เผยพระราชดำรัสลับของ "ควีนเอลิซาเบธ" หากเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม

วันที่ 16 มี.ค. 2561 เวลา 14:57 น.
เผยพระราชดำรัสลับของ "ควีนเอลิซาเบธ" หากเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม
อังกฤษเผยพระราชดำรัสลับอายุ 35 ที่ควีนเอลิซาเบธที่สอง ทรงเตรียมกล่าวแก่พสกนิกรหากเกิด "สงครามโลกครั้งที่ 3"

ดิอินดีเพนเดนซ์ - นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง โลกเผชิญภาวะเสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จากปัญหาความขัดแย้งในระดับนานาชาติ ซึ่งกรณีล่าสุดกับการที่นายสกรีพัลอดีตสายลับรัสเซียที่ถูกลอบวางยาพิษ ซึ่งทางอังกฤษระบุว่ารัฐบาลรัสเซียน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ทางอังกฤษตอบโต้โดยการขับไล่ทูตรัสเซีย 23 คนออกนอกประเทศ

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกรณีที่รัสเซียอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ อีกทั้งยังมีประเด็นวิกฤตนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีด้วย และรวมไปถึงประเด็นก่อการร้าย ซึ่งประเด็นทั้งหลายเหล่านี้อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอาจเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรงระหว่างนานาชาติได้

สำหรับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองนั้น ในแต่ละปีพระองค์จะมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวบริติชและประเทศในเครือจักรภพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งอยู่แล้วนั่นคือพระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาส

ซึ่งภายหลังเมื่อปี 2013 สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติของอังกฤษมีการเปิดเผยว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธทรงร่างพระราชดำรัสไว้สำหรับกรณีหากเกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นไว้แล้ว โดยพระดำรัสดังกล่าวถูกเขียนขึ้นในปี 1983 ซึ่งตรงกับช่วงสงครามเย็นพอดี

ร่างพระราชดำรัสดังกล่าวได้มีการนำมาเปิดเผยหลังถูกปิดไว้เป็นความลับนานถึง 35 ปี ซึ่งถึงแม้ว่าในบางแง่มุมของพระราชดำรัสนี้จะล้าสมัยไปแล้วก็ตาม เนื่องจากถูกเขียนขึ้นในวันที่ 4 มีนาคม 1983 แต่ก็ถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก

บางส่วนของพระราชดำรัสมีใจความสำคัญระบุถึงความทรงจำในวัยพระเยาว์ของพระองค์ซึ่งตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงความเป็นครอบครัวเดียวกันกับประเทศในเครือจักรภพ

"ความบ้าคลั่งของสงครามครั้งนี้ได้แผ่ขยายไปทั่วโลกอีกครั้ง และประเทศที่กล้าหาญของเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือเพื่อความอยู่รอด"

"ข้าพเจ้าไม่มีวันลืมความโศกเศร้าแต่ก็ภาคภูมิใจเมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าและน้องสาวและบรรดาพี่เลี้ยงต่างเบียดเสียดรอบวิทยุเพื่อรอฟังพระราชดำรัสจากพระบิดาของข้าพเจ้าในปี 1939 ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าช่วงเวลานั้นและหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้จะต้องตกมาอยู่กับข้าพเจ้าในวันนี้"

"เรารู้ดีว่าอันตรายที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้ยิ่งใหญ่กว่าครั้งใดๆในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเรา" นอกจากนั้นในบางส่วนของพระราชดำรัสยังกล่าวถึงรูปแบบของสงครามที่เปลี่ยนไป

"ศัตรูที่เรากำลังเผชิญไม่ใช่ทหารกับปืนไรเฟิล หรือเครื่องบินรบเหนือท้องฟ้าเมืองของเรา แต่เป็นพลังอันร้ายกาจของเทคโนโลยีรูปแบบใหม่"

บางส่วนในพระราชดำรัสยังระบุถึงเจตนารมณ์ของพระองค์และพระราชวงศ์ที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนในการเผชิญกับสงครามเฉกเช่นที่ในสมัยพระราชบิดา (พระเจ้าจอร์จที่6) ทรงเคยทำ อีกทั้งยังทรงเรียกร้องให้พสกนิกรชาวอังกฤษช่วยเหลือกันในช่วงสงคราม

"ข้อความของข้าพเจ้าที่พูดกับคุณเป็นเรื่องง่าย ท่านสามารถช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้ความสะดวกสบาย ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้และคนจรจัดและปล่อยให้ครอบครัวของคุณกลายเป็นจุดสนใจของความหวังและชีวิตให้กับผู้ที่ต้องการ"

"ขณะที่เรากำลังต่อสู้กับความชั่วร้ายนี้เราจะช่วยกันอธิษฐานให้ประเทศของเราแข็งแกร่งเพื่อต่อสู้กับความชั่วร้าย และทหารหาญของพวกเราไม่ว่าจะต่อสู้อยู่ที่ใดขอให้พวกเขาปลอดภัย ขอพระเจ้าอวยพร"

 

ที่มา :  https://www.indy100.com/