อิเหนาสะท้านคลิปอนาจารในโลกไร้พรมแดน

วันที่ 27 มิ.ย. 2553 เวลา 16:54 น.
หนึ่งในหัวข้อข่าวใหญ่ที่สื่อแดนอิเหนากำลังให้ความสนใจ และเกาะติดอย่างใกล้ชิดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีอื้อฉาวของ 3 ซูเปอร์สตาร์คนดัง

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หนึ่งในหัวข้อข่าวใหญ่ที่สื่อแดนอิเหนากำลังให้ความสนใจ และเกาะติดอย่างใกล้ชิดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีอื้อฉาวของ 3 ซูเปอร์สตาร์คนดัง ที่อนาคตในวงการบันเทิงต้องดับวูบลงแบบไม่ทันตั้งตัว หลังถูกมือดีนำคลิปวิดีโอลับสุดยอด ในขณะมีเพศสัมพันธ์มาเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตจนแพร่สะพัดไปทั่วโลกเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

คลิปที่ว่านี้ ถูกปล่อยออกมา 2 เวอร์ชันด้วยกัน โดยชุดแรกเป็นคลิปขณะ นาซริล อีร์ฮาม นักร้องหนุ่มชื่อดังวัย 28 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “เอเรียล” กำลังบรรเลงบทรักกับ ลูนา มายา แฟนสาววัย 26 ปี ที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบระดับแถวหน้าของประเทศ

 

ส่วนชุดที่ 2 เป็นคลิปขณะนักร้องหนุ่มคนเดิมกำลังรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับ กัต ทารี อดีตแฟนสาววัย 32 ปี ที่มีดีกรีเป็นถึงนักแสดงชื่อดัง และมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว

สื่อท้องถิ่นของอินโดนีเซียรายงานด้วยว่า คลิปลับนี้เป็นคลิปที่นักร้องชื่อดังแห่งวง “ปีเตอร์แพน” ถ่ายเก็บไว้เอง แต่รั่วออกมาเพราะคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของนักร้องหนุ่มถูกมือดีขโมยไป พร้อมกับเทปลับอีกหลายม้วนที่ร็อกสตาร์ชื่อดังถ่ายไว้กับเซเลบคนดังอีกหลายคน

กรณีที่เกิดขึ้น ทำให้สื่อบางสำนักเปรียบเทียบกรณีอื้อฉาวดังกล่าวกับเหล่าคนดังที่เคยถูกมือดีปล่อยคลิปลับในลักษณะเดียวกัน อาทิ “ไทเกอร์ วูดส์” นักกอล์ฟชื่อดังของโลก และ “อาเฉิน-เฉินกว้านซี” นักแสดงหนุ่มชื่อดังชาวฮ่องกง แต่ทว่าสำหรับคนดังเหล่านั้นหรือแม้แต่บ้านเรา กรณีอื้อฉาวดังกล่าวอาจเป็นเพียงข่าวคราวในกระแสที่เรียกความสนใจของสังคมได้ชั่วขณะ

ผิดกับ “อินโดนีเซีย” ที่เกิดเรื่องอื้อฉาวของคนดังในลักษณะนี้เป็นครั้งแรก ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าเคร่งครัดในเรื่องศาสนา และมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุดในโลกถึง 240 ล้านคน

ดังนั้น เมื่อเกิดกรณีที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมขึ้น จึงส่งผลให้กรณี “ปีเตอร์พอร์น” (Peterporn) ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และกลายเป็นเรื่องที่สะท้านสังคมอินโดนีเซียอย่างรุนแรงในทุกวงการ จนได้รับการหยิบมาเป็นประเด็นระดับประเทศ
เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก รวมทั้งชาวอินโดนีเซียจำนวนไม่น้อยที่ช็อกกับข่าวสะท้านวงการที่เกิดขึ้น

“ฉันเป็นแฟนคลับของเอเรียล ฉันเคยคิดว่าเขาเป็นคนที่ดูเท่ ลึกลับ แต่ตอนนี้ฉันกลับเห็นเขาเป็นเพียงซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งที่ทำตัวแย่ และถ้ามองในมุมมองของชาวตะวันออก วิดีโอเซ็กซ์ถือเป็นเรื่องที่งี่เง่า และรับไม่ได้” พนักงานสาวอีกคนหนึ่งกล่าวกับซีเอ็นเอ็น
เอเรียล พระเอกในคลิปเซ็กซ์ฉาวตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งสามซูเปอร์สตาร์ยืนกรานและปฏิเสธเสียงแข็งมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปลับดังกล่าว พร้อมระบุว่าน่าจะเป็นเพียงคลิปของคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกัน หรือมีการทำปลอมแปลงขึ้นมามากกว่า

ทว่า ดูเหมือนข้ออ้างที่ฟังคล้ายคำแก้ตัวของทั้งสามจะไม่เป็นผล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งสามซูเปอร์สตาร์ตกที่นั่งลำบาก และต้องรับศึกหลายด้านที่ประดังเข้ามาในเวลาเดียวกัน

