ท่องบอร์เนียวเที่ยวซันดากัน

  • วันที่ 19 พ.ค. 2561 เวลา 11:18 น.

ท่องบอร์เนียวเที่ยวซันดากัน

โดย...ทีมงานโลก 360 องศา

หลายคนคงลืมไปว่าประเทศมาเลเซีย มีอีกส่วนหนึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว เกาะที่มีขนาดใหญ่อันดับสามของโลก เกาะนี้ประกอบไปด้วยประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน ซึ่งเราเลือกที่จะเดินทางไปยังรัฐซาบาห์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว เพราะที่นั่นมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากมาเลเซียที่เรารู้จักและคุ้นเคย อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้ได้ศึกษา

ปัจจุบันเมืองเอกของรัฐซาบาห์คือเมืองโกตากีนาบาลู เป็นที่ตั้งของศูนย์กลางความเจริญ การปกครองและเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ แต่เมืองเอกนี้ก็ก่อตั้งขึ้นมาได้ไม่ถึงร้อยปี เพราะก่อนหน้านี้มีเมืองเอกชื่อว่าซันดากัน ซึ่งในอดีตคือเมืองท่าที่มีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางการค้าการปกครองที่อยู่ภายใต้การอารักขาของอังกฤษ แต่ความเสียหายจากการปูพรมทิ้งระเบิดของกองทัพญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลก ทำให้ยากเกินกว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาใหญ่ อังกฤษจึงตัดสินใจย้ายเมืองเอกใหม่ไปที่โกตากีนาบาลูนั่นเอง

ปัจจุบันเมืองซันดากันเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางความเจริญของรัฐซาบาห์ เมืองนี้อยู่ห่างจากโกตากีนาบาลูไปทางทิศตะวันออกประมาณ 300 กิโลเมตร เคยมีฉายาว่า Little Hong Kong เพราะประวัติศาสตร์มีการบันทึกไว้ว่า ผลจากความย่อยยับของสงคราม ทำให้มีอังกฤษนำเข้าแรงงานก่อสร้างจากฮ่องกงจำนวนมาก เพื่อมาสร้างบ้านเมืองใหม่อีกครั้ง ผลก็คือทำให้มีคนฮ่องกงจำนวนมากมาตั้งรกรากที่นี่ ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ประชากรส่วนใหญ่ของซันดากันเป็นชาวจีนที่พูดภาษากวางตุ้ง ภาษาถิ่นของชาวจีนฮ่องกงเพียงแห่งเดียวในรัฐซาบาห์ ในขณะที่เมืองอื่นๆ ก็มีคนจีนอาศัยอยู่มากเช่นกัน แต่พูดภาษาจีนฮกเกี้ยนหรือจีนกลางเสียมากกว่า ปัจจุบันคนจีนคือเจ้าของกิจการร้านค้าและธุรกิจต่างๆ ในซันดากัน แต่เรากลับพบเห็นภาพของคนจีนที่นั่นค่อนข้างน้อย เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ลูกจ้างที่เป็นชาวมลายูหรือแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย แต่ป้ายโฆษณาสินค้าหรือป้ายชื่อร้านก็ยังจะต้องมีภาษาจีนกำกับ ควบคู่ไปกับอักษรรูมีหรืออักษรโรมันที่ใช้เขียนภาษามลายูนั่นเอง

ชาวฮ่องกงที่เข้ามาบุกเบิกบางส่วนก็เข้ามาเริ่มต้นทำธุรกิจประมง เพราะเป็นน่านน้ำที่อุดมสมบูรณ์และชุกชุมด้วยสัตว์ทะเล พวกเขาสร้างบ้านเป็นชุมชนลอยน้ำขนาดใหญ่ยื่นออกไปในทะเล ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุจากไม้และสังกะสี เพราะหาได้ง่ายและมีราคาถูกในสมัยนั้น ปัจจุบันชุมชนลอยน้ำแทบจะไม่ค่อยมีคนจีนอาศัยอยู่แล้ว กลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมาเลย์และแรงงานต่างถิ่น บางแห่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมวิถีชีวิตผู้คนได้ เช่น ที่หมู่บ้านลอยน้ำซิมซิม (Sim Sim) แต่บางแห่งมีสภาพเป็นชุมชนแออัด ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไป

ชาวฮ่องกงที่อพยพเข้ามาได้นำศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ที่นี่ ดังนั้นเมืองซันดากันจึงเป็นที่ตั้งของวัดอยู่หลายแห่ง แต่วัดที่ใหญ่ที่สุดคือวัดผู่ จิห์ ซื่อ (Puu Jih Shih) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขา มีระเบียงยื่นออกไปสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์มุมสูงของเมืองซันดากัน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสวยงาม สร้างขึ้นโดยเงินบริจาคของชาวฮ่องกงที่เข้ามาตั้งรกรากจนมีฐานะร่ำรวย

