กฤษณ์ อนรรฆกุล โลกที่ก่อตัวจากความชอบกลายเป็นรัก

  • วันที่ 15 มี.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

กฤษณ์ อนรรฆกุล โลกที่ก่อตัวจากความชอบกลายเป็นรัก

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

จากบัณฑิตนิเทศศาสตร์ ที่เรียนจบสายโฆษณา แต่ได้มาตามหาความฝันด้วยการทำงานเป็นทั้งโปรดิวเซอร์รายการทีวี เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์เกี่ยวกับแฟชั่นไทยอยู่หลายปี ก่อนจะสลับขั้วมาเป็นนักการตลาด ทำอีเวนต์ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อยู่ถึง 6 ปี แล้วจึงผันตัวมาดูแลด้านโปรดักชั่นให้กับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของโลกอยู่อีก 1 ปี

เส้นทางการทำงานกว่า 10 ปี อาจดูเหมือนว่า กฤษณ์ อนรรฆกุล เดินมาถูกทางแล้ว ถึงชีวิตจะมีลดเลี้ยวไปเปิดประสบการณ์ในเส้นทางใหม่ๆ บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว กฤษณ์กลับพบว่า เขายังรู้จักตัวเองไม่ดีพอ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาค้นหาตัวเองอีกครั้ง

“ช่วงที่ทำงานประจำ ด้วยความที่เราชอบไปใช้บริการแอร์บีเอ็นบี ก็เลยได้ไอเดียนำคอนโดมิเนียมของคุณแม่มาปล่อยเช่า จนกระทั่งช่วงที่คุณแม่เสียชีวิต เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาค้นหาตัวเองและทำในสิ่งที่ชอบ นั่นคือบริหารสินทรัพย์ที่มีควบคู่ไปกับการทำโฮสเทลของตัวเอง” กฤษณ์เปิดฉากเล่าถึงเส้นทางชีวิตที่หากเปรียบเทียบเป็นการเดินทาง ก็ต้องบอกว่าไปเช็กอินมาแล้วหลายแห่ง แต่ยังไม่เจอจุดหมายปลายทางที่ใช่สักที

“จริงๆ เราชอบทำอาหารอยู่แล้ว อาศัยคุณแม่ช่วยสอน ศึกษาเองจากอินเทอร์เน็ต แต่ตอนนั้นถ้าถามว่าชอบทำอาหารเลยมั้ย อาจจะยังแค่รู้สึกว่าสนใจ และอยากจะลองไปเรียนมาตลอด แต่ยังไม่มีโอกาส จนช่วงที่ลาออกจากงาน พอดี ABC Cooking Studio มาเปิดสอนที่เมืองไทยพอดี พอเห็นว่าเวลาเรียนแต่ละคอร์สไม่ยาวมาก เลยตัดสินใจมาเรียน เรียนอยู่ 1 ปี โดยเลือกเมนูที่อยากเพิ่มเติมความรู้ หลักๆ คือ คอร์สทำอาหาร ขนมปังและขนมเค้ก พอได้เรียน ทำให้รู้เลยว่าเราชอบทางนี้ และคิดว่าน่าจะมาเรียนตั้งนานแล้ว” กฤษณ์บอกเล่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข ก่อนเสริมว่า

“เสน่ห์การเข้าครัว คือ ไม่ว่าจะทำอาหารหรือขนมเหมือนเป็นช่วงเวลาที่สมองเราได้จดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่จริงๆ อาจจะเป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็เป็นความสุข โดยเฉพาะตอนที่ทำเสร็จแล้วได้รอดูผลลัพธ์ที่ออกมา”

ความรักในการทำอาหารที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ในเวลานั้นกฤษณ์ไม่ได้คิดว่าจะมาต่อยอดสู่การเป็นเชฟได้สวมผ้ากันเปื้อนรังสรรค์เมนูอาหารและขนมจริงๆ กระทั่งเมื่อเขาและหุ้นส่วน ร่วมกันทำโฮสเทลริมถนนสุขุมวิท ก่อนจะอัพเลเวลจากที่พักธรรมดา กลายเป็นคาเฟ่สุดชิก ภายใต้ชื่อ สลีป อินดัสทรี เบด แอนด์ คอฟฟี่ (Sleep Industry Bed & Coffee)

