โลกที่เปลี่ยนไปสู่โลกแห่งเรียลไทม์

วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 20:27 น.
โลกที่เปลี่ยนไปสู่โลกแห่งเรียลไทม์
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจากนี้ไปวิดีโอจะกลายเป็นข้อมูลที่วิ่งอยู่บนโมบายอินเตอร์เน็ตถึงกว่า 90% และ 5 จีจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

************************************

โดย...พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และอดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ราคาหุ้นของ Kodak จากจุดสูงสุดเมื่อปี 1997 และตกลง 80% ในปี 2008 และประกาศล้มละลายในปี 2013 ใช้เวลา 15 ปี จากสูงสุดจนถึงจุดจบ

หุ้นของ Nokia จากจุดสูงสุดเมื่อปี 2000 และตกลง 80% ในปี 2010 ใช้เวลา 10 ปี จากจุดสูงสุดจนถึงสูญเสียตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรม

หุ้นของ Blockbuster จากจุดสูงสุดเมื่อปี 2002 และตกลง 80% ในปี 2009 และประกาศล้มละลายในปี 2010 ใช้เวลา 8 ปี จากสูงสุดจนถึงจุดจบ

ในปี 2000 มี 3G เป็นครั้งแรก และโทรศัพท์มือถือเริ่มถ่ายรูปได้ดีมากขึ้นและเก็บจำนวนรูปได้มากขึ้น อีกทั้งเกิด Facebook และ YouTube ในปี 2005 ผู้คนเริ่มแชร์รูปภาพผ่าน social media ต่อมาในปี 2010 มี 4G เป็นครั้งแรก จนผู้คนทั่วโลกเริ่มไม่ซื้อฟิล์มและฟิล์มก็ล่มสลายในที่สุด และในปีนี้ 2019 ระบบ 5G เริ่มมีการใช้แล้วในหลายประเทศทั่วโลก

ณ เวลานี้ได้ถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด โดยถือได้ว่าเป็นยุคใหม่ของการเชื่อมต่อที่เรียกว่าอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะทำธุรกิจต่างๆ ดูแปลกตาและน่าตื่นเต้นเหมือนในภาพยนตร์ Ready Player One ก็ว่าได้

แต่ในวันนี้ เรากำลังก้าวสู่ 5G ที่เป็นเทคโนโลยีที่ปลดล็อคการเสพสื่อและการเล่นเกมส์แบบเรียลไทม์สามมิติด้วยเทคโนโลยี VR และคลาวด์ (cloud) ที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้เล่นเกม (cloud gaming) และผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นสามมิติอื่นๆ ด้วยความเร็วระดับ ultra-fast connectivity ในตลาด mass market ซึ่งหมายความว่าผู้คนทั่วไปที่มีกำลังซื้อสมาร์ทโฟนในวันนี้ ก็สามารถมีกำลังซื้อเทคโนโลยี VR/AR และ cloud gaming มิ่งได้อย่างง่ายดายในยุค 5G ที่กำลังมาถึง

แนวโน้มที่มีปรากฏการณ์ในการใช้สื่อวิดีโออย่างมหาศาล ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าวิดีโอจะกลายเป็นข้อมูลที่วิ่งอยู่บนโมบายอินเตอร์เน็ตถึงกว่า 90% ซึ่งเทคโนโลยี 5G จะทำให้อุปสรรคในการส่งภาพวีดีโอด้วยความคมชัดสูงถูกทำลายไปจะเกิดปรากฎการณ์การเสพสื่อจากผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งเรายังไม่เคยพบเห็นในปัจจุบัน โดยรูปแบบวิดีโอสตรีมมิ่งที่ให้บริการโดยโทรทัศน์อินเตอร์เน็ต (Internet TV) หรือ Over-the-top TV (OTT TV) จะเกิดขึ้นในรูปแบบที่น่ามหัศจรรย์ยิ่ง

OTT TV เป็นโทรทัศน์แห่งอนาคตด้วยการ Live streaming เช่น BBC iPlayer, Netflix, Spotify, multi-platform video ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือรับชมกำลังมีแนวโน้มแรงที่จะมาแทน TV แบบดั้งเดิม ทั้งนี้อีกปัจจัยที่สำคัญนอกจาก 5G ก็คือ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics) ก้าวเข้ามามีบทบาทบนอินเทอร์เน็ต บน social media และบนมือถือ ทำให้ผู้คนทั่วโลกถูกบริษัทวิดิโอสตรีมมิ่ง อย่างเช่น Netflix สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้รับชม และสามารถพยากรณ์ความต้องการของผู้ชมเป็นรายบุคคลได้ จนผู้รับชมไม่สามารถหนีออกไปจากสตรีมมิ่งวิดิโอหรือ Internet TV เหล่านี้ จึงทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่ลืมดู TV แบบดั้งเดิม จึงทำให้ Futuretimeline ได้พยากรณ์ว่า โทรทัศน์ทั้งหมดจะอยู่บนอินเทอร์เน็ตภายในปี 2025 หรือเรียกว่า “Internet TV”

