เทรนด์อร่อย อาหารแห่งปี 2019

  • วันที่ 04 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

เทรนด์อร่อย อาหารแห่งปี 2019

เรื่อง : เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ : เอพี

ไม่ต่างกับแวดวงแฟชั่น ในแต่ละปีบรรดาผู้เชี่ยวชาญหรือคนในอุตสาหกรรมอาหารก็ได้ออกมานำเสนอ “เทรนด์” อาหารแห่งปี 2019

ทาง “สเปเชียลตีฟู้ด” สมาคมของช่างฝีมืออาหาร ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหาร เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1952 ในนิวยอร์ก ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3,000 คน ทั้งในและนอกสหรัฐ พวกเขาได้เลือกเทรนด์อาหารยอดนิยมประจำปีนี้ สมทบด้วยข้อมูลจากซูเปอร์มาร์เก็ตนิวส์ สมาคมร้านอาหาร ข่าวร้านอาหารแห่งสหรัฐ และบริษัทที่ปรึกษาด้านการให้บริการด้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้คาดการณ์เทรนด์อาหารปี 2019 ออกมาเช่นกัน

โดยรวมแล้วปีนี้เป็นช่วงเวลาของ “เฮลตี้” และ “ฟังก์ชันนัลฟู้ด” คือ เน้นเรื่องสุขภาพและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งการดื่มกินเพื่อความงาม และยังต้องดีต่อใจ คือ รับผิดชอบต่อโลก แม้ว่าบางอย่างจะเป็นอาหารสูตรดั้งเดิมเก่าแก่ แต่มีการพัฒนา เพิ่มเติมในเรื่องการปรุง ส่วนผสม ทั้งยังเลือกสรรวัตถุดิบจากดินแดนต่างๆ ของโลกมาใช้

และนี่คือ อาหาร (เครื่องดื่ม) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นเทรนด์แห่งปี 2019

พืช ผัก ผลไม้ เพื่อโลก

ความนิยมบริโภคผักผลไม้ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากในหมู่ผู้รับประทานมังสวิรัติ และวีแกนแล้ว คนทั่วไปที่ยังบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ก็ยังนิยมรับประทานผัก ธัญพืช ถั่ว ผลไม้ ฯลฯ มากขึ้นเป็นนิสัย ทำให้อาหารที่เรียกรวมว่าเป็น “Plant-based” ถูกเลือกให้เป็นเทรนด์อาหารมาแรงแห่งปี 2019

นอกจากความอร่อยแล้ว เทรนด์นี้ยังมาจากความตระหนักในเรื่องประโยชน์ทางสุขภาพ ไม่เพียงทางกาย ยังเป็นการเลือกรับประทานโดยคิดถึงเรื่อง “ใจ” เป็นสำคัญด้วย ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ในขั้นตอนการผลิตคำนึงถึงโลก สังคม และสิ่งแวดล้อม

เกี่ยวเนื่องกับเทรนด์นี้คือ ความนิยมรับประทานโปรตีนจากพืช ไม่ว่าจะเบอร์เกอร์ไปจนถึงไส้กรอก จะมีตัวเลือกไร้เนื้อสัตว์แบบดั้งเดิมมาให้เลือก แพลนต์-เบสยังรวมถึงเครื่องดื่มที่ไม่ใช่นมสัตว์ ซึ่งกลายเป็นกระแสมาแรงอย่างเช่น น้ำหรือนมข้าวโอ๊ต อร่อยเข้มข้นหวานมัน ทั้งยังมีโปรตีนมากกว่านมจากถั่ว และมีไฟเบอร์มากกว่านมชนิดอื่นๆ ด้วย

หลากภูมิภาคอาหาร

ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ เหล่านี้อาจจะเป็นความคุ้นชินไปแล้ว เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาจะทำให้ “ลิ้น” ได้ผจญภัยกับรสชาติใหม่ๆ จากภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะแอฟริกา เอเชียใต้ และลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นรสนิยมการรับประทานของคนรุ่นใหม่อย่างพวกมิลเลนเนียล หรือเจนแซด ผู้ที่มีโอกาสได้เดินทางไปส่วนต่างๆ ของโลก เพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารในภูมิภาคต่างๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมีมาก่อน ซึ่งก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเทรนด์อาหารยอดนิยม

