posttoday
FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย ปิดดีลแล้ว 15 บท เหลือเปิดเกมตลาดสินค้า-บริการ

FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย ปิดดีลแล้ว 15 บท เหลือเปิดเกมตลาดสินค้า-บริการ

06 กรกฎาคม 2569

“ศุภจี” เผยการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) มีความคืบหน้าต่อเนื่อง หลังจบรอบที่ 9 สามารถสรุปการเจรจาได้รวม 15 บท จาก 24 บท ลุยต่อประเด็นที่เหลือ

KEY

POINTS

  • “ศุภจี” อัปเดท การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) มีความคืบหน้าต่อเนื่อง หลังจบรอบที่ 9
  • สรุปการเจรจาได้รวม 15 บท จาก 24 บท เตรียมลุยต่อประเด็นที่เหลือ โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้า บริการ ลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การจัดการพลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ
  • ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรอบที่ 10 เดือน ก.ย.นี้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 9 ระหว่างวันที่ 22-30 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า การประชุมครั้งนี้ มีความคืบหน้าเป็นอย่างมากในหลายประเด็น 

 

โดยสามารถสรุปเพิ่มเติมได้อีก 4 บท ได้แก่

  1. การแข่งขันและการอุดหนุน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและการกำหนดกฎเกณฑ์การอุดหนุนที่โปร่งใส
  2. รัฐวิสาหกิจ เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของความตกลง จะดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์โดยไม่เลือกปฏิบัติ
  3. การระงับข้อพิพาท ที่กำหนดกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐต่อรัฐ หากมีการทำผิดความตกลง FTA
  4. บทบัญญัติว่าด้วยการบริหารจัดการความตกลง

 

ทั้งนี้ ยังสามารถสรุปการเจรจาได้เพิ่มเติมในอีก 4 ประเด็น ประกอบด้วย ภาคผนวก 3 เรื่อง และพิธีสาร 1 เรื่อง ได้แก่

  1. ภาคผนวกเรื่องอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้า
  2. ภาคผนวกเรื่องการผูกขาดการนำเข้าและส่งออกสินค้า
  3. ภาคผนวกยานยนต์ ภายใต้บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 
  4. พิธีสารด้านความช่วยเหลือด้านศุลกากรระหว่างกัน 

 

และเมื่อรวมกับประเด็นที่ได้ข้อสรุปในรอบก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว 15 บท จาก 24 บท และภาคผนวกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นับว่าบรรลุผลได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด

 

นางศุภจีกล่าวว่า การเจรจาในประเด็นที่เหลือ มีหลายเรื่องที่ใกล้ได้ข้อสรุป เช่น การต่อต้านการฉ้อฉล และบทบัญญัติสุดท้ายของความตกลง

 

ขณะที่การเจรจาด้านการเปิดตลาด 3 เรื่อง ทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือข้อเสนอการเปิดตลาดในรายละเอียด ซึ่งนับได้ว่าการเจรจาดำเนินไปถึงช่วงสำคัญที่ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเจรจา ส่วนการเจรจารอบต่อไป จะมุ่งขับเคลื่อนเจรจาประเด็นที่เหลืออีก 1 ใน 3 ซึ่งมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การจัดการพลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล บริการและลงทุน ตลอดจนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา

         

“ได้รับแจ้งจากหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยว่าการเจรจารอบนี้ มีความคืบหน้ามาก เนื่องมาจากได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองจากการหารือในระดับสูงของทั้งสองฝ่าย เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 ณ กรุงบรัสเซลส์ ที่ดิฉันและผู้แทนการค้าไทย (นายวีระพงษ์ ประภา) ได้เข้าหารือกับกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (นายมารอส เซฟโควิช) และกับกรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร (นายคริสตอฟ ฮันเซน)

 

ซึ่งรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้โดยเร็ว และได้มอบนโยบายให้หัวหน้าคณะเจรจาเร่งจัดทำแผนงานร่วมกันและหารือในประเด็นคงค้างอย่างใกล้ชิด” นางศุภจีกล่าว

         

สำหรับการดำเนินการต่อไป กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะจัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-EU ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อหารือประเด็นคงค้างสำคัญร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น และทั้งสองฝ่ายจะจัดให้มีการหารือระหว่างรอบ 

 

ทั้งในระดับหัวหน้าคณะเจรจาและในแต่ละกลุ่มเจรจา รวมถึงการหารือในระดับรัฐมนตรี โดยกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าฯ (นายมารอส เซฟโควิช) จะเดินทางมาประเทศไทยในช่วงก่อนการเจรจารอบที่ 10 เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลักดันให้การเจรจารอบที่ 10

 

ซึ่งมีกำหนดจัดในช่วงปลายเดือน ก.ย.2569 ณ ประเทศไทย ให้มีความคืบหน้าสูงสุดและสรุปผลได้โดยเร็ว ตามที่รัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ตั้งเป้าหมายไว้ และตามยุทธศาสตร์ที่ทั้งไทย และ EU ต้องการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ขยายโอกาสทางการค้า การลงทุนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และรักษาความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งเสริมสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน รองรับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของภูมิเศรษฐ์ศาสตร์โลก

 

ในปี 2568 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยการค้าระหว่างกันมีมูลค่ารวม 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.44% โดยไทยส่งออกไป EU มูลค่า 26,449.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.27% สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น

  1. เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
  2. อัญมณีและเครื่องประดับ
  3. เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ
  4. ผลิตภัณฑ์ยาง
  5. หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 

 

และไทยนำเข้าจาก EU มูลค่า 18,584.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.86% สินค้านำเข้าสำคัญ เช่น

  1. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
  2. ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม
  3. เคมีภัณฑ์ 4.เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
  4. เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์

 

ทั้งนี้ ไทยได้ดุลการค้า มูลค่า 7,864.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ปลดล็อก  “ยาสีฟันฟลูออไรด์เข้มข้น 5,000ppm” หลังพบตัวเลข ”ฟันผุ“ พุ่ง

ปลดล็อก “ยาสีฟันฟลูออไรด์เข้มข้น 5,000ppm” หลังพบตัวเลข ”ฟันผุ“ พุ่ง