posttoday

จับตายุทธศาสต์ใหม่สีจิ้นผิง ตั้งกูรูการเงินเป็นขุนศึกสยบปัญหาการเงิน

27 ธันวาคม 2562

รายงานพิเศษ บทวิเคราะห์ท่าทีสีจิ้นผิงเลื่อนกูรูการเงินมาแทนที่ฝ่ายการเมือง แสดงให้เห็นว่าเขากำลังปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่

 

ขณะนี้นี้จีนต้องดิ้นรนเพื่อรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ผู้นำรัฐบาลจึงต้องดำเนินกลยุทธ์ใหม่ด้วยการจ้างผู้เชี่ยวชาญทางการเงินไปประจำตามมณฑลต่างๆ เพื่อจัดการความเสี่ยงและสร้างเศรษฐกิจระดับภูมิภาคขึ้นใหม่

นับตั้งแต่ปี 2561 ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้จ้างอดีตผู้บริหาร 12 คนของสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินรัฐ ลงไปดูแลเศรษฐกิจของมณฑลต่างๆ 31 แห่งรวมถึงและเขตเทศบาลซึ่งบางแห่งเคยมีปัญหาด้านการเงินและหนี้สิน

ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งใหญ่ในปี 2555 มีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับมณฑลเพียง 2 คนเท่านั้นที่มีภูมิหลังทางการเงิน

ในบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเมื่อเร็วๆ นี้คือ อินหยง อดีตรองผู้ว่าการธนาคารกลาง ซึ่งตอนนี้ขึ้นมาเป็นรองนายกเทศมนตรีปักกิ่ง อีกคนคือรองผู้ว่าราชการมณฑลซานตง ชื่อว่าหลิวเฉียง ซึ่งไต่เต้ามาจากธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน

ส่วนรองนายกเทศมนตรีคนใหม่อย่างเป็นทางการของเขตฉงชิ่ง ชื่อว่า หลี่ปั๋ว ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

การแต่งตั้งกูรูการเงินเหล่านี้ยังทำให้พวกเขามีโอกาสไต่เต้าขึ้นมาเป็นระดับบริหารชั้นสูงอย่างรวดเร็วขึ้น เนื่องจากจีนเตรียมการสับเปลี่ยนระดับผู้นำในปี 2565 โดยประมาณครึ่งหนึ่งของสมาชิก 25 คนของกรมการเมือง ( Politburo) จะถูกสับเปลี่ยนตัวออกไป รวมถึง หลิวเฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและหัวหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐ

ตามปกติเส้นทางการเลื่อนตำแหน่งมาอยุ่ใรกรมการเมืองจะต้องมีลำดับขึ้นที่ชัดเจน แต่สีจิ้นผิงได้เลื่อนกูรูการเงินมาแทนที่ฝ่ายการเมือง แสดงให้เห็นว่าเขากำลังปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่

ชูเฉิง เฟิ่ง หุ้นส่วนของ Plenum ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการวิจัยอิสระในฮ่องกงกล่าวกับ Reuters ว่า ขณะนี้รัฐบาลจีนต้องการตัวบรรดานายธนาคารอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นมีความเสี่ยงทางการเงินมากขึ้น

"อดีตนายธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้มีหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงทางการเงินที่ร้ายแรง เฟิ่ง กล่าว

การแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวลงสู่จุดต่ำที่สุดในรอบเกือบสามทศวรรษ ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลลดลง

ธนาคารในระดับภูมิภาคห้าแห่งได้รับผลกระทบจากปัญหาการบริหารจัดการและสภาพคล่องในปีนี้ ทำให้มีโอกาสที่จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ก่อให้เกิดวิกฤตหนี้ที่กระทบไปยังภาคส่วนที่คาดไม่ถึง

สำนักข่าวซินหัวของรัฐรายงานหลังจากการประชุมเศรษฐกิจที่มีสีจิ้นผิงเป็นประธานในเดือนนี้ว่า จีนจำเป็นต้องมีการเตรียมแผนฉุกเฉินอย่างดี เพราะเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับ "แรงกดดันด้านลบที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาเชิงสถาบัน และวัฏจักรการขึ้นลงทางธุรกิจ"

ด้วยการเพิ่มแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นถูกคาดหวังว่าจะเป็นผู้นำในการจัดการด้านการเงินและลดค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือด้วยการแทรกแซงของท้องถิ่นนักวิเคราะห์กล่าว