อาหาร วัตถุดิบ และส่วนผสมจากแอฟริกากำลังจะกลายเป็นความนิยม ไม่ว่าจะธัญพืชจากแอฟริกาตะวันตกที่เรียกว่า โฟนิโอ (Fonio) ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนน้ำตาลต่ำ ย่อยง่าย ยังรวมถึง ราส เอล ฮานูต (Ras el hanout) เครื่องเทศผสมจากแอฟริกาเหนืออย่างเช่น โมร็อกโก นิยมนำมาใช้ในอาหารคาว เช่น หมักเนื้อหรือปลา ใส่ในอาหารเส้นหรือข้าว รวมทั้ง บิลตอง (Biltong) เนื้อแห้งที่มีต้นกำเนิดในประเทศแอฟริกาใต้ตอนใต้ เป็นต้น

จากภูมิภาคเอเชียใต้อย่างเช่น อินเดีย และเพื่อนบ้าน ของดีอย่างเช่นสมุนไพรอายุรเวททั้งหลาย จะกลายมาเป็นส่วนผสมอาหารที่นิยม ทั้งยังหลักการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปน้อยที่สุดก็ด้วย ของว่างของหวานริมทางแบบพื้นบ้านก็ถูกให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น คาดว่าเมนูใหม่ที่พัฒนาปรับเปลี่ยนรสชาติและส่วนผสมจากเม็กซิโกจะมีให้เห็นมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับที่มาจากฟากฝั่งอเมริกากลางและใต้ ซึ่งรวมถึงแป้งแผ่นกลมอย่างตอร์ตีญาจากแป้งข้าวโพดและอื่นๆ

ในส่วนของอาหารเช้าก็จะมีการนำเสนอเมนูจากหลากหลายเชื้อชาติแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากอเมริกันเบรกฟาสต์ อย่างไข่กวน เบคอนกรอบ ปีนี้ร้านอาหารต่างอาจจะมีตัวเลือก เช่น ชัคชูก้า (Shakshuka) ไข่ในซอสมะเขือเทศ หัวหอมพริก และเครื่องเทศ ซึ่งเป็นจานอร่อยจากตูนิเซีย/อิสราเอลมานำเสนอ

เครื่องดื่มจากการหมัก

อาหารรสเปรี้ยวอย่างผักดองยังเป็นที่นิยมอยู่ แต่ที่มาแรงกว่าน่าจะเป็นเครื่องดื่มหมักอย่างเช่น คอมบูชา (Kombucha) คือ ชาหมัก ซึ่งดีต่อสุขภาพ อย่างระบบย่อยอาหาร ก็ได้มีการพัฒนาทางด้านรสชาติ ให้ดื่มง่ายขึ้น อร่อยขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการมองหาวัตถุดิบใหม่มาใช้ทำเครื่องดื่มอย่างเช่น เห็ดชากา (Chaga) ที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ทั้งต้านอนุมูลอิสระ และลดคอเลสเตอรอล หรือจะเป็นเห็ดยามาบูชิตาเกะ ซึ่งไม่ต่างกับยา เพราะมีสรรพคุณช่วยลดความวิตกกังวล และส่งเสริมสุขภาพหัวใจ เช่นกันกับ ถั่งเช่า สุดยอดสมุนไพร ช่วยในการรักษาโรค และบำรุงร่างกาย

เครื่องดื่มน้ำส้มสายชู เช่น แอปเปิ้ลไซเดอร์ ซึ่งมีโปรไบโอติก กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ นอกจากนี้ก็ยังมี ควาสส์ (Kvass) เครื่องดื่มจากรัสเซียและยุโรปตะวันออก ซึ่งทำจากข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ปรุงแต่งด้วยผลไม้หรือสมุนไพร ก็กำลังจะมา

ในส่วนของเครื่องดื่มยังมีน้ำเลมอนซึ่งพัฒนาสูตรต่างๆ ขึ้นมากมาย ยอดนิยมอย่างกาแฟนั้น ไนโตรอยู่ในกระแสมาพักหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่กาแฟเติมก๊าซไนโตรเจนนี้มักจะเสิร์ฟเย็น แต่ในปี 2019 คุณจะเห็นเทรนด์กาแฟไนโตรแบบ “ร้อน” นอกจากนี้แล้วจะได้เห็นกาแฟอัดลม (กาแฟเย็นที่มีฟองเล็กน้อย) รวมทั้งเทรนด์ชาอย่าง ชาชีสชาดำ หรือชาเขียวเย็นราดด้วยนมฟอง ครีมชีส และโรยเกลือ จะเป็นเมนูเครื่องดื่มที่คนต้องเข้าแถวซื้อ

ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา

ของไอศกรีม

ไอศกรีมแบบดั้งเดิมกำลังถูกปฏิวัติ ทั้งในเรื่องรูปแบบและรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมปราศจากนมวัว โดยใช้กะทิ นมอัลมอนด์ หรือนมถั่วเหลืองแทน นอกจากนี้ก็ยังมีไอศกรีมที่โฆษณาว่าโปรตีนสูงและแคลอรีต่ำ โดยผู้ผลิตพยายามทลายเส้นแบ่งระหว่างความอร่อยกับสุขภาพลง ด้วยการผสมผักบางอย่าง เช่น ดอกกะหล่ำ แครอท ฯลฯ ลงไปในไอศกรีมด้วย นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับวิธีการทำอย่างเช่น ไอศกรีมแฮนด์เมดซึ่งนำส่วนผสมจากท้องถิ่นต่างๆ ของโลกมาสร้างสีสัน ไม่ว่าจะธัญพืชอย่างงาดำ ดอกไม้ เช่น ดอกมะลิ เป็นต้น

​นอกจากไอศกรีมแล้ว ของหวานที่จะกลายเป็นเทรนด์สำหรับปีนี้รวมถึงขนมฮัมมูส อ่านไม่ผิดหรอก เมื่อฮัมมูส เครื่องจิ้มหรือทา ซึ่งทำจากถั่วลูกไก่บด ผสมน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว เกลือ และกระเทียม ถูกนำมาเป็นส่วนผสมของหวาน ไม่ว่าจะเค้กเรดเวลเวต บราวนี่ หรือแม้แต่คุกกี้ โดยตั้งใจจะทำให้เป็นของหวานที่ดีต่อสุขภาพ เพราะมีแคลอรี น้ำตาล ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตต่ำ ส่วนโดนัทและพายก็ยังคงเป็นที่นิยม แต่พัฒนาหน้าตาและไส้ให้หลากหลายน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

บรรจุภัณฑ์ก็สำคัญ

นอกจากรสชาติ ส่วนผสมต่างๆ แล้ว เทรนด์ของอาหารปีนี้ยังให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์อย่างมาก ผู้บริโภคจะเลือกซื้ออาหารที่ให้ความใส่ใจกับหีบห่อบรรจุภัณฑ์ อย่างเช่นเลือกใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืน รีไซเคิล อัพไซเคิล ฯลฯ ปัจจุบันมีการพัฒนาใช้เปลือกมะเขือเทศ สาหร่ายทะเล และเห็ดมาสร้างเป็นวัตถุดิบทางเลือกที่ยั่งยืนในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์

ผู้บริโภคยังใส่ใจอ่านข้อความบนบรรจุภัณฑ์ต่างๆ นอกจากจะได้รู้ส่วนผสม องค์ประกอบต่างๆ แล้ว การบอกเล่าค่านิยม ความเป็นไปเป็นมา เบื้องหน้าเบื้องหลังวัตถุประสงค์ความตั้งใจการเอาใจใส่จากผู้ผลิตก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อด้วย

​ความนิยมในแวดวงอาหาร ยังรวมถึง “ความงามที่กินได้” อย่างเช่นอาหารหรือเครื่องดื่มที่ผสมคอลลาเจน รวมไปถึงน้ำมันอาร์แกน และน้ำมันอัลมอนด์ ทั้งสองชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า และวิตามินอีสูง ซึ่งสามารถช่วยให้ผิวชุ่มชื้น คืนความยืดหยุ่น และลดริ้วรอย เป็นอาหารที่กินแล้วสวยงาม อ่อนวัย ซึ่งคนเจนเอ็กซ์ให้ความสำคัญ

​ในส่วนของวัตถุดิบที่มาแรงอีกอย่างคือ “มันสำปะหลัง” หรือ Cassava หรือ Yuca จากอเมริกาใต้ พืชหัวชนิดนี้เป็นดาวเด่น ด้วยมีคาร์โบไฮเดรตสูง ใบมันก็ยังเป็นแหล่งโปรตีน และอุดมไปด้วยไลซีน มักถูกเลือกมาทำเป็นขนมอบ หรือตอร์ตีญา

อาหารเพื่อสุขภาพซึ่งเคยเป็นของเฉพาะกลุ่ม กลับกลายมาเป็นความนิยมในวงกว้าง เมื่อผู้คนนิยมวิถีชีวิตสุขภาพ และ “คลีน” ขึ้นเรื่อยๆ ความอร่อยที่มาพร้อมกับสุขภาพจึงนับเป็นแนวโน้มอาหารซึ่งเป็น “เทรนด์” ที่มาแรงของโลกในปี 2019 นี้ 

ข่าวอื่นๆ