ด้านหนึ่งคือ ผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียง และอาชีพการงานบนเส้นทางบันเทิง ที่ล่าสุดนักร้องหนุ่มเอเรียลต้องพบกับฝันร้าย เพราะต้องเลื่อนการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ขณะที่งานโฆษณาสบู่ ลักซ์ ของบริษัท ยูนิลีเวอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าชาร์ป ที่เจ้าตัวและแฟนสาวเป็นพรีเซนเตอร์ให้ก็ถูกระงับออกอากาศ ส่วนนางแบบสาวมายาก็ต้องถูกปลดกลางอากาศจากการเป็นพิธีกร

ส่วนอีกด้าน พวกเขายังต้องต่อสู้กับคดีความทางกฎหมาย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมตั้งข้อหานักร้องหนุ่มและแฟนสาวคนปัจจุบันและอดีตแฟน ว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการใช้สื่อลามกอนาจารจากการถ่ายทำวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์ แม้ว่าทั้งสามจะไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าวก็ตาม

“ภายใต้กฎหมายต่อต้านการใช้สื่อลามกอนาจาร เพียงแค่คุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในคลิปลามก ก็สามารถถูกพิพากษาให้จำคุกได้แล้ว” คริสนา เซน ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อในอินโดนีเซียกล่าว

นั่นหมายความว่า ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสามคนดังอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 12 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 16 ล้านบาท) หากศาลพิพากษาว่าทำผิดตามกฎหมายต่อต้านการใช้สื่อลามกอนาจาร ขณะที่ ทารี ซึ่งมีสามีอยู่แล้ว อาจต้องรับโทษจำคุกเพิ่มอีก 9 เดือน ในข้อหาคบชู้

ยิ่งกว่านั้น สามซูเปอร์สตาร์คนดังที่กำลังถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างหนัก ยังต้องเจอกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มเคร่งศาสนาในอินโดนีเซียนับพันคนที่พากันออกมาเคลื่อนไหวในกรุงจาการ์ตา เพื่อเรียกร้องให้ลงโทษ 3 คนดังที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอเซ็กซ์ตามกฎหมายอิสลาม หรือ ชารีอะฮ์ ที่ระบุให้ผู้ที่ทำผิด ละเมิดหลักศีลธรรม ต้องถูกโบยและปาหินต่อหน้าสาธารณชนจนตาย

ตามกฎหมายดังกล่าวบัญญัติว่า บุคคลใดที่สมรสแล้ว จะถูกลงโทษปาหินใส่จนตาย ส่วนคนที่ยังไม่แต่งงานจะถูกลงโทษเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชน 100 ครั้ง

เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุฉาวโฉ่ของคนดังที่กำลังเป็นประเด็นร้อนฉ่าในอินโดนีเซียยังเป็นประเด็นร้อนที่ก่อให้เกิดคำถาม และกระแสเรียกร้องถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการเผยแพร่เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและการเผยแพร่ของสื่อลามกอนาจารอีกด้วย

“การส่งต่อวิดีโอเซ็กซ์ของคนดังอย่างแพร่หลาย แสดงให้เห็นถึงด้านเลวร้ายของเทคโนโลยีข่าวสารที่ไม่มีการควบคุม ซึ่งแน่นอนว่ามันจะกลายเป็นหนึ่งในตัวทำลายอย่างร้ายกาจต่อหลักศีลธรรม” อิสมาอิล ยูซานโต โฆษกของกลุ่มฮิซบัต ทาห์รีร์ ระบุในคำแถลง

ขณะที่ ติฟาตุ้ล เซิมบิริง หัวหน้าพรรค อิสลามิค พรอสเพอรัส จัสติส และรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารอินโดนีเซีย หวังใช้โอกาสนี้ดันกฎหมายเพิ่มการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตเข้าสภาอีกครั้ง หลังจากความพยายามครั้งแรกที่จะออกกฎหมายถูกพักไว้ เนื่องจากมีกระแสต่อต้านกันทั่วประเทศ

สอดคล้องกับประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย ที่เห็นว่าควรใช้คดีอื้อฉาวครั้งนี้เป็นเหตุผลในการสนับสนุนมาตรการคุมเข้มการใช้งานอินเทอร์เน็ต

กระนั้นก็ตาม ยังคงมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการออกมาตรการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้คนบนโลกออนไลน์

“การปิดกั้นการเข้าถึงสื่อลามกอนาจาร รังแต่จะยิ่งกระตุ้นความสนใจของผู้คนมากขึ้น” ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อความเสมอภาคของสตรีในอินโดนีเซียกล่าวกับสื่อเอบีซี ของออสเตรเลีย

เช่นเดียวกับ รอยซ์ ซูโย นักวิเคราะห์ด้านข้อมูลและเทคโนโลยี ที่เห็นว่าแม้การปกป้องเยาวชนรุ่นใหม่จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องไม่ลืมว่าสื่ออินเทอร์เน็ตก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประชาธิปไตยของประเทศเช่นกัน

“แม้ว่ารัฐบาลจะมีความตั้งใจดี แต่เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน”ซูโย กล่าว

กรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นนี้ คงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ท้าทายของชาวอินโดนีเซีย ประเทศที่ได้ชื่อว่าเคร่งครัดเรื่องศาสนา และมีพี่น้องมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก ต่อการนำพาและรักษานาวาประเทศลำนี้ให้โลดแล่นต่อไปได้ในยุคไร้พรมแดน ที่เสรีภาพในการเผยแพร่และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างไร้ขอบเขต