ส่องธรรม เหตุกราดยิงโคราช ผู้ทำความชั่ว ย่อมได้รับชั่วเป็นสิ่งตอบแทน

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 12:54 น.
ส่องธรรม เหตุกราดยิงโคราช ผู้ทำความชั่ว ย่อมได้รับชั่วเป็นสิ่งตอบแทน
โดย..พระมหา ดร.พรพล วรพโล ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสวัดเขื่อนท่าทุ่งนาประชาสรรค์ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ผ่านพ้นเทศกาลช่วงปีใหม่ ที่เป็นห้วงเวลาแห่งความสุขมาได้ไม่นาน พอเดือนถัดมา ก็พบความสูญเสียที่ยากจะลืมเลือน คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อไม่นานมานี้ เพราะความมืดบอดทางปัญญานี่เอง ที่เป็นตัวจุดชนวนก่อให้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า กี่ครั้งกี่คราแล้วที่มนุษย์ใช้อารมณ์มากกว่าปัญญา ในการแก้ไขปัญหาตัดสินเรื่องราวต่างๆ จนทำให้ชีวิตจมอยู่กับกองทุกข์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และดูเหมือนว่าไม่มีทีท่าว่าจะเข็ดขยาดแต่อย่างใด ยังคงทำแบบเดิมด้วยความเคยชิน

ในข้อนี้ มีหลักที่ควรพิจารณาอยู่ว่า เมื่อทำแบบเดิม ผลลัพธ์ ย่อมเป็นแบบเดิม แต่ถ้าเปลี่ยวิธีการทำใหม่ ผลลัพธ์ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทั้งนี้ไปสอดคล้องกับมิติในคำสอนพุทธศาสนาที่ว่า

"บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำความดีย่อมได้รับผลแห่งความดี เป็นสิ่งตอบแทน ผู้ทำความชั่ว ย่อมได้รับความชั่วเป็นสิ่งตอบแทน"

หลักคำสอนดังกล่าวนี้ ถือเป็นหลักสากล ที่ยังไม่ตกยุค และใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นการแสวงหาปัญญามาเติมเต็มชีวิต ย่อมมีค่าเอนกอนันต์มากกว่า ทรัพย์สมบัติภายนอกเป็นไหนๆ เพราะอย่างน้อยที่สุดการมีปัญญาในการดำรงชีวิต ย่อมป้องกันมิให้ตกหลุมพรางของชีวิตได้ ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่า ปัญญาที่กล่าวถึงนี้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ขอตอบว่า

"ปัญญานี้สามารถแสวงหาได้ด้วยตัวเอง เช่น คบกัลยาณมิตรที่ดี (เพื่อนดี) มีต้นแบบในการดำรงชีวิตที่ดี (idol) และหมั่นเข้าศาสนาเพื่อขัดเกลาจิตของตนบ้าง เพียงเท่านี้ชีวิตย่อมไม่มืดมนอันธการอีกต่อไป"