ที่สุดของเหตุการณ์สำคัญรอบโลกแห่งปี 2018

วันที่ 30 ธ.ค. 2561 เวลา 15:31 น.
ที่สุดของเหตุการณ์สำคัญรอบโลกแห่งปี 2018
สรุปเหตุการณ์สำคัญตลอดปี 2018 ปีแห่งความหวัง เฉลิมฉลอง การเรียกร้อง และภัยธรรมชาติ

กำลังจะผ่านไปอีกหนึ่งปีแล้วสำหรับปี 2018 นี้ที่เตรียมจำเข้าสู่ศักราชใหม่ ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตลอดปี 2018 ที่ผ่านมานั้นมีหลายเหตุการณ์ในต่างประเทศเกิดขึ้นมากมาย ที่หลายคนอาจจะเริ่มลืมไปแล้ว ทางโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ขอนำผู้อ่านทุกท่านไปทบทวนเหตุการณ์สำคัญตลอดปี 2018 ซึ่งนับได้ว่าเป็นปีแห่งความหวัง การเฉลิมฉลอง การเรียกร้อง และภัยธรรมชาติ ว่ามีเหตุการณ์ใดที่อยู่ในความสนใจของชาวโลกบ้างนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ปีแห่งความหวัง

ผู้อพยพเริ่มกันที่เหตุการณ์ที่แห่งความหวังจากประเด็นผู้อพยพซึ่งกำลังเป็นประเด็นอยู่ในหลายประเทศทั้งในยุโรป และในสหรัฐ โดยเฉพาะในสหรัฐที่ผู้อพยพหลายคนต่างหวังจะไปแสวงหาชีวิตใหม่ในดินแดนที่ดีกว่าอย่างในสหรัฐ แต่ก็ต้องถูกทางการสหรัฐ โดยรัฐบาลทรัมป์ใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อปิดกั้นพรมแดน โดยเฉพาะการของบประมาณเพื่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนจนส่งผลให้เกิดการชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบางส่วนซึ่งส่อเค้าบานปลายยิ่งขึ้น

ผู้นำสองเกาหลีพบกันที่ชายแดน คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดี มุนแจอิน แห่งเกาหลีใต้ สร้างประวัติศาสตร์พบกันที่จุดแบ่งเขตแดนระหว่างสองประเทศ ณ หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เม.ย.  ซึ่งการพบกันครั้งนี้ผู้นำคิมได้กลายเป็นผู้นำโสมเหนือคนแรกที่ข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีใต้

 

สุดยอดซัมมิต ทรัมป์-คิมยังคงอยู่กับเกาหลีเหนือ สำหรับการประชุมครั้งประวัติศาสตร์สำหรับสองผู้นำอย่างประธานาธิบทรัมป์ กับผู้นำคิมจองอึน ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งทั้งสองได้ร่วมหารือลงนามในข้อตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์ นับได้ว่าท่าทีที่อ่อนลงของผู้นำคิมครั้งนี้ อาจนำไปสู่ความหวังที่จะสร้างสันติภาพครั้งใหม่ในคาบสมุทรเกาหลีก็เป็นได้

ปีแห่งการเรียกร้อง

 

 

มือปืนกราดยิง 17 ศพ รร.มัธยมรัฐฟลอริด้านับว่าเป็นเหตุสะเทือนขวัญอย่างยิ่งสำหรับชาวอเมริกัน และชาวโลก จากเหตุการณ์กราดยิงโรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ไฮสกูล ในเมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริด้า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีครูและนักเรียนเสียชีวิตถึง 17 คน ซึ่งเหตุการณ์นี้ไปนำไปสู่กระแสเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนในหลายพื้นที่ของสหรัฐ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

 

ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองการชุมนุมของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองได้กลายเป็นประเด็นร้อนในฝรั่งเศส นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา จากการรวมตัวของชาวฝรั่งเศสนับแสนราย ที่ไม่พอใจนโยบายขึ้นภาษีพลังงานของรัฐบาลมาครง จนเกิดความรุนแรงไปทั่ว มีผูเสียชีวิตหลายราย แม้ว่าภายหลังรัฐบาลจะยอมถอยแผนขึ้นภาษีแล้วก็ตาม แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ยังคงนัดชุมนุมในทุกอาทิตย์ต่อไป และบานปลายเป็นความไม่พอใจในตัวรัฐบาลปธน.มาครงแล้ว

การชุมนุมครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ในฝรั่งเศสเท่านั้น แต่เริ่มแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นในอียูด้วยเช่นกัน แม้ว่าจำนวนผู้กลุ่มชุมนุมจะลดลงแล้วก็ตามที

 

ปีแห่งภัยพิบัติ

 

 

ตลอดปี 2018 นี้ เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติรูปแบบต่างๆทั่วโลก เริ่มตั้งแต่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างที่ ประเทศลาว จากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ สปป.ลาว ซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง แตก ทำให้มวลน้ำ 5,000 ล้าน ลบ.ม.  ไหลทะลักท่วมบ้านเรือนเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 27 ราย สูญหายมากกว่า 100 ราย ประชาชนราว 6,600 ราย ไร้ที่อยู่อาศัย

 

เช่นเดียวกับที่อินโดนีเซียบนเกาะสุลาเวสี ขนาด 7.5 แมกนิจูด จนส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิซัดถล่มชายฝั่งบนเกาะสุลาเวสี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,200 คน

 

อีกทั้งล่าสุดกับเหตุการณ์ภูเขาไฟอานัคกรากระตัว ซึ่งเป็นภูเขาไฟกลางทะเลในช่องแคบซุนดา เกิดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง จนส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิพัดถล่มชายฝั่งเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 426 คน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 40,000 คน

ปีแห่งการเฉลิมฉลอง

 

 

แม้ว่าตลอดปี 2018 จะเกิดปัญหาภัยธรรมชาติและเรื่องร้ายๆหลายเรื่อง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์แห่งความน่ายินดีเช่นกัน สำหรับพิธีเสกสมรสแห่งปีของเจ้าชายแฮร์รี่ แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับ เมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้นสาวชาวอเมริกัน ที่หารเซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ท่ามกลางความยินดีของพสกนิกรชาวอังกฤษและผู้คนทั่วโลก

 

ส่งท้ายกับเหตุการณ์ที่เริ่มต้นด้วยความหวัง และจบด้วยการเฉลิมฉลอง อย่างเหตุการณ์กู้ภัยระทึกโลกที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย จากการที่ทีมนักฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี่ เข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำ จนนำไปสู่ภารกิจกู้ภัยที่มีการระดมกำลังความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ระหว่างการกู้ภัยทุกฝ่ายต่างทำงานแข่งกับเวลา พร้อมกับความหวังที่จะนำทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย จนสุดท้ายภารกิจก็บรรลุความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความยินดีของชาวไทยทั้งประเทศ รวมถึงชาวโลกด้วย