สิ้น "กิมย้ง" ปิดตำนานเจ้ายุทธจักรนิยายกำลังภายในจีน

วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 21:23 น.
สิ้น "กิมย้ง" ปิดตำนานเจ้ายุทธจักรนิยายกำลังภายในจีน
"กิมย้ง" นักเขียนนิยายกำลังภายในจีนชื่อก้องโลก เสียชีวิตแล้วในวัย 94 ปีที่โรงพยาบาลในฮ่องกง หลังมีอาการเจ็บป่วยมานาน

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า "กิมย้ง" หรือชื่อจริง จา เลี้ยงย้ง หรือ หลุยส์ ชา นักเขียนนิยายกำลังภายในจีนชื่อดังของโลก วัย 94 ปี ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลในฮ่องกง หลังมีอาการเจ็บป่วยมานาน

กิมย้งเกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1924 (ตรงกับ พ.ศ. 2467 ตามปฏิทินไทยในสมัยนั้น) ที่อำเภอไฮ้เล้ง เขตไห่หนิง มณฑลเจ้อเจียง แห่งภาคตะวันออกของจีน เป็นบุตรคนที่สองของตระกูลที่มีฐานะ เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อตอนอายุ 9 ขวบ ก็อ่านทั้งนิยายของจีนทั้งหมด และนิยายแปลของต่างประเทศ

เริ่มศึกษาในปี ค.ศ. 1929 ที่โรงเรียนเจียเซียง ไห่หนิง มณฑลเจ้อเจียง, ปี ค.ศ. 1944 เข้าเรียนในภาควิชาภาษาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยการเมืองแห่งรัฐบาลกลาง ต่อมาปี ค.ศ. 1946 ได้ย้ายมาเรียนที่ภาควิชากฎหมาย มหาวิทยาลัยตงอู๋ แห่งเซี่ยงไฮ้ เอกกฎหมายระหว่างประเทศ ในปี ค.ศ. 2005 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ ศึกษาปริญญาเอกในภาควิชาการศึกษาตะวันออก เอกประวัติศาสตร์จีนที่ เซนต์จอห์นคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปี ค.ศ. 2013 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านวรรณคดีจีนจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ผลงานสร้างชื่อของ กิมย้ง คือนิยายเรื่อง มังกรหยก หรือ "เสี่ยเตียวเอ็งย้งตึ่ง" 

ในด้านศิลปะการประพันธ์นั้น งานของกิมย้งมีความประณีตแยบยลทุกด้าน ที่เห็นได้ชัดคือ ด้านสำนวนภาษา กิมย้งมีทัศนะว่านิยายกำลังภายในเป็นวรรณกรรมแบบจีนแท้ แม้จะใช้ศิลปะการประพันธ์นวนิยายช่วยในการแต่ง แต่ไม่ควรใช้สำนวนภาษาแบบนวนิยาย ของตะวันตก ควรใช้สำนวนภาษาแบบนิยายรุ่นเก่าเช่น สามก๊กของจีน เป็นแนวทางพัฒนาให้เหมาะแก่ยุคสมัย

กิมย้ง ผลิตงานเขียนอยู่ 14 ปี ก่อนที่เขาจะยุติการเขียนในปี 2514 รวมผลงานที่กิมย้งเขียนมีทั้งสิ้น 15 เรื่อง ได้รับการตีพิมพ์หลายร้อยล้านเล่ม และมีผู้มาซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตเป็นละครชุดและภาพยนตร์อย่างมากมาย

ผลงานเรื่องสุดท้ายของ กิมย้ง คือ นิยายเรื่อง "อุ้ยเสี่ยวป้อ" ที่ถือว่าเป็นพัฒนาการทางการประพันธ์ของกิมย้ง และเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือกิมย้งว่า "ไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้"

ภาพจาก www.cuhk.edu.hk