เหอไห่เฟิง ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายการเงินของสำนักสังคมศาสตร์แห่งจีน กล่าวว่า การแต่งตั้งรองผู้ว่าการทางการเงินไปยังมณฑลต่างๆ สามารถช่วยบูรณาการนโยบายทางการเงินเข้ากับการลงมือปฏิบัติในท้องถิ่นและป้องกันความเสี่ยงทางการเงินได้ล่วงหน้า และการแต่งตั้งกูรูการเงิน ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการแต่งตั้งข้าราชการแบบใหม่อีกด้วย

ที่ผ่านมา ผู้บริหารทางการเงินถูกตั้งแง่ไม่ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะตามระบอบคอมมิวนิสต์ ธนาคารและนายทุนเป็นศัตรูของรัฐที่ขูดรีดกำไรไปจากแรงงาน ดังนั้นธนาคารจะต้องถูกยึดมาเป็นกิจการของรัฐ ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมที่แนวคิดฝ่ายซ้ายจัดกำลังแพร่หลาย นายธนาคารหลายคนถูกโจมตีและขับออกจากตำแหน่งหน้าที่

แต่สีจิ้นผิงเปลี่ยนแปลงค่านิยมนี้ โดยเริ่มเน้นถึงความสำคัญของความเชี่ยวชาญทางการเงินและเพื่อยกระดับสถานะของผู้บริหารเหล่านี้ในปี 2560

สีจิ้นผิงถึงกับเคยกล่าวว่า “ผู้นำทางการเมือง โดยเฉพาะผู้อาวุโสต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเรียนรู้ทักษะทางการเงินและทำความคุ้นเคยกับภาคการเงินให้มากขึ้น”

ครึ่งหนึ่งของอดีตผู้บริหารทางการเงิน 12 คนที่ถูกแต่งตั้งมามาดำรงตำแหน่งผู้นำระดับมณฑลโดยสีจิ้นผิงนั้นเกิดหลังปี 1970 ซึ่งยังถือว่าเป็นคนวัยกลางคนค่อนข้างหนุ่ม

เช่น รองผู้ว่าการมณฑลเหลียวหนิงชื่อจางหลี่หลิน อายุ 48 ปี เป็นอดีตนายธนาคารผู้ช่ำชองใช้เวลาสองทศวรรษในธนาคารเพื่อการเกษตรที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ เขาได้รับการแต่งตั้งหลังจากสถาบันการเงินของรัฐ 3 แห่งประกาศการลงทุนในธนาคารจิ่นโจวที่กำลังประสบปัญหา โดยธนาคารแห่งนี้อยู่ในมณฑลเหลียวหนิงนั่นเอง

แผนการกำจัดความเสี่ยงสำหรับผู้ให้กู้เป็นความสำเร็จสำคัญในปีนี้ ในการแก้ไขปัญหาที่สถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงสูงต้องเผชิญ

ในเดือนกันยายน ถานโจ๋ง วัย 53 ปี อดีตรองผู้อำนวยการธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของจีน ซึ่งเป็นผู้ให้กู้สินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลกได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นมณฑลที่มีหนี้มากที่สุดในประเทศจีนตามรายงานจากบริษัท Guosen Securities ซึ่งมีอัตราส่วนหนี้สินที่ 161.7% ณ สิ้นปี 2560

สีจิ้งผิง ยังคัดเอาแต่กูรูทางการเงินที่มีประสบการณ์ในการฟันฝ่าวิกฤตการณ์มาก่อน เพื่อมานั่งตำแหน่งทางการเมือง เช่น หวางฉีซาน รองว่าการมณฑลที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารเพื่อการก่อสร้างของจีนในช่วงต้นทศวรรษ 1990

จำนวนผู้บริหารทางการเงินที่เข้ามาจับงานการเมืองเพิ่มมากขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงแนวทางใหม่ในการคัดผู้มีความสามารถมาทำงานบริหารประเทศ จากที่แต่เดิมจะเน้นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีผลงานบริหารการเมืองและต้องแสดงฝีมือในเขตการปกครองระดับต่างๆ มาก่อน จนเป็นที่ไว้วางใจได้

เฟิ่ง กล่าวว่า ในปี 2565 ที่มีการสับเปลี่ยนสมาชิกกรมการเมือง คนเหล่านี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่หลังยุคสีจิ้นผิงแล้ว

"รัฐบาลกลางมีแนวโน้มที่จะแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่ในรัฐบาลท้องถิ่นและส่งเสริมพวกเขา ให้พวกเขาได้มีโอกาสสูงที่จะไต่เต้าขึ้นมาดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น" เฟิ่ง กล่าว

เรียบเรียงและเพิ่มเติมจาก China's Xi turns to financial experts to tame economic risks By Keith Zhai and Cheng Leng โดย สำนักข่าว Reuters

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แอต.มาดริด พบ บาร์เซโลน่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันนี้