ลองอยู่ลองกินที่ ‘สวนเกษตรมีกิน’ ขอนแก่น

  • วันที่ 12 ม.ค. 2562 เวลา 10:44 น.

ลองอยู่ลองกินที่ ‘สวนเกษตรมีกิน’ ขอนแก่น

โดย/ภาพ : กาญจน์ อายุ

หากเสิร์ชที่เที่ยวในขอนแก่น ผลลัพธ์ที่ได้จะหนีไม่พ้นวัด แต่นอกเหนือจากวัด ขอนแก่นยังมีอีกสถานที่ที่ให้ความสงบทางใจไม่แพ้กัน อยู่ที่ สวนเกษตรมีกิน (Mekin Farm) พื้นที่เกษตรผสมผสานของครอบครัวจารุพันธ์ุงาม ที่เพิ่งเริ่มทำทุกอย่างเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

พวกเขาได้ลองผิดลองถูกจนมาค้นพบตัวตนในเรื่อง “อาหาร” จึงตัดสินใจเปิดบ้านเป็นครัว เปิดสวนเป็นตลาด ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาหาประสบการณ์ทำอาหารอีสาน และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์

“ปู” จงรัก จารุพันธุ์งาม เจ้าของสวนวัยย่าง 40 ปีเล่าว่า เธอไม่ได้ตั้งใจทำสวนเกษตร แต่กำลังทำธุรกิจท่องเที่ยว ดังนั้นสวนเกษตรมีกินจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในขอนแก่น เปิดให้ท่องเที่ยวสู่ปีที่ 2 จนตอนนี้กำลังพัฒนา ฉะนั้นคนที่มาวันนี้และกลับมาอีกทีเดือนหน้าก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง

“ที่นี่เราเริ่มวิธีทำนาตั้งแต่การไถนาด้วยควาย เรามีควาย 4 ตัวใช้ไถคราด ไม่ใช้รถไถ จากนั้นให้นักท่องเที่ยวมาทำกิจกรรมดำนาร่วมกับเรา พอถึงเวลาเกี่ยวข้าวเราไม่ใช้รถไถ แต่เราค่อยๆ เกี่ยวด้วยมือ และให้นักท่องเที่ยวมาร่วมเกี่ยวด้วยจากนั้นเมื่อเกี่ยวเสร็จ พ่อจะใช้วิธีฟาดข้าว เรามีลานฟาดข้าวอยู่ตรงยุ้ง ซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิมตามภูมิปัญญาของชาวบ้านที่เราอยากรักษาไว้”

ธุรกิจนี้เป็นกิจการในครอบครัวประกอบด้วย คุณพ่อ ผู้นำสาธิตการทำนา คุณแม่ ผู้นำด้านอาหาร น้องสาว ผู้นำด้านกิจกรรมต่างๆ และเธอ ผู้เริ่มต้นและทำทุกอย่างที่ทำได้

ปู เล่าด้วยว่า แม้จะเป็นคนขอนแก่นแท้ๆ แต่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ดังนั้นที่ดิน 12 ไร่ผืนนี้จึงถูกซื้อมาด้วยเงินเก็บและเธอเริ่มทำทุกอย่างจากศูนย์

“เราซื้อที่ดินเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนแถบนี้เป็นป่าอ้อย ป่ามันสำปะหลัง แทบไม่มีคนเข้ามา แต่เราตัดสินใจซื้อเพราะมันเป็นปมเล็กๆ ในใจว่าเราอยากมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง อยากทำสวน อยากสร้างบ้านสวนดังนั้นสิ่งแรกที่เราคิดคือ เราอยากจะสร้างพื้นที่ที่มีอยู่ มีกิน ปลูกทุกอย่างที่เรากินได้ จึงตั้งชื่อสวนแห่งนี้ว่า สวนเกษตรมีกิน

ในสวนจึงไม่มีแปลงผักขนาดใหญ่หรือสวนผลไม้เยอะๆ เพราะเราปลูกไว้กินเอง สวนจึงเป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตของบ้าน และปลูกพืชผักที่มีความหลากหลายในจำนวนที่พอกินเองในครอบครัว”

นอกจากนี้ เธอยังเลี่ยงใช้คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง เพราะเธอแค่อยากใช้ชีวิตย้อนกลับไปในสมัยดั้งเดิมตามคำว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว จึงเลือกทำเกษตรผสมผสานที่มีไม้ผลมีนาข้าว มีสวนป่า เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา สร้างบรรยากาศให้เหมือนอดีตที่เธอจำได้

“เมื่อมีคอนเซ็ปต์ในการสร้างสวนของตัวเองแล้ว ก็มามองว่าขอนแก่นมีอะไร ขอนแก่นไม่มีภูเขา ไม่มีทะเล และเมื่อพูดถึงขอนแก่นคนก็จะนึกภาพไม่ออกว่าต้องไปเที่ยวที่ไหน พอเสิร์ชกูเกิลก็จะขึ้นแต่ภาพไดโนเสาร์ ภาพวัด ดังนั้นภาพของที่นี่จะขายอะไร”

ปูจบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่มีความรู้เรื่องการตลาด แต่เธอใช้ประสบการณ์จากการไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ 6 ปีมาปรับใช้กับสวนเกษตรแห่งนี้ เธอเล่าว่า ที่อังกฤษมีฟาร์มแห่งหนึ่งขนาดหลายร้อยไร่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บผัก เก็บผลไม้ด้วยตัวเอง นำไปชั่งและซื้อกลับบ้าน เธอจึงกลับมาคิดถึงที่ดิน 12 ไร่แห่งนี้ว่าควรทำอะไร

“ตอนแรกเราคิดจะปลูกผักให้คนเมืองมาเก็บ แต่ปรากฏว่าคนขอนแก่นไม่มา เพราะคนขอนแก่นรู้สึกว่ามันไกลเกินไป และไม่มองว่าที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เลยต้องคิดต่อไปว่าอะไรคือจุดเด่นของขอนแก่น ปูเลยนึกถึงอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เด่นที่สุดในภาคอีสาน อาหารจึงกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ของสวนเกษตรมีกิน เราจึงหยิบยกเรื่องอาหารมาขายนักท่องเที่ยว โดยมีแม่เป็นคนสอนทำอาหารบ้านๆ แบบที่ครอบครัวเรากินเอง

ในช่วงแรกปูเคยหลงทาง คือเราได้ยินมาว่าปลูกพืช 1 ไร่ได้เงิน 1 แสน เราก็อยากทำเหมือนเขา แต่มันไม่ใช่ตัวเอง เพราะถ้าจะทำแบบนั้นเราต้องจ้างแรงงาน เราเลยต้องเปลี่ยนวิธีคิดและกลับมาคิดว่า สิ่งที่เรามีคืออะไร ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยตรัสไว้ว่า ต้องรู้จักตัวเอง

นั่นหมายความว่า เรามีความสามารถอะไรแม่ทำอาหารอร่อย พ่อออกแบบพื้นที่สวนได้จากประสบการณ์ที่พ่อเคยทำก่อสร้างมา ส่วนตัวปูเองสามารถพูดภาษาอังกฤษจึงสามารถรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ซึ่งส่วนผสมตรงนี้มันกลายเป็นข้อได้เปรียบในการทำท่องเที่ยว”

คำเรียกเก๋ๆ ที่เธอใช้เรียกกิจกรรมในสวนเกษตรคือ อีสาน อีโค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Isan Eco Experience) หวังให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกเหมือนมาบ้านอีสาน มาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ที่เธอสามารถเปลี่ยนผืนดินที่แห้งแล้งให้กลายเป็นสวนเกษตร และมาสร้างประสบการณ์ร่วมกันผ่านกิจกรรม เช่น กิจกรรมทำอาหารไม่ว่าจะเป็นข้าวจี่ ส้มตำ โรลสลัดผัก ลงดำนา ลองเกี่ยวข้าว เก็บผัก และนอนโฮมสเตย์ ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนมาอยู่บ้านนอก ที่มีความอบอุ่นเหมือนบ้านญาติพี่น้องโดยที่ไม่ต้องรู้จักกันมาก่อนก็มีความสุข

“ปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนเมืองขอนแก่น และชาวต่างชาติที่อยากมาใช้ชีวิตเหมือนคนท้องถิ่น อย่างกลุ่มชาวเยอรมันที่มาลองทำอาหารอีสาน และนักท่องเที่ยวโซโลชาวญี่ปุ่นที่มาลองใช้ชีวิตเป็นชาวสวนเหมือนกับเรา”

นอกจากนี้ กิจกรรมบางอย่างก็เกิดจากความไม่คาดคิด เช่น กิจกรรมทำอาหารตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะให้นักท่องเที่ยวเป็นผู้ชิมอาหารฝีมือแม่เพียงอย่างเดียว แต่เพราะความคลาดเคลื่อนบางอย่างทำให้ลูกค้าต้องลงมือเก็บผักเอง จนกลายเป็นความสนุกสนานและเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

“ที่นี่อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันมีความสวยงามในนั้น” ปูกล่าวต่อ “นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เขาได้ตัดกล้วย ขุดข่า เก็บตะไคร้ แล้วนำมาทำอาหาร เป็นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งเราเองก็ไม่ต้องตระเตรียมพิธีการมากมายเพราะเราได้ลงมือทำไปพร้อมๆ กัน”

เบื้องต้นเธอตั้งราคาค่ากิจกรรมคนละ 500 บาท โฮมสเตย์คืนละ 700 บาท รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า บ้านรับได้สูงสุด 15 คน แต่ราคากิจกรรมจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากทำ และรับได้ครั้งละ 1 กลุ่มเท่านั้น

“มีผู้รู้บอกว่า ขอนแก่นเป็นเมืองไมซ์ เราก็ไปหาข้อมูลต่อว่าไมซ์ ซิตี้ คืออะไร? และเราจะเป็นส่วนหนึ่งของมันได้อย่างไร? ทำให้เรารู้ว่าตลาดของเราสามารถเป็นกลุ่มอินเซ็นทีฟได้ (อินเซ็นทีฟ คือการจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานหรือบุคคลที่สามารถ ดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ โดยบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย) แต่คนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มาหาเราง่ายๆ

โชคดีที่ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ให้โอกาสเราจัดกิจกรรมและพยายามช่วยโปรโมท ช่วยหาตลาดให้เรา จนตอนนี้เรากลายเป็นที่รู้จักบ้าง มีนักท่องเที่ยวติดต่อเข้ามาเองบ้าง ทำให้เรามีพอกิน พอใช้ และพอมีเงินมาพัฒนาสวนต่อไปเรื่อยๆ”

จากสถานที่ที่ไม่มีคนรู้จัก วันนี้สวนเกษตรมีกินมีนักท่องเที่ยวทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง สร้างรายได้ให้บางเดือนถึงหลักแสนบาท ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งนำไปใช้หนี้สินเดิม และส่วนหนึ่งนำไปพัฒนาสวนต่อ ส่วนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เธอกล่าวว่า แทบไม่ต้องใช้เงิน เพราะมีซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนตัวอยู่หลังบ้าน

สำหรับนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องจองกิจกรรมก่อนล่วงหน้า โดยสวนเกษตรมีกินรองรับได้ทั้งรุ่นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ลุงป้า หรือตายาย ขอแค่มีใจอยากเรียนรู้วิถีถิ่นอีสานเธอก็สามารถจัดกิจกรรมให้ได้ ติดต่อโทร. 06-1695-9926 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก MEKIN FARM สวนเกษตรมีกิน

ข่าวอื่นๆ