logo-pwa

เพิ่ม Post Today

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
"โอบามา"ลุยกระชับสัมพันธ์พันธ์ไทย-อาเซียน

"โอบามา"ลุยกระชับสัมพันธ์พันธ์ไทย-อาเซียน

19 พฤศจิกายน 2555

โอบามาถึงไทยแล้ว เดินหน้ากระชับสัมพันธ์พันธมิตรในอาเซียน คลินตันกูรู ชี้เอเชียสำคัญต่อมะกัน ชวนร่วมทีพีพี ด้านประชุมผู้นำอาเซียนเปิดฉากแล้ว

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

การเดินทางมาประเทศไทยของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ นับเป็นการเปิดฉากภารกิจเยือนภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ ในภูมิภาคตลอดจนเสาะหาโอกาสทางธุรกิจให้กับเอกชนเมืองลุงแซม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนยุทธศาสตร์มุ่งเอเชียของสหรัฐท่ามกลางการขยายอิทธิพลของแดนมังกร

โอบามาเปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เหตุผลหนึ่งของการเดินทางเยือนไทยคือ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีกลไกสำคัญในภูมิภาคที่เปิดทางให้สหรัฐมีบทบาทร่วม ในการคลี่คลายความตึงเครียดและความขัดแย้งในภูมิภาค โดยไทยนั้นนับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการช่วยให้สหรัฐบรรลุผลสำเร็จ

ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐ พร้อมแสดงความยินดีที่ไทยสามารถผ่านพ้นความวุ่นวายทางการเมืองจนในที่สุด ได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริง และนับจากนี้ไปความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติจะลึกซึ้ง รวมทั้งแผ่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังเปิดเผย 4 ประเด็นหลัก ที่ได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกอบด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งครอบคลุมถึงการต่อต้านการก่อการร้าย และความร่วมมือด้านการทหาร โดยสหรัฐได้เรียกร้องให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นในการรักษาความสงบสุขทางทะเลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

"โอบามา"ลุยกระชับสัมพันธ์พันธ์ไทย-อาเซียน

สหรัฐยังต้องการแสวงหาช่องทางทำธุรกิจกับไทย และเตรียมยกระดับการทำธุรกิจไปสู่ระดับภูมิภาค และระดับถัดไปคือ การทำทีพีพี ซึ่งหมายถึงการค้าและการลงทุนที่มีมาตรฐานสูงขึ้นและทุกชาติปฏิบัติตามระเบียบเดียวกัน

“ทุกชาติจะต้องมีเสรีภาพและความเสมอภาค และเล่นตามกฎกติกาเดียวกัน” ประธานาธิบดีโอบามา กล่าว

ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือด้านประชาชน โดยสิ่งที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนทั้งสองฝ่ายซึ่งสหรัฐเตรียมให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุข การช่วยเหลือสตรีและเด็กในไทย และประเด็นสุดท้ายคือ การปฏิรูประดับภูมิภาค ซึ่งโอบามาชื่นชมบทบาทของอาเซียนในการผลักดันการปฏิรูปทางการเมืองของบรรดาชาติสมาชิก

ด้าน ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวระหว่างเยือนสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า เอเชียมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากประวัติศาสตร์ของศตวรรษที่ 21 กำลังถูกจารึกไว้ที่เอเชีย และยังได้เชิญชวนให้จีนและชาติเอเชียอื่นๆ เข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี)

อย่างไรก็ตาม เอพี เปิดเผยว่า ภารกิจเยือนอาเซียนไม่เพียงแต่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ ทว่ายังถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำสหรัฐจะได้สร้างชื่อเสียงในด้านการต่างประเทศให้กับตัวเอง

รายงานระบุว่า โอบามาเคยหวังที่จะสร้างผลงานในตะวันออกกลาง แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ สวนทางกับสถานการณ์ในเอเชีย ซึ่งมองโอบามาเป็นรัฐบุรุษที่มีประสบการณ์ หลังเพิ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย

ทางด้านเวทีการประชุมผู้นำอาเซียนที่กัมพูชานั้น เปิดฉากขึ้นแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนฉบับแรกในอาเซียน ซึ่งเป็นปฏิญญาที่มีวัตถุประสงค์ปกป้องประชาชนกว่า 600 ล้านคนในภูมิภาค ท่ามกลางเสียงเตือนของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า ปฏิญญาดังกล่าวยังคงมีช่องโหว่อยู่มาก เช่น การสลายการชุมนุมโดยอ้างผลประโยชน์ชาติ

ทว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ยืนยันว่า ที่ประชุมได้มีการแก้ไขรายละเอียดบางส่วนของร่างปฏิญญาแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการหารือเกี่ยวกับเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ของพม่า รวมทั้งเรียกร้องให้จีนเร่งเปิดการเจรจาเพื่อร่างข้อตกลงที่มีผลใช้บังคับ ป้องกันไม่ให้ประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ ลุกลามไปสู่การใช้กำลังทางทหารให้เร็วที่สุด

ในส่วนการประชุมผู้นำเอเชียตะวันออกในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วย 10 ชาติอาเซียน ร่วมด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซีย และสหรัฐ จะหารือเกี่ยวกับความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์ซีเอพี) ครอบคลุม 16 ประเทศเอเชียแปซิฟิก เพื่อหวังลดการพึ่งพาตะวันตก ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยถ่วงดุลอิทธิพลของข้อตกลงทีพีพีที่มีสหรัฐเป็นโต้โผ