หวั่นนิวยอร์กตกเป็นเป้าโจมตี หลังสหรัฐปลิดชีพนายพลอิหร่าน

วันที่ 04 ม.ค. 2563 เวลา 15:06 น.
หวั่นนิวยอร์กตกเป็นเป้าโจมตี หลังสหรัฐปลิดชีพนายพลอิหร่าน
นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก หวั่นนครนิวยอร์กตกเป็นเป้าโจมตีครั้งใหญ่ หลังสังหารนายพลคนดังของอิหร่าน

นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กของสหรัฐ แสดงความกังวลกรณีสหรัฐใช้โดรนปฏิบัติการปลิดชีพนายพลกัสซิม กัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังหน่วยรบพิเศษ Quds Force ซึ่งเป็นทหารคนสำคัญที่เป็น"มือขวา"ของอายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวในการแถลงข่าวหลังเหตุสังหารว่า "ที่ผ่านมาเราประเมินควาามเสี่ยงในความเป็นจริงของสงครามที่เกิดจากฝีมือรัฐบาลของประเทศที่โยงใยกับเครือข่ายก่อการร้ายระดับโลก หากเทียบกับกลุ่มก่อการร้ายที่ไม่ใช่ "องค์กรระดับรัฐ" อย่างกลุ่มอัลกออิดะฮ์ หรือกลุ่มไอซิส"

นครนิวยอร์กเคยตกเป็นเป้าโจมตีครั้งใหญ่มาแล้วจากเหตุการณ์ 9/11

ตำรวจนิวยอร์กรักษาการบริเวณย่านไทม์สแควร์

การแถลงการณ์ร่วมของนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กับหัวหน้าหน่วยตำรวจนครนิวยอร์ก มีขึ้นหลังจากที่อายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศกร้าวตอบโต้แก้แค้นการสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน

อย่างไรก็ดี นาย Chad Wolf รักษาการรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ระบุว่า หน่วยงานของเขากำลังทำงานร่วมกันเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆอย่างแข็งขัน และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเมืองใหญ่ในสหรัฐก็ตาม

ขณะเดียวกัน หลังการปลิดชีพนายพลอิหร่านได้ไม่นาน มีรายงานว่า อายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี นั่งเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงของอิหร่านด้วยตนเอง ซึ่งโดยปกติแล้วผู้นั่งหัวโต๊ะประชุมคือประธานาธิบดี

ผู้นำสูงสุดอิหร่านมีสถานะเป็นทั้งประมุขสูงสุดของประเทศ และผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพอิหร่าน รายงานดังกล่าวส่งผลให้ผู้สังเกตการณ์หลายฝ่ายหวั่นอิหร่านอาจพิจารณาการตอบโต้เป็นวงกว้างในยุทธวิธีรูปแบบต่างๆ รวมถึงอาจใช้พันธมิตรในหลายกลุ่มในต่างประเทศที่เป็นทั้งหน่วยทหารและกลุ่มก่อการร้ายในการตอบโต้สหรัฐ ซึ่งยากจะคาดเดาว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด