
ทองคำร่วงแรง! ปิดดิ่ง -2,350 บาท ผันผวน 40 ครั้ง หวั่นเฟดคงดอกเบี้ยสูง-ดอลลาร์แข็งกดดันราคา
ราคาทองคำ ปิดตลาดผันผวน 40 ครั้ง ร่วงหนัก -2,350 บาท ขณะที่ราคาทองคำโลกดิ่งใกล้ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุ ตลาดหวั่นเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์พุ่งกดดันราคาทองคำอย่างหนัก
KEY
POINTS
- ราคาทองคำ ปิดตลาดผันผวน 40 ครั้ง ร่วงหนัก -2,350 บาท
- ขณะที่ราคาทองคำโลกดิ่งใกล้ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุ
- ตลาดหวั่นเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์พุ่งกดดันราคาทองคำอย่างหนัก
สรุปราคาทองคำประจำวันที่ 10 มิ.ย.2569 โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำ เปลี่ยนแปลง 40 ครั้ง ปิดตลาดเวลา 17.22 น. ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวราคาทองคำตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้โดยรวมปรับตัวลดลง -2,350 บาท เทียบกับวันก่อนหน้า (9 มิ.ย.2569)
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ระบุว่า ราคาทองคําวันนี้ (10 มิ.ย.2569) ปรับตัวลดลงใกล้ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมเพื่อตอบโต้เหตุ เฮลิคอปเตอร์สหรัฐถูกยิงตก ส่งผลให้ความหวังต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางลดลง
ขณะที่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซยังคงหนุนราคาพลังงานและเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
ตลาดกลับให้น้ำหนักกับผลกระทบด้านเงินเฟ้อและนโยบายการเงินโดยประเมินว่า FED อาจจําเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานหรืออาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น กดดันราคาทองคําผ่านต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย
ด้าน Standard Chartered ระบุว่า ราคาทองคํากําลังเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) และความเสี่ยงจากแรงขายในกองทุน ETF ทองคํา โดยมองว่าหากราคาหลุดระดับ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเปิดทางให้ปรับตัวลงสู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
อย่างไรก็ดี ปีเตอร์ ชิฟฟ์ นักลงทุนชื่อดังด้านโลหะมีค่ายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคําในระยะยาว โดยมองว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ หนี้สาธารณะสหรัฐที่อยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังไม่หมดไปจะยังสนับสนุนความต้องการถือครองทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ทั้งนี้นักลงทุนยังรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ FED ในระยะถัดไป
สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ซื้อคืนสถานะขายหากไม่หลุด 4,160 - 4,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กําไรเปิดสถานะขายอีกครั้ง
หากราคาดีดไม่ผ่านแนวต้าน 4,267 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 4,267 ดอลลาร์ต่อออนซ์.







