ปั้น จังหวัดน่าน เป็นเมืองสร้างสรรค์เชิงมรดกโลกเทียบกรุงโรม

  • วันที่ 25 มิ.ย. 2562 เวลา 17:56 น.

ปั้น จังหวัดน่าน เป็นเมืองสร้างสรรค์เชิงมรดกโลกเทียบกรุงโรม

UNESCO เตรียมรับรอง เป็นเมืองรองเชิงอนุรักษ์แห่งแรกของประเทศ ชูท่องเที่ยวสีเขียวดึงรายได้นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก เชื่อรถไฟไฮสปีดจีน-ลาวดันนักท่องเที่ยวโต

นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่าจังหวัดน่าน มีแผนผลักดันจังหวัดน่านเป็นเมืองรองแห่งแรกของประเทศไทย ในฐานะเมืองสร้างสรรค์เชิงมรดกโลก (Creative City) โดยเข้าร่วมเครือข่ายกับเมืองชั้นนำทั่วโลก ภายใต้การรับรองของ UNESCO ถือเป็นการยกระดับตลาดท่องเที่ยวครั้งสำคัญของประเทศ ต่อจาก จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้บรรจุไปแล้ว

สำหรับสิ่งที UNESCO ให้ความสนใจในเมืองน่าน ด้วยเป็นเมืองที่ยังมีชีวิตทั้งในแง่วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตเดิมของผู้คนที่ยังคงอยู่และมีปฏิบัติเช่นเดิมตราบจนทุกวันนี้ คล้ายคลึงกับ กรุงโรม ในประเทศอิตาลี ซึ่งยังสามารถพัฒนารายได้การท่องเที่ยวโดยไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตของประชากร ซึ่งเป็นสิ่งที่เมืองใหญ่อย่าง เชียงใหม่และภูเก็ตเริ่มมีน้อยลงทุกวันตามความเจริญของเมือง หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมการรับรอง คาดว่าจะสำเร็จในปี 2564

"น่านเป็นเมืองที่ยังรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ไว้สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ มีกลิ่นอายการผสมผสานวิถีชีวิตไทย-ลาว-จีน มีประเพณีแม่น้ำโขงที่หลากหลายถือเป็นสัญลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของประชากรกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง GMS" นายวรกิตติกล่าว

สำหรับการทำตลาดท่องเที่ยว เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมณฑลยูนนาน ซึ่งมีประชากรถึง 70 ล้านคน และ สปป.ลาว จังหวัดมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง ทั้งถนนช่วงน่าน-หลวงพระบาง ซึ่งขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ สามารถลดเวลาเดินทางได้มากกว่า 50% จากเดิม 9 ชม.เหลือเพียง 5 ชม. สำหรับโอกาสที่นักลงทุนมองเห็นคือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม จีน-สปป.ลาว ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งจะเป็นเส้นทางหลักที่จะส่งเสริมให้ชาวจีนยูนนานเดินทางมาจ.น่านได้ง่ายขึ้นผ่านเส้นทางถนนหลวงพระบาง-ด่านชายแดนห้วยโก๋น ปัจจุบันมีรถสาธารณะบขส. วิ่งให้บริการแล้ว

ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยว จังหวัดน่าน กล่าวว่า จากตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวพบว่าชาวยุโรปซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง ชื่นชอบที่จะมาท่องเที่ยวเมืองน่าน เพื่อดูวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นจึงมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสีเขียว (Green Tourism) เพื่อดึงรายได้กลุ่มนี้ให้มากขึ้น ปัจจุบันเมืองน่านมีพื้นที่สีเขียวสัดส่วนมากถึง 85% ของทั้งหมด และมีธุรกิจโรงแรมสีเขียวมากกว่า 20 แห่งถือว่ามากที่สุดในเมืองไทย

ปัจจุบันการรับรอง Creative City ของกลุ่ม Unesco มีทั้งหมด 180 เมืองจาก 72 ประเทศทั่วโลก โดยในภูมิภาคอาเซียน จำนวน 10 ประเทศ พบว่ามีแค่ 6 เมือง แบ่งเป็น ประเทศไทย 2 เมือง อินโดนีเซีย 2 เมือง ฟิลิปปินส์ 1 เมือง และสิงคโปร์ 1 เมือง ดังนั้น จ.น่านมีโอกาสจะเป็นเมืองที่ 7 ของอาเซียนและจะทำให้ไทยมีเมืองสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์มากที่สุดในอาเซียน

ภาพจาก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน

ข่าวอื่นๆ