เจาะข่าวลือ ดราม่าหลังวังญี่ปุ่นจักรพรรดินีไม่ลงรอยเจ้าหญิงคิโกะ

  • วันที่ 23 พ.ค. 2562 เวลา 16:00 น.

เจาะข่าวลือ ดราม่าหลังวังญี่ปุ่นจักรพรรดินีไม่ลงรอยเจ้าหญิงคิโกะ

นิตยสารข่าวชื่อดังของญี่ปุ่นเผย สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะกับเจ้าหญิงคิโกะไม่ลงรอยกัน

ชูคันชินโจ นิตยสารข่าวรายสัปดาห์รายใหญ่ของญี่ปุ่น รายงานว่าความสัมพันธ์ของสมเด็จพระจักรพรรดินิมาซาโกะกับเจ้าหญิงคิโกะอาจไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยระบุว่าก่อนหน้านี้สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ นานา ทั้งการกีดกันจากสำนักพระราชวังญี่ปุ่นไม่ให้อภิเษกกับสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ เมื่อเข้ามาเป็นสะใภ้หลวงแล้วยังถูกกดดันให้มีทายาทชายสืบทอดราชบัลลังก์ จนพระองค์มีปัญหาด้านสุขภาพและต้องยุติการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานหลายปี ขณะที่เจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในมกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะ ทรงมีชีวิตที่ไร้แรงกดดัน เพราะทรงมีพระประสูติการเจ้าชายฮิซาฮิโตะที่ราชวงศ์ญี่ปุ่นเฝ้ารอคอยเมื่อปี 2006

แต่หลังจากวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นยุคใหม่ของญี่ปุ่นภายใต้สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ สถานการณ์ก็พลิกกลับ ชูคันชินโจ รายงานว่าสมเด็จพระราชินีมาซาโกะทรงเบิกบานอย่างที่เจ้าหญิงมาซาโกะไม่เคยเป็นมาก่อน อาการประชวรหายไป ความกระฉับกระเฉงกลับคืนมา และดูเจิดจรัสจนแทบจะกลบแสงของเจ้าหญิงคิโกะ

เจ้าหญิงมาซาโกะ กับเคอิ โคมุโระ พระคู่หมั้น

หนึ่งสัปดาห์หลังการสืบทอดราชบัลลังก์ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงเข้าร่วมพิธีเลี้ยงอาหารค่ำแก่เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นในโอกาสอำลาตำแหน่งหน้าที่ นิตยสารข่าวรายสัปดาห์เจ้านี้รายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดินีทรงมีพระราชปฏิสันถารกับภริยาเอกอัครราชทูตอย่างมีชีวิตชีวา สลัดภาพเจ้าหญิงที่รักความสันโดดในวันเก่าทิ้งอย่างสิ้นเชิง ในช่วงเวลาเดียวกันเจ้าหญิงคิโกะกลับถูกความเครียดรุมเร้า ซึ่งมาจากความกังวลเกี่ยวกับพิธีเสกสมรสของเจ้าหญิงมาโกะ พระธิดา กับ เคอิ โคมุโระ ที่ต้องเลื่อนออกไปอันเนื่องมาจากปัญหาด้านการเงินของครอบครัวพระคู่หมั้น

มกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะและเจ้าหญิงคิโกะ พระชายา

อันที่จริงความไม่ลงรอยกันระหว่างสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะกับเจ้าหญิงคิโกะดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว นิตยสารชูคันชินโจระบุว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวงอากิฮิโตะทรงประทับที่โรงพยาบาลหลังเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหลอดพระโลหิตพระหทัย เจ้าหญิงคิโกะทรงชิงตัดหน้าประกาศว่าจะไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวงอากิฮิโตะ จนสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะต้องทรงเตือนว่าตามธรรมเนียมแล้วพระองค์จะได้เข้าเฝ้าฯ เป็นลำดับแรก ในที่สุดสมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวงทรงห้ามศึกด้วยการตรัสว่า “พวกเราจะไปพร้อมกันทั้งหมด”

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานจากเอกสารทางการทูตของอังกฤษในช่วงปี 1980 ซึ่งหอจดหมายเหตุของอังกฤษนำมาเปิดเผยว่าความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะและมกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะ พระอนุชาไม่สู้ดีนัก หนึ่งในนั้นเป็นจดหมายจาก ซิดนีย์ กิฟฟอร์ด เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงโตเกียวในขณะนั้น ที่ระบุว่า เกิดความบาดหมางในสำนักพระราชวังอิมพีเรียลเกี่ยวกับอนาคตของมกุฎราชกุมาร และการศึกษาของทั้งสองพระองค์

มกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะทรงต้องการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเช่นเดียวกับพระเชษฐาที่ทรงกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเมอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แต่สำนักพระราชวังกลับปฏิเสธ แต่หลังจากการหารือแคร่งเครียดในที่สุดสำนักพระราชวังก็ยอมให้มกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสาขาวิชาอนุกรมวิธานปลาระหว่างปี 1988-1990

และในปี 1990 ก็เกิดเรื่องข้ามหน้าข้ามตากันอีกครั้งระหว่างทั้งสองพระองค์ เมื่อมกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะทรงขอ คิโกะ คาวาชิมะ เสกสมรส แต่ทางสำนักพระราชวังอิมพีเรียลต้องการให้สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเสกสมรสก่อนตามลำดับของการสืบทอดราชบัลลังก์ ทว่าสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะยังไม่มีที่ท่าว่าจะเสกสมรส มกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะจึงทรงเข้าพิธีเสกสมรสก่อนพระเชษฐา

ล่าสุดก่อนพิธีขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะไม่นาน มกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะทรงแสดงความไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีขึ้นครองราชย์ของพระเชษฐา โดยตรัสว่าสำนักพระราชวังควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพิธี เนื่องจากรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นได้แยกแยะศาสนาออกจากการเมืองอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่ควรนำภาษีของประชาชนมาใช้ในการสืบราชบัลลังก์ที่เกี่ยวกับพิธีทางศาสนา

แม้ประเด็นดังกล่าวอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่บรรดานักวิชาการต่างเห็นพ้องกันว่าพฤติกรรมของมกุฎราชกุมารแสดงถึงความไม่เห็นด้วยกับธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์  โนริโกะ ฮามะ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโดชิชะในเมืองเกียวโต ให้ความเห็นว่า “เจ้าชายฟูมิฮิโตะไม่ให้ความร่วมมือกับพระเชษฐาและพยายามเลี่ยงพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ และเหมือนจะทรงขัดแย้งกับพระเชษฐาอยู่ตลอด ราวกับว่าพระองค์ทรงพยายามทำตัวให้โดดเด่น ซึ่งอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันในครอบครัว”

ฮามะยังเชื่อว่ามกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะอาจจะรู้สึกว่าพระองค์น่าจะมีปากมีเสียงในการกำหนดทิศทางของราชวงศ์มากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรสของพระองค์มีสิทธิ์ได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อ เพราะสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะไม่มีทายาทเป็นชายไว้สืบทอด

ส่วน เมโกะ นากาบายาชิ อดีตนักการเมืองพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่นและศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยวาเซดะ เผยว่า นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เธอพูดคุยด้วยล้วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และความสัมพันธ์กับพระเชษฐาของมกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะ เพราะพระองค์ขาดความสุขุมรอบคอบ ซึ่งเห็นได้ขัดเจนจากการเอ่ยถึงค่าใช้จ่ายในพระราชพิธีขึ้นครองราชย์

 

 

ข่าวอื่นๆ