้ให้เห็นว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขัน โดยยกตัวอย่างมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM ซึ่งหากไทยไม่ปรับตัวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกอย่างรุนแรง 

 

ข้อมูลการศึกษา พบว่า หากไม่มีมาตรการเหล่านี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอาจขยายตัวได้ถึง 24% ดังนั้นการลงทุนด้านความยั่งยืนจึงเป็น "ทางรอดระยะยาว" และเป็นการลดความเสี่ยงที่แท้จริงของธุรกิจ 

 

ธปท. กางแผนปฏิบัติการ Green Finance

 

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน ธปท. ได้ดำเนินการในหลายมิติ ได้แก่ การทำ "Taxonomy" กำหนดนิยามกิจกรรมทางเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อให้ธนาคารจัดสรรเงินทุนได้อย่างตรงจุด รวมถึงการสนับสนุน Financing the Transition ช่วยผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 160,000 ล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้กว่า 700 ราย 

 

ซึ่งขณะนี้เข้าสู่เฟสที่ 2 โดยจะเน้นไปที่การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต อนุมัติวงเงินไปแล้วประมาณ 35,000 ล้านบาท หลังจากเฟสแรกมุ่งเน้นการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการปรับตัวของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM ของยุโรป

 

นอกจากนี้ ธปท. กำลังอยู่ในช่วงการศึกษาและเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) เรื่องการออกใช้ Thai Baht Stablecoin โดยอนุญาตให้สถาบันการเงินเข้าไปทำธุรกิจบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอน การเงินสีเขียว โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนหรือความคืบหน้าภายในปี 2569 

 

มุ่งเป้า People, Planet, Profit

 

ในด้านภาพรวมเศรษฐกิจ ผู้ว่าฯ ธปท. ยอมรับว่า GDP ไทย เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ โดยปีนี้คาดการณ์เติบโต 2.3% ธปท. จึงไม่ได้ดูแค่เรื่องดอกเบี้ยนโยบาย แต่พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว  

 

“ความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากการประกาศนโยบายหรือการทำ PR แต่เกิดจากการลงมือทำ โดยเป้าหมายปลายทางคือการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งบนหลักการ People, Planet, และ Profit เพื่อให้ธุรกิจมีกำไรที่เหมาะสมและสังคมไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายวิทัย กล่าว

 

ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย หนุนเศรษฐกิจฟื้น

 

นายวิทัย กล่าวว่า ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำมาก โดยต่ำเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทำหน้าที่ประคับประคองเศรษฐกิจและช่วยให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น

 

สำหรับทิศทางในอนาคต กนง. จะพิจารณาเป็นรายครั้งตามข้อมูลจริง โดยในปัจจุบันยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เว้นแต่จะมีสถานการณ์จำเป็นที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น

 

ในส่วนของภาวะเงินเฟ้อ ธปท. คาดการณ์ว่าอาจจะสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ จากปัจจัยราคาน้ำมัน แต่จะเริ่มปรับลดลงในช่วงเมษายนปีหน้า โดยคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2.8% และปีหน้าอยู่ที่ประมาณ 1.4%

 

ยืนยันไม่หนุนการเก็งกำไรค่าเงิน คุมเข้ม Payment Gateway 

 

สำหรับประเด็นเรื่องการประกอบธุรกิจให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX) ธปท. ยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายเปิดให้รายย่อยเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน เนื่องจากไม่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังสามารถใช้บริการแลกเปลี่ยนหรือส่งเงินผ่านธนาคารและบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตได้ตามปกติ

 

ส่วนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Payment Gateway ธปท. ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ทั้งในส่วนของการรายงานร้านค้าและการคัดกรองพาร์ทเนอร์ หากพบการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือหละหลวม ธปท. จะดำเนินการลงโทษตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวล่าสุด

ธปท. ศึกษา Thai Baht Stablecoin เร่งเฮียริ่งปีนี้ หนุน Green Finance

ธปท. ศึกษา Thai Baht Stablecoin เร่งเฮียริ่งปีนี้ หนุน Green Finance