พบเมืองโบราณของอาณาจักรเขมรหลับใหลอยู่ใต้ผืนป่า

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 15:39 น.

พบเมืองโบราณของอาณาจักรเขมรหลับใหลอยู่ใต้ผืนป่า

หลังจากพยายามมาหลายปี ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีก็สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของเมืองโบราณที่หายสาบสูญไปซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมรได้แน่นอนเป็นครั้งแรก

มเหนทรบรรพต หรือเมืองที่หายสาบสูญของกัมพูชา เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมร ที่บรรดานักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ทราบกันดีว่ามีอยู่ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าตั้งอยู่ในจุดใด จึงได้แต่ตั้งสมมติฐานกันว่าน่าจะตั้งอยู่บนที่ราบสูงพนมกุเลน แต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยป่ารกร้าง และยังเต็มไปด้วยระเบิดที่เขมรแดงฝังไว้ในช่วงที่ใช้เขาพนมกุเลนเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายก่อนจะพ่ายแพ้ในสงครามกัมพูชา-เวียดนามในปี 1979

ภาพถ่ายทางอากาศของเมืองมเหนทรบรรพตจาก Archaeology Development Foundation

จนกระทั่ง ฌ็อง บัปติสต์ เชอว็องส์ จากมูลนิธิโบราณคดีและการพัฒนาในอังกฤษ และเดเมียน อีแวนส์ จากสถาบันเอเชียศึกษาแห่งฝรั่งเศส เริ่มลงมือค้นหาที่ตั้งของเมืองโบราณแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2012 จนแล้วเสร็จในปี 2017  และพบว่าเมืองที่สาบสูญแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมกุเลน ห่างจากเมืองเสียมเรียบไปทางเหนือราว 48 กิโลเมตร โดยการค้นพบครั้งนี้เพิ่งตีพิมพ์ลงในวารสารเพื่อการศึกษา Antiquity

การค้นหาครั้งนี้ใช้วิธีที่เรียกว่าลีดาร์ (Lidar) คือใช้เลเซอร์ที่สามารถทะลุผ่านป่าหน้าทึบยิงลงมาจากเครื่องบินสแกนเหนือพื้นที่ภูเขาพนมกุเลนซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราว 975 ตารางกิโลเมตร เพื่อทำแผ่นที่ทางอากาศ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาเทียบเคียงกับข้อมูลภาคพื้นดิน ทำให้ทีมค้นหาพบโครงสร้างของเมือง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จ กำแพงวัด และวังขนาดใหญ่ กินพื้นที่ทั้งหมดราว 50 ตารางกิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังพบลักษณะการวางผังเมืองที่น่าทึ่งคือ ระบบถนนที่สร้างเป็นตารางหมากรุก ทั้งที่ก่อนหน้าจักรวรรดิเขมรซึ่งอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9-15 มนุษย์ยังสร้างเมืองแบบสะเปะสะปะ ไม่มีขอบเขตที่แน่ชัด ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่าเมืองมเหนทรบรรพตเป็นเมืองแห่งแรกในประวัติศาสตร์กัมพูชาที่วางฝังเมืองด้วยระบบดังกล่าว

ทั้งนี้ นักโบราณคดีเชื่อว่าเมืองมเหนทรบรรพตเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของจักรวรรดิเขมร แต่ต่อมาจักรวรรดิเขมรได้ย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองอังกอร์ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะเมืองหลวงแห่งใหม่ที่อยู่ต่ำลงมาเหมาะกับการเพาะปลูกและสร้างที่อยู่อาศัยมากกว่า

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