เที่ยวบรูไน… ไปได้ไกลกว่าที่คิด

  • วันที่ 22 ธ.ค. 2561 เวลา 10:00 น.

เที่ยวบรูไน… ไปได้ไกลกว่าที่คิด

เรื่อง...ทีมงานโลก 30 องศา

ตลอดเวลาที่ผ่านมาดูเหมือนว่าคนไทยส่วนใหญ่มักจะมีข้อมูลด้านเดียวของประเทศบรูไนมาโดยตลอด แต่ในความเป็นจริงแล้ว บรูไนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีหลากหลายมุมที่น่าสนใจ ทีมงานโลก 360 องศา เดินทางสู่ประเทศนี้และได้รับคำแนะนำว่า หากอยากรู้จักที่นี่อย่างน้อย ที่สุดต้องเดินทางไป 3 เมืองสำคัญ นั่นคือเมืองหลวง กรุงบันดารเสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan จะเห็นถึงความมั่งคั่งตามที่หลายคนรับทราบอยู่แล้ว เมืองต่อมาคือ ซีเรีย (Seria) เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแอ่งก๊าซ แหล่งน้ำมัน ที่เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของประเทศ และอีกเมืองคือ มีรี่ (Miri) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซียติดพรมแดนบรูไน โดยแม้ไม่ได้อยู่ในประเทศบรูไน แต่เมืองนี้กลับมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของคนบรูไนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

พวกเราตัดสินใจขับรถออกจากกรุงบันดาร์เสรีเบกาวันอีกครั้ง เพื่อค้นหาคำตอบในองศาอื่นๆ ตามคำแนะนำ จุดหมายแรกเราจึงมุ่งหน้าสู่ซีเรีย แอ่งก๊าซ แหล่งน้ำมันหลักของประเทศ ตามที่รู้กันดีว่าบรูไนนั้น มั่งคั่งร่ำรวยขึ้นมาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในบรูไนเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1899 แต่การค้นพบน้ำมันในช่วงแรก ยังมีปริมาณน้อยไม่เพียงพอเพื่อการใช้เชิงพาณิชย์

จนกระทั่งมีการค้นพบแหล่งน้ำมันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของบรูไนที่บริเวณเมืองซีเรีย ในปี ค.ศ. 1929 ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อประเทศนี้ ประชาชนต่างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายในช่วงเวลาอันสั้น หลายสิ่งหลายอย่างได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ราคาข้าวของจำนวนมากถูกกว่าราคาต้นทุนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันของประเทศนี้ หนึ่งลิตรประมาณ 30 เซนต์ คิดเป็นเงินไทยประมาณลิตรละ 7 บาทเท่านั้น ในขณะที่น้ำดื่มราคาลิตรละประมาณ 1 ดอลลาร์บรูไน หรือประมาณ 23 บาท นั่นหมายความว่า ราคาน้ำมัน 3 ลิตร เท่ากับน้ำดื่มประมาณ 1 ลิตรนั่นเอง

นับตั้งแต่มีการค้นพบแหล่งน้ำมันบรูไนก็ได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1991 เป็นปีที่สำคัญของประวัติศาสตร์การผลิตน้ำมันของบรูไน เพราะสามารถผลิตน้ำมันได้สูงถึง 1,000 ล้านบาร์เรล และยังได้มีการสร้าง The Billionth Barrel Monument ไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จในครั้งนั้นอีกด้วย

การเดินทางสู่ซีเรียของพวกเรา นอกจากจะได้ชม Nodding Donkey แบบใกล้ชิดแล้ว เรายังได้เห็นภาพวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองซีเรีย ที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากกรุงบันดาร์เสรีเบกาวันอยู่พอสมควร อาจจะเนื่องมาจากผู้คนในเมืองนี้ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มประเทศฝั่งยุโรป ซึ่งมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกิจการก๊าซธรรมชาติและน้ำมันนั่นเอง

เมืองต่อมาที่ใครๆ ก็บอกกับพวกเราว่า ต้องไปเยือนเพื่อรู้จักบรูไนให้ครบในทุกแง่มุมนั่นคือมีรี่ ซึ่งห่างจากเมืองหลวงเพียงแค่ร้อยกว่ากิโลเมตร ดังนั้นจากซีเรียเราจึงมุ่งหน้าสู่เมืองมีรี่ของมาเลเซียซึ่งตั้งอยู่ติดพรมแดนประเทศบรูไน

