ตำนานยกเหล็กยึดหลัก ‘คำสอนพ่อหลวง’

  • วันที่ 19 ต.ค. 2559 เวลา 10:06 น.

ตำนานยกเหล็กยึดหลัก ‘คำสอนพ่อหลวง’

โดย...กษม จักรเครือ

“จงใช้ชีวิตอย่างพอเพียง” คือปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงชี้แนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่ปวงชนชาวไทยมาเป็นระยะเวลานาน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของวลีฮิตในอดีตอย่าง “น้องอร สู้โว้ย” พ.ต.หญิง อุดมพร พลศักดิ์ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ปี 2004 ที่ยึดปรัชญานี้แน่วแน่จนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

ปัจจุบันเธอรับราชการในตำแหน่งนายทหาร แผนกประวัติบำเหน็จบำนาญ ช่วยราชการกองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี นครราชสีมา เล่าถึงช่วงสำคัญของชีวิตคือ มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 9 ก.ย. 2547 ที่พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากคว้าเหรียญทองในกีฬายกน้ำหนัก รุ่น 53 กก.หญิง

ในปีนั้น นอกจาก พ.ต.หญิง อุดมพร ที่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังมีนักกีฬายกลูกเหล็กอีก 3 คน ที่ได้เข้าเฝ้าฯ ด้วย คือ ร.อ.หญิง ปวีณา ทองสุก เหรียญทองยกน้ำหนัก รุ่น 75 กก.หญิง, น.ต.หญิง อารีย์ วิรัฐถาวร เหรียญทองแดงยกน้ำหนัก รุ่น 48 กก.หญิง, ร.อ.หญิง วันดี คำเอี่ยม เหรียญทองแดงยกน้ำหนัก รุ่น 58 กก.หญิง รวมถึงนักกีฬาเทควันโดและมวยสากล

“ย้อนกลับไปวันนั้น นอนไม่หลับเลยทั้งคืน ยอมรับว่าตื่นเต้นและเกร็งมาก เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสจากพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย หรือพ่อหลวงของแผ่นดิน ให้เข้าเฝ้าฯ เนื่องจากไม่เคยคิดและไม่คาดฝันว่าจะได้ไปเข้าเฝ้าฯ เบื้องพระพักตร์ แล้วฟังพระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ ซึ่งหากพูดแบบบ้านๆ ก็คือท่านสอนนั่นแหละ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เป็นความปลาบปลื้มใจของตัวเองและทุกคนในครอบครัวอย่างมาก” น้องอร เริ่มเล่า

อุดมพร เล่าว่า นักกีฬาทุกคนได้นั่งเบื้องพระพักตร์ และทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลโอลิมปิกให้พระองค์ แต่พระองค์ทรงคืนให้ และมีรับสั่งว่า

“อยากให้รักษาไว้ ไม่ใช่มาให้เรา ไม่มีความหมายเท่าความหมายอยู่ที่ตัว และพ่อแม่ เขาจะได้เห็นและมีความปลาบปลื้ม ฉะนั้นก็อยากให้รับไป ไปเก็บไว้ เอาไว้สำหรับพ่อแม่ เป็นสิ่งที่สำคัญ และพระองค์ยังทรงพระราชทานเหรียญ ‘พระมหาชนก’ และหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกให้ด้วย โดยพระองค์มีพระราชกระแสรับสั่งว่า เพราะทุกคนมีความเพียรพยายามเหมือนกับพระมหาชนก ซึ่งกว่าที่จะได้ความสำเร็จนั้นมาต้องมีความเพียรพยายาม เพราะฉะนั้นเมื่อได้ลาภยศชื่อเสียงเงินทอง ก็ต้องรู้จักพอเพียงในการดำเนินชีวิต”

ทุกครั้งที่นึกถึงเสี้ยววินาทีแห่งความทรงจำ ภาพของพระองค์จะปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนตลอดชีวิตจะหาไม่ โดยที่ห้องทำงานซึ่งอยู่ภายในหอพักที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีภาพพระราชทานตอนที่เข้าเฝ้าฯ

“มองครั้งใดก็รู้สึกปลาบปลื้มใจและทำให้คิดตลอดว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของเราช่างโชคดียิ่งนัก แม้ผ่านความเหน็ดเหนื่อยมาแค่ไหน ผ่านความยากลำบากมามากเพียงใด แต่สุดท้ายที่ได้คือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้กราบเบื้องพระยุคลบาท ทุกวันนี้อรดำเนินชีวิตตามพระราชดำริ ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และใช้ชีวิตพอเพียงในทุกๆ ด้าน ไม่โลภมาก ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ คนเราอยู่เป็นสุข พอเพียงโดยไม่เบียดเบียนคนอื่น พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง อรคิดว่าชีวิตของคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความสุข โดยเฉพาะจากจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เป็นความสุขที่มีความพอดี แค่นี้ชีวิตก็แฮปปี้” พ.ต.หญิง อุดมพร กล่าว

สอดคล้องกับ “ไก่” ร.อ.หญิง ปวีณา ทองสุก อดีตนักยกน้ำหนักเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2004 รุ่น 75 กก.หญิง รู้สึกภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติในฐานะนักกีฬาของพระราชา และภาพในวันที่ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลโอลิมปิกยังอยู่ในความทรงจำมิเคยลืมเลือน

“วันนั้นคณะนักกีฬาโอลิมปิกได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ โดยวางเหรียญใส่พาน และทูลเกล้าฯ ถวาย พระองค์ท่านหยิบเหรียญจากพานและคล้องคืนให้ พร้อมกับตรัสว่า เหรียญรางวัลนี้ได้มาด้วยความยากลำบาก เกิดจากความตั้งใจขยันฝึกซ้อม การได้แชมป์ได้เหรียญว่ายากแล้ว แต่การรักษาไว้เป็นสิ่งสำคัญกว่า นอกจากนี้พระองค์ยังทรงพระราชทานเหรียญพระมหาชนกและหนังสือพระมหาชนกให้กับพวกเรา โดยอยากให้เรายึดพระมหาชนกเป็นแบบอย่าง ในเรื่องของความเพียรพยายาม ทั้งเรื่องของการฝึกซ้อมและเรื่องการทำงาน ที่ต้องใช้ความขยันอดทนจึงจะประสบความสำเร็จ” ฮีโร่เหรียญทองจาก จ.สุรินทร์ กล่าว

ปิดท้ายด้วย ร.อ.หญิง วันดี คำเอี่ยม อดีตนักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดง เอเธนส์เกมส์ ปี 2004 ปัจจุบันเป็นคุณครูสอนอยู่ที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้นำเอาคำสอนของพระองค์ท่านมาสอนเด็กนักเรียนจนถึงทุกวันนี้

“วันที่ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ เป็นวันที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต เพราะไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ ถึงแม้วันนี้จะไม่มีพระองค์ท่านแล้ว เราก็ต้องสู้ต่อไป และจะตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตามแนวทางพระราชดำริของพระองค์ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับปวงชนชาวไทยมาตลอด ซึ่งคำสอนของท่านเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กนักเรียนและประชาชนทุกคน หากปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่านได้ ประเทศชาติก็จะสงบร่มเย็น”

เชื่อว่าคำสอนของพ่อหลวงจะสถิตอยู่ในดวงหทัยของราษฎรชาวไทยตลอดไป

ข่าวอื่นๆ