ชาวบ้านท่าตะโกโอดน้ำท่วมหนักกว่าปี54

วันที่ 28 ก.ย. 2564 เวลา 07:38 น.
ชาวบ้านท่าตะโกโอดน้ำท่วมหนักกว่าปี54
นครสวรรค์-เดือดร้อนหนักกว่าปี54 เปิดภาพน้ำท่วมท่าตะโก เขตตลาดการค้าน้ำสูงเกือบมิดชั้น1 ชาวบ้านเดือดร้อนนับร้อยหลังคาเรือน

สภาพน้ำท่วม ที่อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าเทือกเขา จ.เพชรบูรณ์ และน้ำล้นสปริงเวย์อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ หลากเข้าท่วมบ้านเรือน

ถนนทางหลวงสายนครสวรรค์-ท่าตะโก ช่วง 3 แยก พื้นที่ ต.หัวถนน ถูกมวลน้ำถูกมวลน้ำหลากเข้าท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร และกระแสน้ำมีความรุนแรงมาก จนรถเล็กไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้

เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางสายหลักที่ถูกน้ำท่วมยาวไปจนถึงเขตเศรษฐกิจเทศบาลตำบลท่าตะโก เป็นระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร การเดินทางเข้าพื้นที่เศรษฐกิจต้องให้รถกระบะยกสูง รวมถึงรถบรรทุก และรถไถ ส่วนพื้นที่เขตเศรษฐกิจเทศบาลตำบลท่าตะโก ปรากฏว่า มีน้ำท่วมสูง เฉลี่ย 1-2.5 เมตร โดยเฉพาะเขตตลาดย่านการค้า พบว่า มีน้ำท่วมสูงเกือบมิดชั้นหนึ่งของอาคารที่อยู่อาศัย ส่วนที่อื่นๆ อย่างศูนย์ราชการ วัด และโรงพยาบาล ต่างก็ถูกน้ำเข้าท่วมทั้งหมดทั้งนี้หน่วยทหารมณฑลทหารบกที่ 31 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย มาร่วมกับกลุ่มจิตอาสาภัยพิบัติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นำเรือมาคอยให้บริการในการชาวท่าตะโก พร้อมกับนำอาหารน้ำดื่มไป

แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยที่ต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านพัก เนื่องจากมีความเป็นห่วงทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน เกรงว่าจะมีโจรขโมยออกมาอาละวาดซ้ำเติมความทุกข์ร้อน

ชาวบ้านในตลาดย่านการค้าท่าตะโก ระบุว่า น้ำท่วมหนนี้ ถือว่า หนักกว่าปี 54 และน้ำมาไวมาก แม้เจ้าหน้าที่ส่วนราชการจะมีการประกาศแจ้งเตือนก่อนหน้าแล้ว แต่หลังจากประกาศผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง น้ำก็ทะลักเข้ามาถึงพื้นที่เศรษฐกิจแล้ว จนทำให้บ้านบางหลังขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นไปไว้ที่สูงไม่ทัน ต้องปล่อยให้จมน้ำเสียหาย ส่วนที่ต้องทนอยู่อาศัยภายในบ้าน ทั้งที่น้ำท่วมสูงเกือบมิดชั้น 1 นั้น เป็นเพราะมีความเป็นห่วงข้าวของภายในบ้าน กลัวว่าหากย้ายไปอยู่ที่อื่น จะถูกโจรเข้ามาขโมย จึงขอยอมอยู่เฝ้าบ้านดีกว่า

สำหรับตลาดย่านการค้าของเขตเทศบาลตำบลท่าตะโก ส่วนใหญ่เป็นบ้านลักษณะตึกแถว สลับกับบ้านเดี่ยว บ้านไม้เก่าอีกหลายรูปแบบอยู่รวมกันนับร้อยหลังคาเรือน และขณะนี้ พบว่า มีประชาชนขออยู่เฝ้าบ้านมากกว่า 70 คน

ส่วนความเดือดร้อนในตอนนี้ พบว่า นอกจากจะต้องการอาหารและน้ำดื่มแล้ว หลายบ้านยังมีความต้องการพาวเวอร์แบงค์เพื่อชาร์ตโทรศัพท์มือถืออีกด้วย เนื่องจากมีความต้องการติดต่อญาติพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่อื่น แต่แบตโทรศัพท์มือถือหมด และไฟฟ้าถูกตัดกระแส จึงทำให้ไม่มีไฟในการชาร์ตโทรศัพท์ แต่ในส่วนอื่นๆ อย่างเช่นห้องน้ำนั้น ยังสามารถใช้บนชั้นสองของบ้านได้

ขณะที่สถานการณ์น้ำ วันนี้ พบว่า ปริมาณเริ่มน้ำทรงตัว และเริ่มลดลงเล็กน้อย ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม น่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างช้าสุดภายใน 1 สัปดาห์ และขณะนี้ ทราบว่า ปริมาณน้ำในพื้นที่ อ.ไพศาลี ที่ไหลหลากลงมาสู่พื้นที่ อ.ท่าตะโก เริ่มมีปริมาณลดลงแล้วด้วยเช่นกัน.