ชัยชนะของสหรัฐเหนือรัฐอิสลาม คือความหายนะของอาเซียน

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

ชัยชนะของสหรัฐเหนือรัฐอิสลาม คือความหายนะของอาเซียน

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน มีรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ว่า สหรัฐกำลังทำการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมเครือข่ายระดับภูมิภาคของรัฐอิสลาม (Islamic State) ในอัฟกานิสถานและแอฟริกา หลังจากการตายของผู้นำกลุ่มคือ อะบู บักร์ อัลบัฆดาดี

เอกอัครราชทูต นาธาน เซลส์ ผู้ประสานงานต่อต้านการก่อการร้ายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า กลุ่มในเครือของรัฐอิสลามในแอฟริกาตะวันตก, พื้นที่ส่วนใหญ่ของซาฮารา และจังหวัดคอร์ซานในอัฟกานิสถานยังคงเป็น “ภัยคุกคามที่ร้ายแรง” ที่จะต้อง “ตัดตอนไม่ให้แพร่กระจายมากขึ้น”

เซลส์ บอกว่า “เราต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในภูมิภาคที่มีความกังวลเหมือนเรา เกี่ยวกับภัยคุกคามเหล่านี้ เพื่อนำสรรพกำลังในระดับประเทศทั้งหมดมาใช้”

เอกอัครราชทูต นาธาน เซลส์ กล่าวถึงเรื่องนี้จากที่ประชุมมในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มในเครือรัฐอิสลาม และที่เซลส์เดินทางมาที่นี่ก็ไม่แค่ร่วมประชุมตามปกติ เพราะแม้ว่าเขาจะเอ่ยถึงสมุนรัฐอิสลามในเอเชียกลางและแอฟริกา แต่ฐานที่มั่นจริงๆ อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างหาก

เซลส์เดินทางมาถึงฟิลิปปินส์ เพราะสหรัฐมีแผนการจะจัดตั้งศูนย์ในประเทศฟิลิปปินส์เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับวิธีรับมือกับผู้ที่สนับสนุนเครือข่ายรัฐอิสลามในภูมิภาค และตอบสนองในกรณีที่มีการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

ตามโครงการนี้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความร่วมมือในชายแดน เพื่อสกัดการเข้ามาของนักรบ อาวุธ และเงินที่ใช้ในการก่อการร้าย โดยสหรัฐพร้อมที่จะลงโทษและขึ้นบัญชีดำสถาบันการเงิน เช่นธนาคารและบริษัทที่ทำหน้าที่ประสานงานทางการเงินให้กลุ่มก่อการร้าย

คำถามคือทำไมสหรัฐฆ่าอะบู บักร์ อัลบัฆดาดีที่ตะวันออกกลาง แล้วทำไมต้องมาสกัดขบวนการรัฐอิสลามที่่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อถูกสัมภาษณ์โดยผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว BenarNews เซลส์ตอบว่า “จนถึงตอนนี้เราเห็นข้อบ่งชี้เพียงเล็กน้อยที่รัฐอิสลามสนใจที่จะมุ่งมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ความจริงต้องบอกว่า ที่นี่ไม่ใช่หนึ่งในภูมิภาคที่นักสู้รัฐอิสลามจะเข้ามาด้วยความกระตือรือร้น”

เขาบอกด้วยว่า "เท่าที่เห็น เรายังไม่เห็นปัญหาใหญ่ แต่เราต้องมั่นใจว่าจะต้องรักษาสถานะนี้ไว้"

คำพูดของเซลส์ดูเหมือนจะขัดกับท่าทีของสหรัฐในการร่วมมือเพื่อปราบกลุ่มรัฐอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแข็งขัน และจะว่าไปแล้วคำพูดของเซลส์เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะเขายังเตือนว่าแท็คติกการโจมตีที่ใช้กันในตะวันออกกลาง เช่น ระเบิดฆ่าตัวตายอาจนำมาใช้ในการโจมตีที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้นำเข้ามาคือบรรดาครูสอนศาสนาในท้องถิ่น

เซลส์บอกเองกับปากว่า "ระเบิดฆ่าตัวตายเป็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นกันใน ... เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกระทั่งเมื่อระยะใกล้ๆ เร็วๆ นี้ เรากังวลว่ากลุ่มอย่างรัฐอิสลามและผู้เห็นใจกลุ่มนี้อาจเลียนแบบสิ่งที่พพวกเขาเห็นในซีเรียหรืออัฟกานิสถาน"

ดังนั้นการที่เขาบอกในตอนแรกว่ายังไม่มีการเคลื่อนไหนมากนักของกลุ่มรัฐอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นคำพูดที่ต้องฟังหูไว้หู

เกาะมินดาเนาทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์เป็นพื้นที่เปราะบางที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค เพราะมีทั้งกลุ่มแบ่งแยกดินแดน และกลุ่มที่เป็นสายเดียวกับรัฐอิสลาม และตอนนี้มินดาเนาเป็นพื้นที่เดียวในแถบนี้ที่กลุ่มรัฐอิสลามตั้งจังหวัดปกครองขึ้นมาได้ (wilayat)

ส่วนภาคใต้ของไทยนั้นยังไม่ใช่พื้นที่ที่กลุ่มรัฐอิสลามจะมาเคลื่อนไหวจริงๆ จังๆ แต่อาจจะต้องระวังการเลียนแบบวิธีการโจมตีในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้เอาไว้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