“ตอนแรกเราตั้งใจทำที่พัก แต่พอดีไซน์ด้านบนเสร็จ เราก็คิดว่าพื้นที่ด้านล่างจะทำอะไรดี ด้วยความที่ชอบทำอาหารและขนม เราเลยคิดว่าจะทำคาเฟ่เล็กๆ เพื่อให้บริการลูกค้าโฮสเทล และคนที่ผ่านไปผ่านมา โดยเราเริ่มต่อยอดด้วยการไปเรียนเพิ่มเติมหลักสูตรบาริสต้าพื้นฐาน เป็นหลักสูตรสั้นๆ แค่ 2-3 วัน แต่พอเรียนไปเรียนมาผลลัพธ์ที่ได้ คือ เลิกดื่มกาแฟที่ใส่ไซรัปไปเลย และกลายเป็นคนที่พิถีพิถันกับการดื่มกาแฟมากขึ้นจากที่ก่อนหน้าจะไปเรียน เราดื่มกาแฟทั่วไป เมนูประจำคือ ไอซ์วานิลลา ลาเต้ แต่หลังจากไปเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมล็ดกาแฟ การสกัดเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด ทำให้รู้เทคนิคต่างๆ มากขึ้น”

การได้ดำดิ่งเข้าไปในโลกของกาแฟทำให้กฤษณ์เหมือนได้ตกหลุมรักอีกครั้ง เขาเริ่มจากออกผจญภัย เพื่อศึกษา และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟ ก่อนจะนำมาต่อยอดสู่การทำคาเฟ่เล็กๆ ที่เขามั่นใจว่า ถ้าคอกาแฟได้มาต้องติดใจ มีทั้งเมนูเอสเปรสโซ่รสชาติเข้มข้นที่ใช้เมล็ดกาแฟทั้งนอกและในประเทศมาผสม

ในส่วนของเมนูอาหารและขนม กฤษณ์รับหน้าที่ดูแลเช่นกัน ซึ่งด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ จะทำเป็นครัวไทยอาจไม่สะดวก กฤษณ์จึงเลือกทำเป็นกึ่งๆ ครัวฝรั่ง มาเสริมทัพเมนูขนมที่จัดเต็มอยู่แล้ว

“ถามว่าถนัดทำเมนูไหนมากที่สุด ต้องยกให้อาหารเหนือ เพราะมีเพื่อนที่เชียงใหม่บอกสูตรเด็ด แถมขนวัตถุดิบมาให้ พอมาลองทำ ไม่ว่าจะเป็นเมนูขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือน้ำพริกอ่อง เพื่อนๆ ก็ชมว่าอร่อย ซิกเนเจอร์ในการทำอาหาร คือ นอกจากจะหนักเครื่อง วัตถุดิบต้องดี ยกตัวอย่างเมนูไหนต้องใช้หมูสับจะไม่ซื้อหมูสับที่บดแล้ว แต่จะซื้อหมูมาสับเอง เพราะเทกซ์เจอร์จากเครื่องบดกับสับเองไม่เหมือนกัน”

แม้วันนี้จะได้ทำในสิ่งที่รัก แต่กฤษณ์ทิ้งท้ายว่า ยังอยากสั่งสมความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะการทำขนมเค้ก

“อยากไปเรียนทำเค้กจริงจังอีกครั้ง เคยลองเรียนแล้ว แต่ยังไม่ชำนาญ เพราะการแต่งหน้าเค้กก็เหมือนการทำลาเต้อาร์ต มีพื้นฐานอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยการฝึกฝน เพราะเคยลองพยายามแต่งหน้าเค้ก แค่เริ่มจากปาดหน้าครีมให้เรียบ ซึ่งดูเหมือนง่าย แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร” กฤษณ์ ทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