ซัมมิต "ทรัมป์-คิม" ที่ฮานอย ใครได้อะไร?

  • วันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 18:16 น.

ซัมมิต "ทรัมป์-คิม" ที่ฮานอย ใครได้อะไร?

3 ฝ่ายใครได้อะไรบ้าง? จากการประชุมหยุดโลกครั้งที่2ระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือที่เวียดนามในช่วงปลายเดือนก.พ.นี้

ในที่สุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ก็ประกาศเลือกกรุงฮานอยของเวียดนามเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับ คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ.นี้ โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าว CNN ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่าฝั่งเกาหลีเหนือเล็งกรุงฮานอยไว้ เนื่องจากมีสถานทูตของตัวเองตั้งอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ แต่ฝั่งสหรัฐหมายตาเมืองดานัง เมืองท่าที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) เมื่อปี 2017 ซึ่งหมายความว่า ทีมรักษาความปลอดภัยของสหรัฐเคยสำรวจตรวจสอบเมืองนี้มาเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าการเลือกสถานที่ประชุมครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยของทั้งสองผู้นำ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลด้านอื่นเกี่ยวข้อง บรรดาผู้เชี่ยวชาญพากันลงความเห็นว่าไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ทั้ง 3 ฝ่ายล้วนได้ประโยชน์จากการประชุมครั้งหยุดโลกครั้งนี้

สหรัฐ

สหรัฐและเวียดนามอยู่ในฐานะเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในสมัยสงครามเวียดนาม การเลือกเวียดนามในครั้งนี้อาจเป็นความสำเร็จในด้านนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ ที่สามารถเปลี่ยนความบาดหมางในอดีตเป็นพันธมิตร นอกจากนี้ เมอร์เรย์ ฮีเบิร์ต รองศาสตราจารย์โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศของสหรัฐ ยังมองว่ารัฐบาลเวียดนามมีอำนาจเด็ดขาดและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพในฐานะประเทศคอมมิวนิสต์ ทั้งยังเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญอย่างการประชุม APEC และการประชุมเศรษฐกิจโลก (WEF) ดังนั้น เวียดนามจึงเป็นประเทศที่ปลอดภัย และสามารถจัดการกับประชาชนและกองทัพสื่อมวลชนให้อยู่ในที่ที่กำหนดได้ดี

เกาหลีเหนือ

แม้เกาหลีเหนือและเวียดนามจะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์เหมือนกัน แต่เกาหลีเหนือยังค่อนข้างแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวและปิดประเทศต่อโลกภายนอก ขณะที่เวียดนามในยุคหลังสงครามมีการบูรณาการระบบเศรษฐกิจเป็นแบบตลาดเสรี หวูมินห์เคือง รองศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยนโยบายต่างประเทศลีกวนยูแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เผยว่า เกาหลีเหนืออาจใช้โอกาสนี้เรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจจากเวียดนามที่ผ่านการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่มาแล้ว นอกจากนี้ ไมค์ พอมพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ยังเคยยกตัวอย่างว่า รัฐบาลเวียดนามตระหนักดีว่าต้องมีการปฏิรูปประเทศ และสามารถเปิดประเทศและสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศโดยที่ไม่สูญเสียอธิปไตยของประเทศ ไม่สูญเสียความเป็นอิสระ และรูปแบบของรัฐบาล เพื่อส่งสาส์นไปถึงคิมจองอึนว่าเกาหลีเหนือก็ทำเช่นนี้ได้เช่นกัน

เวียดนาม

ฮีเบิร์ต มองว่าเวียดนามกำลังมองหาแรงหนุนทางการทูตจากนานาชาติเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันประเทศจากจีนซึ่งพิพาทกันเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้ และการจัดประชุมในระดับนี้ก็ช่วยเพิ่มศักดิ์ศรีให้เวียดนามในสายตานานาประเทศ ด้าน เลฮงเฮี้ยบ นักวิจัยแห่งศูนย์เอเชียอาคเนย์ศึกษา สถาบันยูซุฟ อิชัคในสิงคโปร์ กล่าวว่า การให้ความร่วมมือกับสหรัฐอาจช่วยเติมเต็มความต้องการของเวียดนามในการสานสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับสหรัฐ เพื่อกระตุ้นการค้าการลงทุนและทานอำนาจจีน

ภาพ : เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