ปะทะเดือดหลังอินโดฯประกาศผลโจโกวีชนะเลือกตั้ง

  • วันที่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 15:19 น.

ปะทะเดือดหลังอินโดฯประกาศผลโจโกวีชนะเลือกตั้ง

ตาย 6 บาดเจ็บนับร้อย กลุ่มผู้สนับสนุน'นายพลซูเบียนโต' ประท้วงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

เกิดเหตุกลุ่มผู้สนับสนุนนายพลปราบโบโว ซูเบียนโต ก่อเหตุชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้งหลังจากที่ทางการกกต.อินโดนีเซียออกมาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการโดยระบุว่า นายโจโก วิโดโด ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ร้อยละ 55.5 % ขณะที่นายพลปราโบโว ซูเบียนโตได้คะแนนเสียงอยู่ที่ 44.5 % โดยทั้งสองมีคะแนนโหวตต่างกันที่ 16,957,123 เสียง หรือคิดเป็นร้อยละ 11%

 

(ซ้าย) โจโกวี (ขวา) ซูเบียนโต

หลังการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของกกต.อินโดฯ ส่งผลให้ภายในวันเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนนายพลปราโบโวไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ก่อเหตุประท้วงภายในกรุงจาการ์ต้าจนมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย อีกกว่า 200 คนได้รับบาดเจ็บ ตามการเปิดเผยของผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้า

 

 

โฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดฯระบุว่า เหตุที่ผู้ชุมนุมก่อความไม่สงบนั้นเนื่องจากไม่พอใจผลการเลือกตั้งที่นายพลปราโบโวที่พวกเขาสนับสนุนพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ในการนี้ทางตำรวจกล่าวว่าได้จับกุมแกนนำการประท้วงได้อีก 20 คน

 

รายงานของ KompasTV สื่อท้องถิ่นอินโดฯระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผารถยนต์เสียหายหลายคันช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมาพร้อมมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมจลาจล มีการขว้างก้อนหินและระเบิดขวดใส่เจ้าหน้าที่ พร้อมจุดไฟเผาทำลายสาธารณะสมบัติหลายแห่ง

โดยล่าสุดในวันนี้ ( 22 พ.ค.) ยังพบว่าผู้ประท้วงก่อเหตุจลาจลในบางพื้นที่ของกรุงจาการ์ต้า

ทางการต้องส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายเข้าควบคุมสถานการณ์ มีการใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย

 

ด้านทางการอังกฤษและออสเตรเลียได้ออกประกาศแนะนำพลเมืองของตนหลีกเลี่ยง การเดินทางไปยังอินโดนีเซียในช่วงนี้แล้ว พร้อมทั้งประเทศเตือนพลเมืองที่อาศัยในอินโดนีเซียระมัดระวังด้านความปลอดภัย

 

 

เกิดอะไรขึ้นกับผลเลือกตั้งอินโดฯ

อินโดนีเซียมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหญ่ของประเทศเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผลการนับคะแนนอย่างเร็วในหลายหน่วยเลือกตั้งระบุว่า ประธานาธิบดีโจโกวีจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเหนือคู่แข่ง

แต่ด้านนายพลปราโบโว ซูเบียนโต วัย 67 ปีอดีตนายพลของกองทัพอินโดฯที่หันมาเล่นการเมืองพยายามอ้างชัยชนะในการเลือกตั้งโดยระบุว่า ทางพรรคของเขาได้ส่งคนไปสังเกตการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งราว 320,000 หน่วย จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 800,000 หน่วย โดยบอกว่าเขาและผู้สมัครคู่หูได้รับคะแนนเสียงมากถึง 62% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนชาวอินโดนีเซียกว่า 150 ล้านเสียง ซึ่งมากกว่านายโจโกวี พร้อมทั้งบอกว่าผลการนับคะแนนอย่างเร็วๆของหลายสำนักเป็นผลโพลโกหกประชาชน

 

แม้ว่าบรรดาผู้สังเกตการณ์อิสระและนักวิเคราะห์ด้านการเมืองกล่าวว่าในการลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นเป็นไปอย่างอิสระและยุติธรรม แต่ทางทีมหาเสียงของนายพลปราโบโวอ้างว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีการโกงครั้งมโหฬาร

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย (KPU) ได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่านายโจโกวีได้รับคะแนนเสียงที่ 55.5% ส่วนนายพลปราโบโวคู่แข่งได้ 44.5% ทั้งสองคะแนนต่างกัน 11%

 

ทีมหาเสียงของนายพลปราโบโวบอกว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญถึงผลเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากทางกกต.อินโดฯประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนลุกฮือต่อต้านผลการเลือกตั้งที่โกหกครั้งนี้

 

JG Photo/Yudha Baskoro

ทางการอินโดนีเซียได้ส่งทหารกว่า 30,000 เข้ามาในเมืองหลวงเพื่อรับมือด้านความปลอดภัยตามสถานที่ต่างๆ หน่วยงานรัฐบาลและสถานศึกษาบางแห่งถูกสั่งปิดเพื่อความปลอดภัย

เช่นเดียวกับสถานีรถไฟบางสถานีถูกปิดรวมถึงห้างสรรพสินค้าบางแห่งรวมถึงถนนบางสายเช่นกัน

ข่าวปลอมต่อต้านจีนเต็มโซเชียล

มีรายงานด้วยว่าทางการอินโดฯได้สั่งบล็อกการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ว็อทส์แอปส์ และอินสตาแกรม หลังมีการส่งต่อข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่า ในบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สังหารผู้ประท้วงจนเสียชีวิตนั้นเป็นชาวอินโดฯเชื้อสายจีน

 

บางส่วนของข้อความข่าวปลอมที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียอินโดฯ

ข้อความดังกล่าวถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในสื่อโซเชียลของอินโดฯตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

 

บางส่วนของข้อความข่าวปลอมที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียอินโดฯ

กลุ่มผู้ชุมนุมบางคนได้ใช้ข้อความว่า "Usir Cina" (ไล่จีน) และ "Awas Asing" (ระวังคนต่างชาติ) เป็นสโลแกนในการประท้วง ท่ามกลางข้อครหาในตัวประธานาธิบดีโจโกวีว่าเป็นผู้ที่เข้าข้างทางรัฐบาลจีน ชุมชนชาวจีนในอินโดนีเซีย และเปิดโอกาสให้กับกลุ่มทุนจีนมากเกินไป

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