มีรี่ มีสัญลักษณ์สำคัญคือม้าน้ำ เดิมทีเป็นเมืองชายแดนเล็กๆ แต่เมื่อมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติในแถบนี้ เศรษฐกิจของที่นี่ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และแม้ว่ามีรี่จะเป็นแค่เมืองหนึ่งของประเทศมาเลเซีย แต่ถ้าเทียบจากจำนวนประชากรแล้ว ประชากรของที่นี่เมืองเดียวก็เกือบจะเท่ากับบรูไนทั้งประเทศเลยทีเดียว โดยผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนมาเลย์กว่า 60% อีกส่วนเป็นคริสเตียนและมุสลิม ดังนั้นในภาพรวมแล้วที่นี่จึงค่อนข้างเป็นสังคมที่เปิดกว้างกว่า คนบรูไนจำนวนมากจึงนิยมเดินทางมาที่นี่ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ ค่าเงินของบรูไนที่มีมูลค่ามากกว่า เทียบกันอย่างง่ายคือ 1 ดอลลาร์บรูไน แลกได้ 2-3 ริงกิตของมาเลเซีย การมาจับจ่ายใช้สอยที่นี่จึงเป็นที่นิยมของชาวบรูไนนั่นเอง

เหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือที่นี่นับว่ามีสีสัน มีชีวิตชีวา มีความคึกคัก เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจของผู้คน และหลายอย่างที่ไม่สามารถทำได้ในประเทศบรูไนด้วยข้อจำกัดต่างๆ สามารถมาทำที่นี่ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือการซื้อลอตเตอรี่ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวบรูไนจำนวนไม่น้อย นิยมเดินทางมาที่เมืองนี้

คนที่นี่เล่าให้พวกเราฟังว่า ถ้าเป็นวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุด ที่นี่อาจจะไม่คึกคักนัก แต่ถ้าเป็นวันหยุด ผู้คนจะพากันมาทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าที่มีแบรนด์ดังให้เลือกซื้อเลือกหา ในราคาสบายกระเป๋ากว่ากันครึ่งต่อครึ่ง หรืออาหารการกินข้าวของเครื่องใช้ที่มีให้เลือกหลากหลายในตลาด ซึ่งเราจะสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาของผู้คนอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนั้น หากมาถึงมีรี่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เจ้าบ้านบอกกับพวกเราคือไม่ควรพลาดการไปเยือนสัญลักษณ์ของเมือง นั่นก็คือ ม้าน้ำขนาดใหญ่ บริเวณ Coco Cabana ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดของมีรี่อีกด้วย หลังชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ก็ต้องต่อด้วยอาหารเย็น ที่มีทางเลือกทั้งร้านอาหารในสไตล์เก๋ไก๋ที่อาจจะไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในบรูไน และร้านอาหารทะเลที่มีเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติถูกใจให้ลิ้มลอง ก่อนจะไปต่อด้วยการเดินเล่นตลาดกลางคืนแบบเพลินๆ หาเครื่องดื่ม และของกินรอบดึกกันอีกรอบ

จากนั้นก็ปิดท้ายสีสันยามค่ำคืนด้วยสถานที่กิน ดื่ม เที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ พบปะเพื่อนฝูง สรวลเสเฮฮากันในบรรยากาศแบบสบายๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ซึ่งคนที่นี่บอกกับเราว่า ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก และถ้าเป็นวันหยุด หรือช่วงสิ้นเดือนที่เงินเดือนออกด้วยแล้ว มีรี่จะกลายเป็นเมืองที่ไม่หลับใหลเลยทีเดียว

ประสบการณ์ในประเทศบรูไนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นภาพของหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนแห่งนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าบรูไนอาจจะไม่ใช่จุดหมายที่มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวที่ค้นหาความแปลกใหม่หรือเพียบพร้อม แต่ประเทศนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตนเอง เป็นความสมดุลลงตัวของการใช้ชีวิต ที่ทำให้ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมใครหลายคนยิ่งอยู่ ยิ่งเรียนรู้ ก็ยิ่งรักที่นี่ และสำหรับพวกเราทีมงานรายการโลก 360 องศา ประเทศบรูไนเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเดินทางที่เราจะไม่มีวันลืมเลือนอย่างแน่นอน

ข่าวอื่นๆ