เครดิตสังคมจีนแผลงฤทธิ์ แบนพลเมืองกว่า 23 ล้านห้ามเดินทาง

วันที่ 02 มี.ค. 2562 เวลา 13:36 น.
เครดิตสังคมจีนแผลงฤทธิ์ แบนพลเมืองกว่า 23 ล้านห้ามเดินทาง
จีนไม่จำหน่ายตั๋วโดยสารให้พลเมืองไปแล้วถึง 23 ล้านครั้ง หลังพบว่าคะแนนความประพฤติทางสังคมต่ำ

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า นับตั้งแต่ที่จีนเริ่มมีการประกาศใช้มาตรการควบคุมพลเมืองโดยอาศัยระบบเครดิตทางสังคมมาใช้ในการควบคุมความประพฤติของประชากรนั้น ส่งผลให้ขณะนี้มีพลเมืองจีน และองค์กรธุรกิจต่างๆถูกขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ไร้ความน่าเชื่อถือทางสังคมแล้ว ซึ่งส่งผลให้บุคคลเหล่านั้นเจอกับมาตรการลงโทษในลักษณะต่างๆเช่นการห้ามทำธุรกรรมในตลาดหุ้น การห้ามซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน และรถไฟ การตัดลดความเร็วอินเตอร์เน็ตด้วย รวมถึงการจำกัดสิทธิพิเศษต่างๆทางสังคม

จากรายงานของศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติจีน (National Public Credit Information Centre)พบว่าตลอดปี 2018 ที่ผ่านมานั้น มีพลเมืองจีนถูกจำกัดการซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วถึง 17.5 ล้านครั้ง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากข้อมูลคำตัดสินของศาลจีนในปี 2017 ที่สั่งห้ามพลเมืองจำนวน 6.15 ล้านรายห้ามซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน 

ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการปฏิเสธจำหน่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงให้กับพลเมืองจีนแล้วถึง 5.5 ล้านครั้ง เนื่องจากพบว่ามีคะแนนเครดิตทางสังคมต่ำกว่าเกณฑ์ ส่งผลให้ตัวเลขการที่ทางการจีนไม่อนุญาตให้พลเมืองเดินทางเนื่องจากมีคะแนนเครดิตสังคมต่ำแล้วถึง 23 ล้านครั้ง

 

 

นอกจากนี้ยังรวมถึงการสั่งห้ามพลเมืองจีนอีก 128 คนห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศเนื่องจากไม่จ่ายภาษี

สำหรับความผิดที่นำไปสู่การตัดคะแนนเครดิตทางสังคมนั้น ไม่เพียงแค่การหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วยเช่น การใช้ยาเสพติด การก่อเหตุความรุนแรง ทะเลาะวิวาท สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ โดยจุดประสงค์ของระบบเครดิตทางสังคมนี้ก็เพื่อการดัดนิสัยของประชากร และหวังจะสร้างสังคมจีนให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจของมาตรการดังกล่าวคือการอาศัยโครงสร้างด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในการมอนิเตอร์ประชากรซึ่งมีจำนวนกว่า 1,400 ล้านคน แม้ว่าจะมีกลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิมนุษย์ชนกังวลว่าระบบดังกล่าวนั้น จะไม่ได้พิจารณาถึงสถานการณ์แวดล้อมของบุคคลนั้น และอาจเกิดการประนามบุคคล รวมถึงตัดสิทธิ์ของบุคคลนั้นอย่างไม่เป็นธรรมก็ตาม

 

บทความแนะนำ