นายกฯอิตาลีลาออก เซ่นพรรคร่วมแตกคอ

  • วันที่ 21 ส.ค. 2562 เวลา 11:22 น.

นายกฯอิตาลีลาออก เซ่นพรรคร่วมแตกคอ

จูเซปเป คอนเต "นายกคนนอก" ของอิตาลีไขก๊อก หลังรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลแตกคอ

นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีของอิตาลี ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) ซึ่งการลาออกของนายคอนเต มีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนหน้าที่ทางรัฐสภาเตรียมมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่นายมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคลีก ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นผู้เสนออภิปรายไม่ไว้วางใจผู้นำรัฐบาลของตนเอง

หลังจากที่อิตาลีได้เลือกตั้ง4 มีนาคม 2018 ที่ผ่านมา โดยมีคะแนนเสียงของสองพรรคใหญ่ใกล้เคียงกันคือ Five Star Movement (M5S) อันมีนายลุยจิ ดิ มาโย เป็นรองนายกฝ่ายเศรษฐกิจ และ Lega Nord อันมีนายมัตเตโอ ซัลวินี เป็นรองนายกฝ่ายมหาดไทย ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ จึงจำเป็นต้องหานายกคนนอกอย่างนาย จูเซปเป คอนเต มานั่งเก้าอี้เป็นหัวหน้ารัฐบาล

 

มัตเตโอ ซัลวินี

แต่ทว่าตลอดระยะเวลา 18 เดือนของการบริการงานของรัฐบาลผสมที่มีนายคนนอกผู้นี้ มีเสียงแตกคอกันระหว่างสองพรรคใหญ่ โดยเฉพาะนายซัลวินี ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค Lega Nord อันเป็นพรรคขวาจัด ที่เห็นต่างจากรัฐบาลในหลายประเด็นทั้งการผ่านร่างงบประมาณ เศรษฐกิจของอิตาลีที่ยังคงถดถอยที่สุดของอียู นโยบายผู้อพยพ รวมถึงล่าสุดกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในภาคเหนือ

 

มัตเตโอ ซัลวินี (ซ้าย) จูเซปเป คอนเต , ลุยจิ ดิ มาโย (ขวา)

นายกคอนเต ได้กล่าวคำแถลงลาออกต่อรัฐสภาระบุว่า โจมตีนายซัลวินีว่า เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองมากว่าอิตาลี "การกระทำของซัลวีนีที่เรียกร้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ นับเป็นเรื่องร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม เขาได้แสดงให้เห็นแล้ว่าตนเองแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ของอิตาลี" 

ทั้งนี้ ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพรรคลีกของซัลวินีได้รับเสียงโหวตจากประชาชนมาขึ้นถึงสองเท่า จากช่วงเลือกตั้งทั่วไปในอิตาลีที่ได้คะแนนร้อยละ 17% เป็น 34% มากกว่าคะแนนของพรรค M5S ส่งผลให้หลายฝ่ายมองว่าการเรียกร้องอภิปรายไม่ไว้วางใจจนนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคของซัลวินีจะได้คะแนนเสียงจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ในที่สุด

 

หลังจบการแถลงต่อวุฒิสภานายคอนเต ได้เดินทางเข้าพบประธานาธิบดีแซร์จิโอ มัตตาเรลลา เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที ส่งผลให้การเลือกตั้งทั่วไปของอิตาลีครั้งใหม่คาดว่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนตุลาคมนี้

อิตาลีติดหล่ม

นอกจากปัญหาทางการเมืองแล้ว ปัญหาด้านเศรษฐกิจของอิตาลียังคงอยู่ในสภาวะที่ยังมองไม่เห็นทางออก อัตราคนว่างงานยังคงสูง แม้แต่แรงงานที่จบการศึกษาใหม่ๆก็ยังหางานทำยาก ความต่างทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคเหนือซึ่งมีรายได้ประชากรต่อหัวสูงกว่าภูมิภาคทางใต้

หากอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียูภายในเดือนตุลาคมนี้ จะส่งผลให้อิตาลีก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของสหภาพยุโรป แต่ทว่าอิตาลียังคงมีหนี้สาธารณะสูงถึง 132% ของจีดีพี รวมถึงมีการคาดการณ์ในปีนี้ เศรษฐกิจของอิตาลีจะเติบโตเพียง 0.7 % เท่านั้น

ข่าวอื่นๆ