นอกจากจะมีฉายาว่า Little Hong Kong แล้วซันดากันยังเป็นเมืองที่มีสมญานามว่า City of Nature เพราะเป็นที่ตั้งของผืนป่าฝนเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งรอบๆ เมืองมีผืนป่าอนุรักษ์ที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ดังเช่นที่ Rain Forest Discovery Center ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 20 กิโลเมตร ที่นั่นมีการทำเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติของป่าฝนเขตร้อน ที่ป่าแห่งนี้ถ้าโชคดีคุณจะได้พบกับนกป่าสีสันสดใสพันธุ์หายาก หรืออาจได้เจอกับลิงอุรังอุตังตัวโตที่มาห้อยโหนโชว์ตัวเป็นๆ แบบใกล้ชิด เพราะผืนป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับศูนย์อนุรักษ์และฟื้นฟูลิงอุรังอุตัง หรือใครที่ชอบอะไรใหญ่ยักษ์ต้องไม่พลาดไปชมต้น Sepilok Giant ต้นไม้ยักษ์ ลำต้นมีเส้นรอบวงถึง 7 เมตร และอาจมีอายุมากถึงหนึ่งพันปีเลยทีเดียว

การจะมาชมสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์บางครั้งก็ต้องมีโชคมีดวงด้วยถึงจะมีโอกาสเห็นสัตว์ตัวเป็นๆ แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าไม่พลาดก็ต้องมาตามเวลาที่มีการป้อนอาหาร ดังเช่นที่ Labuk Bay Proboscis Monkey Sanctuary ศูนย์อนุรักษ์ลิง Proboscis หรือลิงจมูกยาว พบได้เฉพาะบนเกาะบอร์เนียวเท่านั้นและในปัจจุบันมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันถูกบุกรุก สถานที่แห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์ถิ่นที่อยู่ของลิงพวกนี้ ซึ่งในทุกๆ วันเจ้าหน้าที่จะมีการป้อนอาหารให้วันละ 4 ครั้งในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้เฉพาะ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสเห็นอย่างใกล้ชิดที่สุด แต่ถ้ามาในช่วงเวลาอื่นๆ พวกลิงก็จะกลับเข้าไปในป่า หรือพักผ่อนอยู่บนต้นไม้ไกลๆ เพราะฉะนั้นมาตรงกับช่วงเวลาป้อนอาหารจะดีที่สุด

ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์เผยความลับได้ว่าเพราะเหตุใดลิงสายพันธุ์นี้จึงมีจมูกยาว แต่ที่พิสูจน์ได้แน่ชัดแล้วก็คือลิงตัวใดยิ่งมีจมูกยาวและใหญ่ ก็จะยิ่งดึงดูดเพศเมียได้มากขึ้น ลิงจมูกยาวเป็นสัตว์ที่มีระบบการย่อยซับซ้อน พวกมันสามารถย่อยแม้กระทั่งใบไม้มีพิษ แต่เชื่อหรือไม่ว่ากลับไม่สามารถย่อยผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น กล้วยได้ ดังนั้นห้ามนำมาป้อนให้ลิงเด็ดขาด เพราะอาหารที่รสหวานจะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกมันตายได้ มีความพยายามจะนำพวกมันไปเพาะขยายพันธุ์ตามสวนสัตว์ทั่วโลก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งก็เพราะพวกมันกินได้แต่อาหารที่เป็นใบไม้และผลไม้ประจำถิ่นที่พบได้บนเกาะบอร์เนียวเท่านั้น ส่วนอาหารที่เจ้าหน้าที่ป้อน คือขนมปังไม่มีรสชาติและแตงกวาก็เป็นเพียงอาหารเสริม ส่วนสาเหตุที่ต้องให้อาหารก็เพราะว่า แหล่งอาหารของพวกมันมีจำกัดและเพื่อให้มั่นใจได้ว่าลิงทุกตัวได้รับอาหารเพียงพอต่อการอยู่รอด ใครที่ชื่นชอบความน่ารักและหน้าตาที่ทะเล้นชวนหัวเราะของลิงจมูกโตก็แวะเวียนมาชมพวกมันได้ ตามตารางการป้อนอาหารวันละ 4 ครั้ง คือ 9, 11, 14 และ 16 นาฬิกา เป็นประจำทุกวัน แต่ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือเช้าวันอาทิตย์ เวลา 8 นาฬิกา อย่าลืมตื่นเช้ามารับชมรายการโลก 360 องศา ทางช่องไทยรัฐทีวี จัดเต็มทั้งเนื้อหาดีๆ และภาพสวยๆ ของเมืองซันดากัน รวมถึงภาพความน่ารักของลิงจมูกยาวมีให้ชมกันอย่างแน่นอน

ข่าวอื่นๆ