อุปกรณ์สวมใส่ VR/AR กำลังจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้กลายเป็นอุปกรณ์ส่วนตัวรวมไปถึงติดตั้งที่บ้านและสถานที่ต่างๆ ได้อย่างทั่วไป และจะทำให้ผู้สวมใส่สามารถรับชมวิดีโอคอนเทนท์ได้แบบอินเตอร์แรคทีฟด้วยประสิทธิภาพสูงอีกด้วย

VR/AR จะทำให้ประสบการณ์การในการเสพสื่อของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปโดยมนุษย์จะสามารถตอบสนองสองสื่อสารสองทางด้วยมัลติมีเดียแบบเรียลไทม์บนโลกเสมือนได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะเคลื่อนที่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะทำให้อุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสาร เช่น headsets, smart glasses และแอพพลิเคชั่นต่างๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่เพียงแต่การเติบโตในอุตสาหกรรมบันเทิงและเกมเท่านั้น แต่ VR/AR ยังส่งผลในการประยุกต์ใช้งานในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก, สุขภาพ, และการท่องเที่ยวและการผลิต เป็นต้น

จากรายงานผลการวิจัยเรื่อง "Artificial Intelligence and National Security" ที่ตีพิมพ์ในเดือนกรกฎาคม 2017 โดย HARVARD Kennedy school ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาถึงผลกระทบของการพัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งในแง่มุมของพลังอำนาจทางการทหาร, พลังอำนาจด้านข้อมูลข่าวสาร และพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่าผลการวิจัยฉบับนี้ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

ในมุมของพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ รายงานฉบับนี้ได้กล่าวว่า องค์กรขนาดเล็กกำลังจะชาญฉลาดอย่างยิ่งและจะมีขีดความสามารถแซงองค์กรขนาดใหญ่ภายใน 5-10 ปีนี้ (ถ้าหากองค์กรขนาดใหญ่ไม่ปรับตัว) เนื่องจากอัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้การผลิตสินค้า รวมไปถึงกระบวนการวิเคราะห์และการตัดสินใจจะมีความแม่นยำด้วยการลงทุนที่ราคาถูกลงกว่า 90% ภายใน 5-10 ปีนี้

อาชีพที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีหลายอาชีพที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์ว่า 65% ของเด็กประถมทุกวันนี้ เมื่อเรียนจบจะมีหน้าที่การงานที่เปลี่ยนไปอย่างมาก และเป็นอาชีพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทศวรรษนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ เพราะความก้าวหน้าของสาขาวิชาหุ่นยนต์, การขนส่งแบบไร้คนขับ, ปัญญาประดิษฐ์, พลังงานสะอาด, เทคโนโลยีชีวภาพ, และเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง รวมทั้งจีโนมิกส์ (อ้างอิงจาก ดัชนีชี้วัดด้านทรัพยากรมนุษย์ประจำปี 2016 ของ World Economic Forum)

วิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำของผู้บริหารระดับสูงในยุคต่อไปจะถูกพลิกผัน (disruption) และจะทำให้นิยามของคำว่า “ความเป็นผู้นำ” หรือ “leadership” เปลี่ยนแปลงไป โดยคุณลักษณะของความเป็นผู้นำสำหรับโลกอนาคตคือความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คน ทำให้พวกเขาได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์กับสังคม และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันโดยไม่ยึดติดกับสถานที่และเวลา อย่างไรก็ตาม หากผู้นำและผู้บริหารยังยึดติดอยู่กับการสื่อสารแบบ face-to-face และการร่วมมือกันที่จะต้องขึ้นอยู่กับสถานที่และเวลา ก็จะทำให้องค์กรไม่สามารถยืนอยู่ได้ในโลกแห่งการแข่งขันที่มีรูปแบบที่เปลี่ยนไป ดังนั้นการปฏิวัติองค์กรในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

บทความแนะนำ