posttoday
เลือกตั้ง66: ประวิตรเกทับแลนด์สไลด์ลุย5โปรเจกต์พัฒนาอีสาน

เลือกตั้ง66: ประวิตรเกทับแลนด์สไลด์ลุย5โปรเจกต์พัฒนาอีสาน

20 เมษายน 2566

พล.อ.ประวิตร ประกาศ "อีสานพลังประชารัฐ" เกทับให้ชนะแลนด์สไลด์ ลุย 5โปรเจกต์ยักษ์ หวังเปิดโลกคนอีสาน ลั่นอยากได้ยกภาค 133 เขตไม่หวั่นภาคอื่นน้อยใจขอทำอีสานก่อน เพราะเป็นหนึ่งในสามของประเทศ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดนโยบายพัฒนาอีสานประชารัฐ โดยพรรคมีแนวทางพัฒนาพื้นที่ 24 จังหวัดภาคอีสานเป็นนโยบายพัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟรางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา สอดรับโครงการ eec โดยทางรถไฟจะผ่าน 13 จังหวัดได้แก่ บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด- สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสี มาสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และเชื่อมต่อ 11 จังหวัดได้แก่หนองคาย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานีอำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ หนองคายและหนองบัวลำภู ระยะทางรวมประมาณ 480 กิโลเมตร โดยเราจะสร้างเมื่อเราเป็นรัฐบาล
 

พร้อมกันนี้ยังมีโครงการสร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจรสร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่งสร้างวิทยาลัยอาชีวะใกล้นิคม นิคมละ 2 แห่งรวม 12 แห่งเพื่อเตรียมคนและสร้างท่าเรือบก 3 แห่งรองรับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม ดังนั้นขอให้ชาวอีสานเลือกผู้สมัครพลังประชารัฐทั้ง 133 เขต

"ทำเพื่อคนอีสานโดยเฉพาะเพื่อให้คนอีสานมีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพ เราทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อชาวอีสานโดยเฉพาะ ภาคอีสาน 133 เขตเป็น 1 ใน 3 ของประเทศนะครับ" พล.อ.ประวิตร กล่าว

ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าเป็นการเปิดนโยบายอีสานประชารัฐ   ที่ผ่านมาขอแต่แลนด์สไลด์แต่ไม่เห็นพรรคการเมืองใดที่จะพัฒนาอีสานให้พ้นจากความยากจน อยู่ดีกินดี นำเทคโนโลยีนำเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อไปพัฒนาภาคอีสานมีเพียงพรรคพลังประชารัฐที่ให้ความสำคัญต่อพี่น้องชาวอีสาน ที่ตลอดเวลากว่า 20 ปีไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ พรรคจึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วรางคู่นี้ เพื่อเปิดโลกให้ชาวอีสาน

นอกจากนี้ยังมีทางด่วนพิเศษ 8 ช่องจราจรควบคู่มากับทางรถไฟ พร้อมกันนั้นตลอด 480 กิโลเมตรที่ทางรถไฟวิ่งผ่าน พลังประชารัฐมีโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ด้านละ3 นิคมอุตสาหกรรม ตลอดแนวทางของรถไฟ และตลอดแนวทางของทางด่วน รวม 6 นิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการสร้างงานและขณะเดียวกันได้เตรียมวิทยาลัยอาชีวะ เพื่อเรียนรู้พัฒนาอาชีพ เพื่อให้ลูกหลานชาวอีสานมีความรู้ความสามารถในเทคโนโลยีต่างๆให้ทันกับโลกเพื่อป้อนให้กับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 6 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีประมาณ 1,000 โรงงานอุตสาหกรรม รวม 6,000 โรงงาน ซึ่งจะสร้างเม็ดเงิน 4.5 ล้านๆบาท ซึ่งเชื่อว่าคนอีสานจะสามารถลืมตาอ้าปากได้ ขณะเดียวกัน จะมีการสร้างท่าเรือบก ที่มีศักยภาพเท่าท่าเรือคลองเตย เพื่อรองรับสินค้า และรถไฟทางคู่ความเร็วประมาณ 100-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้  6 นิคมอุตสาหกรรม จะเปิดให้ทั่วโลกเข้ามาตั้งโรงงานและลงทุนได้ซึ่งขณะนี้ มีจีนและยุโรปให้ความสนใจ

"การพัฒนาภาคอีสานครั้งนี้ได้ต่อเชื่อมกับ EEC ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกซึ่ง EEC ของเราพัฒนามาเกือบ 30 ปีแล้ว ขณะนี้มีความเจริญมีความพร้อมเต็มที่มีทั้งโรงงานตรวจสอบคุณภาพสินค้าต่างๆที่จะส่งออกต่างประเทศ"นายสันติ กล่าว

นายสันติ ย้ำว่า พรรคมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสมัครสามัคคีกัน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว แล้วเราตั้งใจว่าจะให้พี่น้องชาวอีสานก้าวข้ามความยากจน ซึ่งหากพี่น้องชาวอีสานเลือก ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐครั้ง 133 เขต หัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะทำจริง ทำทันทีในโครงการอีสาน หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นความตั้งใจและเป็นความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนอีสาน ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง

สำหรับงบประมาณที่จะใช้ทั้งโครงการนั้น พล.อ.ประวิตรถึงกลับร้องว่า "โอ้โห้ เดี๋ยวเขาคิด ผมก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน คุณจะคิดได้อย่างไร  ด้านนายสันติ กล่าวเสริมว่าใช้เท่าไหร่ บอกเพียงว่านิคมอุตสาหกรรมทั้ง 6 แห่งต้องเวนคืนที่ดิน โดยจะจ่ายค่าเวนคืนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็ม ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นแม่งานในการดำเนินการ ส่วนเงินทุนมาจากไหนนั้นในนิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งทั้ง 6 แห่งเราจะเชิญชวนให้โรงงานจากทั่วโลก มาตั้งโรงงานโดยใช้เทคโนโลยี ของแต่ละประเทศ มาใช้ที่เมืองไทย ดังนั้นเงินทุนก็เป็นเงินทุนที่จะมาจากแต่ละโรงงานที่จะมาเช่า หรือซื้อที่นี้เพื่อมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โดยแนวเรื่องของงบประมาณที่จะใช้กับรถไฟรางคู่และทางด่วนแต่ช่องจราจรนั้นนอกเหนือจากการใช้งบประมาณแล้ว เรามีระบบ ppp ให้เอกชนมาร่วมลงทุนในการดำเนินการ ซึ่งเป็นเงินไม่มากสามารถทำได้อยู่แล้ว ใช้งบเข้าไปร่วมเพียง 10% ส่วนทำโครงการ Mega Project ไปที่ภาคอีสานอย่างเดียว จะทำให้ภาคอื่นน้อยใจหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าเราทำอีสานก่อน ต่อไปจะทำภาคเหนือและภาคใต้ต่อไป 

โครงการนี้จะเน้นเฉพาะช่วงหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าเฉพาะโครงการนี้โครงการเดียวก็คิดมาหลายปีแล้ว  อย่าคิดว่าจะเสร็จพรุ่งนี้ เพราะถ้าเสร็จพรุ่งนี้ผมก็ทำเลย และขอไม่ต้องห่วงว่าที่อื่นจะน้อยใจ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง แต่ผมไม่ห่วงนะครับ อย่าเพิ่งไปถามถึงภาคอื่น เอาให้ภาคอีสานเจริญเพราะ 133 เขต เป็น 1 ใน 3 ของประเทศ พร้อมยอมรับว่าออกโครงการนี้คาดหวังจะได้คะแนนเสียงในภาคอีสานเพิ่มขึ้น เพราะถ้าไม่คิดว่าได้คะแนนเสียงก็คงไม่คิดโครงการนี้

นายไพบูลย์ ย้ำว่าโครงการนี้ชื่อโครงการ "อีสานพลังประชารัฐ" ส่วนจะแข่งกับแลนด์สไลด์หรือไม่ นายไพบูลย์ย้ำว่า จะมาชนะแลนด์สไลด์ และนายสันติ การเสริมว่า ของเราอย่าใช้คำว่าไปแข่งกับแลนด์สไลด์เรามีความตั้งใจจะพัฒนาอีสานให้ลูกหลานของชาวอีสานมีศักยภาพมีความสามารถและให้คนอีสานก้าวผ่านความยากจนให้คนสร้างงานสร้างอาชีพพัฒนาความยากจนเรามั่นใจว่าชาวอีสานก็จะต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐทั้ง 133 เขตเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและอยากได้ 133 เสียงที่พี่น้องชาวอีสานเข้าไปสู่สภาไปยกมือสนับสนุนให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคของเราเป็นนายก และยืนยันว่าโครงการเหล่านี้ทำจริงทำทันที แต่เราจะต้องมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนใช้อำนาจในการผลักดันโครงการดีๆอย่างนี้ที่เราจะพัฒนาภาคอีสานผมยืนยันเราทำจริงทำทันที

ขณะเดียวกันพล.อ.ประวิตร กล่าวยอมรับว่าการขึ้นรถไฟไปปราศรัยที่โคราชในวันที่ 22 เมษายนนี้นั้นจะไปสำรวจเส้นทางตามโครงการนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน